- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 37 จี้หยกสำแดงเดช
บทที่ 37 จี้หยกสำแดงเดช
บทที่ 37 จี้หยกสำแดงเดช
บทที่ 37 จี้หยกสำแดงเดช
ในชั่วพริบตาที่ภูตร้ายชุดแดงบีบคอผม ไอเย็นยะเยือกอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง แม้ภายนอกภูตร้ายชุดแดงจะดูเหมือนเด็กหญิงอายุห้าหกขวบ แต่พละกำลังกลับไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่ธรรมดาจะเทียบได้
ผมดิ้นรนพลางจับมือที่บีบคอผมไว้ พยายามแกะออกสุดแรง แต่กลับไร้ผลโดยสิ้นเชิง
แรงบีบที่มือของภูตร้ายชุดแดงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
“หลงหยวน!” เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของหลิวเฉิงดังมาจากที่ไม่ไกล “ไอ้ผีร้าย ให้ตายสิ รีบปล่อยมือนะเว้ย ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่เกรงใจแกแล้ว”
ใจของเขาร้อนรนดั่งไฟเผา เขาด่าพลางวิ่งมาทางนี้ แม้ในน้ำเสียงจะเต็มไปด้วยการข่มขู่ภูตร้ายชุดแดง แต่ความหวาดกลัวในแววตากลับปิดไม่มิด
พวกต่งติ้งกั๋วเองก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี “อะ... อาจารย์หลี่”
“อย่า... อย่าเข้ามา รีบ... รีบไป...” ผมมองหลิวเฉิงที่วิ่งเข้ามาโดยไม่สนใจชีวิต พยายามเค้นแรงพูดออกมาอย่างยากลำบาก
ภูตร้ายชุดแดงดุร้ายเกินไป ขนาดผมยังต้องมาเจอเคราะห์ร้าย นับประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างพวกหลิวเฉิง ตอนนี้ผมได้แต่หวังว่าพวกเขาจะรีบหนีไปได้ อย่ามาตายเปล่าเลย
เมื่อเห็นคนขี้ขลาดกลัวสิ่งชั่วร้ายอย่างเจ้าคิงคองบ้าหลิวเฉิง ในยามนี้กลับสามารถวิ่งเข้ามาช่วยผมได้อย่างไม่ลังเล ในใจผมก็รู้สึกอบอุ่นและดีใจอย่างมาก พิสูจน์แล้วว่าผมไม่ได้คบเขาเป็นเพื่อนเสียเปล่า
“บ้าเอ๊ย ต่อให้ฉันหลิวเฉิงจะขี้ขลาดแค่ไหน ก็ไม่มีทางทิ้งเพื่อนได้ลงคอหรอกเว้ย” หลิวเฉิงคำรามลั่น หยิบก้อนหินบนพื้นขึ้นมาแล้วขว้างใส่ภูตร้ายชุดแดง
ภูตร้ายชุดแดงใช้มืออีกข้างปัดก้อนหินที่ลอยมา ก้อนหินจึงกระเด็นไปทางอื่น “วางใจเถอะ คืนนี้พวกแกไม่มีใครหนีไปได้หรอก”
น้ำเสียงของมันเย็นเยียบ ฟังแล้วน่าพรั่นพรึง
ผมโกรธแล้ว จะไม่ยอมให้มันฆ่าคนตามอำเภอใจเด็ดขาด ผมกัดปลายลิ้นตัวเองอย่างแรง แล้วพ่นเลือดจากปลายลิ้นใส่หน้าของภูตร้ายชุดแดง
“อ๊า!”
ทันใดนั้น ภูตร้ายชุดแดงก็กรีดร้องโหยหวน ปล่อยมือที่บีบคอผมอยู่ มันใช้สองมือปิดใบหน้าที่กำลังมีควันสีขาวลอยขึ้นมาเป็นระลอก พลางถอยหลังไม่หยุด
เลือดจากปลายลิ้นมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘หยางแท้สาดซัด’ เป็นที่รวมของแก่นแท้พลังหยางในร่างมนุษย์ สามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายและข่มพลังหยินได้ ในตอนนี้ภูตร้ายชุดแดงมีไอหยินและไอสังหารรุนแรงมาก การถูกเลือดจากปลายลิ้นพ่นใส่หน้าเต็ม ๆ ย่อมต้องรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน
หลังจากภูตร้ายชุดแดงปล่อยมือ ผมก็กุมคอตัวเองแล้วไออย่างรุนแรง รู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าผมซัดภูตร้ายชุดแดงถอยกลับไปได้อีกครั้ง หลิวเฉิงที่กำลังวิ่งเข้ามาก็หยุดชะงักทันที แล้วหันหลังวิ่งกลับไป “หลงหยวน ฉันรู้ว่าคนอย่างแกไม่มาตายง่าย ๆ แบบนี้หรอก ที่เหลือฝากด้วยนะ”
หลิวเฉิงไม่ได้บุ่มบ่ามเข้ามาต่อ นับว่าเป็นเรื่องดี หากเขาเกิดเป็นอะไรไปเพราะภูตร้ายชุดแดง ผมก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะไปอธิบายกับคุณอาหลิวอู่อย่างไร
ในไม่ช้า ภูตร้ายชุดแดงก็หยุดกรีดร้อง ควันสีขาวบนใบหน้าก็ลดลงไปกว่าครึ่ง
“ฉันจะฆ่าแก ฉันจะฆ่าแก” ภูตร้ายชุดแดงทำหน้าดุร้าย จ้องเขม็งมาที่ผมแล้วคำรามลั่น
“ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็เข้ามาฆ่าฉันสิ” ผมตะโกนกลับไป
ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะกลัวว่าภูตร้ายชุดแดงจะไปทำร้ายคนอื่น ๆ ที่อยู่ในที่นั้น ผมจึงจงใจยั่วโมโหมัน
ถึงแม้จะเป็นภูตผีที่ชั่วร้าย แต่วุฒิภาวะทางอารมณ์ก็ยังไม่หลุดพ้นจากความคิดของเด็ก พอถูกผมยั่วง่าย ๆ แบบนี้ มันก็พุ่งเข้าใส่ผมอีกครั้งตามคาด
“ฉันไม่สน ฉันจะฆ่ามันก่อน!” ระหว่างที่พุ่งเข้ามา ภูตร้ายชุดแดงก็คำรามลั่น ดูเหมือนว่านักไสยเวทที่อยู่เบื้องหลังมันตั้งใจจะห้ามไม่ให้มันโจมตีผมต่อ
ทันใดนั้น ภูตร้ายชุดแดงก็หยุดชะงัก กุมศีรษะแล้วกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ราวกับกำลังต่อต้านอะไรบางอย่าง
ผมฉวยโอกาสนี้โคจรพลังเพื่อใช้วิชาห้านิ้วอสนีบาต ตอนนี้ผมเหลือเพียงวิธีนี้วิธีเดียวแล้ว ไม่สนใจเรื่องพลังสะท้อนกลับอีกต่อไป
“อ๊า!” ภูตร้ายชุดแดงกุมศีรษะกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ไอสังหารทั่วร่างพลันเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
ในไม่ช้ามันก็ดูเหมือนจะหลุดพ้นจากพันธนาการบางอย่าง แล้วพุ่งเข้าใส่ผมต่อ ผมไม่ลังเล ซัดวิชาออกไปทันที
“ห้านิ้วอสนีบาต ออกไป!”
ทันใดนั้น พลังสายฟ้าสายหนึ่งก็พุ่งออกไป กระแทกเข้ากับร่างของภูตร้ายชุดแดงอย่างจัง
ผมประหลาดใจเล็กน้อย เพราะรู้สึกได้ว่าพลังของห้านิ้วอสนีบาตในครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อน และแม้ตอนนี้ผมจะรู้สึกอ่อนแอ แต่ก็ไม่ได้ทรมานเหมือนครั้งที่แล้ว
ดูเหมือนว่าเรื่องที่พลังยุทธ์ของผมเพิ่มขึ้นหลังจากฟื้นจากสลบไปนั้นไม่ใช่ความเข้าใจผิด แต่เป็นเรื่องจริง
แต่ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ เป็นเพราะอะไรกัน?
หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับสตรีลึกลับในความฝันของผม?
ไม่ทันให้ผมได้คิดอะไรมาก เสียงกรีดร้องอันโหยหวนของภูตร้ายชุดแดงก็ดังก้องไปทั่วหุบเขาจนแก้วหูแทบแตก พวกหลิวเฉิงและต่งติ้งกั๋วต่างทำหน้าเจ็บปวด อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาปิดหู
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งนาทีเต็ม เสียงกรีดร้องที่แสบแก้วหูจึงค่อย ๆ สงบลง ส่วนภูตร้ายชุดแดงก็นอนอยู่บนพื้น ร่างกายดูโปร่งแสงขึ้นไม่น้อย อยู่ในสภาพร่อแร่ใกล้ตาย
“ไม่ธรรมดาเลย เสียงกรีดร้องของผีร้ายตัวน้อยนี่เทียบได้กับพลังสิงโตคำรามเลยนะ” หลิวเฉิงที่อยู่ไม่ไกลปล่อยมือออกจากหูแล้วพูดขึ้นอย่างทึ่ง ๆ
ผมหน้าซีดเผือด อ่อนแรงเล็กน้อย กำลังจะเดินเข้าไปดูอาการของภูตร้ายชุดแดง
เพิ่งจะเดินไปได้ไม่ถึงสองก้าว ภูตร้ายชุดแดงที่นอนร่อแร่อยู่บนพื้นก็เหมือนมีพลังเฮือกสุดท้าย คำรามลั่นแล้วพุ่งเข้ามาอย่างแรง
ผมตกใจอย่างมาก รีบร้อนใช้วิชาห้านิ้วอสนีบาตซัดออกไปอีกครั้ง
ครั้งนี้ ผมที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งถูกสูบพลังทั้งหมดในร่างกายออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายโซซัดโซเซจนเกือบจะยืนไม่ไหว และเพราะการโซเซครั้งนี้นี่เองที่ทำให้ห้านิ้วอสนีบาตที่ผมซัดออกไปพลาดเป้า เฉียดร่างของภูตร้ายชุดแดงไป
จบสิ้นแล้ว!
คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวของผม ก่อนที่ร่างจะล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
มุมปากของภูตร้ายชุดแดงเผยรอยยิ้มตื่นเต้น มันพุ่งเข้ามาทับร่างผมโดยไม่ลังเล
ในชั่วพริบตาที่ล้มลง ผมได้ยินเสียงร้องอุทานของพวกหลิวเฉิงและต่งติ้งกั๋ว แต่ผมไม่สามารถตอบสนองใด ๆ ได้อีกแล้ว
คุณปู่ครับ ผมขอโทษที่ทำให้ท่านผิดหวัง เกรงว่าผมคงจะมาได้แค่นี้
ในใจผมไม่ยอมแพ้ รู้สึกผิดต่อการเสียสละของคุณปู่
ภูตร้ายชุดแดงพุ่งมาทับร่างผม อ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมแล้วกัดลงมาที่คอของผมอย่างแรง
ผมหลับตาลง มุมปากปรากฏรอยยิ้มเศร้าสร้อย รอคอยความตายที่กำลังจะมาถึง
ทันใดนั้น ก็มีเสียงแค่นหัวเราะเย็นชาดังขึ้นข้างหูของผม
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าอกก็มีไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมา ผมลืมตาขึ้นก็พบว่าจี้หยกที่สวมอยู่ที่คอกำลังส่องแสงสีขาวออกมา
นี่คือ?
ผมมองจี้หยกที่ลอยขึ้นและส่องแสงสีขาวด้วยความงุนงงและตกตะลึง
“นี่มันอะไรกัน?” ภูตร้ายชุดแดงที่ทับอยู่บนร่างผมก็ตกใจเช่นกัน มันอยากจะลุกขึ้นถอยหนี แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว “อ๊า ไม่นะ อย่านะ...”
พร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างหวาดผวาของภูตร้ายชุดแดง ดูเหมือนว่ามีพลังสายหนึ่งจากจี้หยกกำลังกลืนกินร่างของภูตร้ายเข้าไปทีละน้อย
ผมมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง หลังจากที่ภูตร้ายชุดแดงถูกกลืนกินเข้าไปจนหมด แสงสีขาวบนจี้หยกก็หายไป ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ
กลิ่นอายของภูตร้ายชุดแดงหายไปอย่างสิ้นเชิง หรือว่าจี้หยกจะกลืนกินมันเข้าไปจริง ๆ?
ผมที่เต็มไปด้วยความสงสัยเริ่มรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงขึ้นมาในร่างกาย จากนั้นก็กระอักเลือดออกมาสองคำใหญ่ สติเริ่มเลือนราง
เมื่อใบหน้าที่ตื่นตระหนกของพวกหลิวเฉิงและต่งติ้งกั๋วปรากฏขึ้นตรงหน้า สติของผมก็ดับวูบไปโดยสมบูรณ์