- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 34 ค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้าย
บทที่ 34 ค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้าย
บทที่ 34 ค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้าย
บทที่ 34 ค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้าย
คนที่ถูกเลือกให้ตั้งค่ายกลห้าคนคือหลิวเฉิง ซุนฮ่าว และลูกน้องของต่งติ้งกั๋วอีกสามคน ผมเรียกทั้งห้าคนมารวมกัน แล้วแจกเทียนให้คนละเล่ม
ซุนฮ่าวมองเทียนในมือแล้วถามอย่างกังวล “อาจารย์หลี่ พวกผมไม่รู้อะไรเลย จะช่วยคุณตั้งค่ายกลห้าธาตุอะไรนั่นได้จริง ๆ หรือครับ?”
“จริงด้วย ถ้าเกิดทำพลาดขึ้นมาจะทำยังไง?” หลิวเฉิงและคนอื่น ๆ ก็กังวลเช่นเดียวกัน เพราะพวกเขาไม่เคยตั้งค่ายกลมาก่อน หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา ก็เท่ากับเป็นการทำร้ายคุณต่งหลิงไม่ใช่เหรอ
ผมบอกให้พวกเขาวางใจ ค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้ายไม่ใช่ค่ายกลที่ซับซ้อนอะไร ขอเพียงทำตามที่ผมบอกก็จะไม่มีทางล้มเหลว
หลิวเฉิงกลืนน้ำลายแล้วถามผมว่า คนที่ตั้งค่ายกลจะตกอยู่ในอันตรายหรือเปล่า?
“ค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้ายมีไว้เพื่อกักขังสิ่งชั่วร้าย ดังนั้นเมื่อถึงเวลา คนที่ตั้งค่ายกลย่อมต้องกลายเป็นเป้าหมายโจมตีแรกของมันอย่างแน่นอน ขอเพียงแค่คนใดคนหนึ่งในพวกคุณเกิดพลาดพลั้ง ค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้ายจะล้มเหลวทันที และสิ่งชั่วร้ายก็จะได้รับอิสระ” ผมอธิบาย
ความจริงแล้วยังมีส่วนที่ผมไม่ได้พูดออกไป หากค่ายกลถูกทำลาย คนที่อยู่ในที่นี้ทั้งหมดก็อาจจะต้องเสียชีวิตไปพร้อมกัน ที่ไม่พูดออกไปเพราะกลัวว่าพวกเขาจะกดดันมากเกินไปจนส่งผลเสียต่อการตั้งค่ายกล
แต่พอได้ยินว่าจะกลายเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีของสิ่งชั่วร้าย สีหน้าของทั้งห้าคนก็เปลี่ยนไปทันที ในแววตาฉายแววขลาดกลัวและคิดจะถอย
เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตของตัวเอง จะไม่มีใครกลัวตายได้อย่างไร
ผมเข้าใจพวกเขา จึงปลอบไปว่า “ความจริงขอเพียงตั้งค่ายกลสำเร็จ ต่อให้สิ่งชั่วร้ายอยากจะโจมตีพวกคุณก็เป็นเรื่องยากมาก มันจะต้องทำลายค่ายกลให้ได้เสียก่อน ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องแน่ใจว่าจะไม่มีใครในหมู่พวกคุณถูกสิ่งชั่วร้ายทำให้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกหรือวิ่งหนีไปก็พอ อีกอย่างผมก็จะคอยคุ้มครองพวกคุณด้วย ดังนั้นไม่ต้องกังวล”
แต่ดูเหมือนคำพูดของผมจะไม่ค่อยได้ผล สีหน้าของพวกหลิวเฉิงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทุกคนต่างเงียบไป
โชคดีที่ต่งติ้งกั๋วเอ่ยขึ้น “ทุกคน ขอร้องล่ะ ขอเพียงเรื่องนี้สำเร็จลุล่วง ฉันจะให้ค่าเหนื่อยคนละหนึ่งแสน”
เมื่อเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของต่งหลิง ต่งติ้งกั๋วก็ไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเลย
จริงดังคำกล่าวที่ว่า ‘แค่มีเงินก็จ้างผีโม่แป้งได้’ นับประสาอะไรกับคน พอได้ยินคำพูดของต่งติ้งกั๋ว ทั้งห้าคนก็ดูเหมือนจะมีความมั่นใจขึ้นมาทันที ต่างรับปากว่าจะพยายามอย่างเต็มที่
“คุณต่ง ความจริงเรื่องเงินไม่สำคัญเลย เพื่อเทพธิดาต่ง ผมหลิวเฉิงยอมตายไม่เสียดายชีวิต สู้สุดใจครับ” เจ้าหลิวเฉิงนี่กล่าวอย่างหน้าไม่อาย
ผมบอกให้เขาเลิกพูดจาไร้สาระ แล้วเริ่มอธิบายถึงวิธีการและหัวใจสำคัญของการตั้งค่ายกล
“ที่เรียกว่าค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้าย แท้จริงแล้วคือการใช้ความสัมพันธ์ของการส่งเสริมกันของธาตุทั้งห้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมต้องเลือกพวกคุณห้าคนที่มีดวงชะตาห้าธาตุแตกต่างกัน” ผมอธิบายอย่างจริงจัง พลางเริ่มชี้ไปที่พวกเขาทีละคน
“ซุนฮ่าว ดวงชะตาคุณคือธาตุดิน ถึงเวลาให้ไปอยู่ตำแหน่งเฉียนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตำแหน่งเฉียนคือธาตุทอง และดินก่อเกิดทอง ส่วนคุณ ดวงธาตุไฟ ให้ไปอยู่ตำแหน่งคุนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตำแหน่งคุนคือธาตุดิน ไฟก่อเกิดดิน ส่วนคุณ ดวงธาตุไม้ ให้ไปอยู่ตำแหน่งหลีทางทิศใต้แท้ ตำแหน่งหลีคือธาตุไฟ ไม้ก่อเกิดไฟ ส่วนคุณ ดวงธาตุทอง ให้ไปอยู่ตำแหน่งขั่นทางทิศเหนือแท้ ตำแหน่งขั่นคือธาตุน้ำ ทองก่อเกิดน้ำ และสุดท้ายหลิวเฉิง ดวงแกคือธาตุน้ำ ให้ไปอยู่ตำแหน่งซวิ่นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก็คือที่ที่ฝังของต้องสาปไว้ ตำแหน่งซวิ่นคือธาตุไม้ น้ำก่อเกิดไม้”
ทั้งห้าคนมองไปรอบ ๆ เพื่อยืนยันตำแหน่งของตนเอง
“อาจารย์หลี่ คุณหมายความว่าคืนนี้ภูตร้ายตนนั้นจะปรากฏตัวที่นี่หรือครับ?” ต่งติ้งกั๋วถาม
ผมพยักหน้า แล้วบอกเขาว่าวันนั้นหลังจากที่ถูกวิชาห้านิ้วอสนีบาตของผมเล่นงาน ภูตร้ายต้องบาดเจ็บสูญเสียพลังปราณไปมาก จึงไม่ปรากฏตัวออกมาจนถึงตอนนี้ แต่เวลาผ่านไปเกือบสองวันแล้ว ภูตร้ายคงจะฟื้นตัวได้เกือบสมบูรณ์แล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด วันนี้มันจะต้องปรากฏตัวออกมาอย่างแน่นอน
ที่ผมมั่นใจได้ขนาดนี้ เป็นเพราะการปรากฏตัวของผม ทำให้นักไสยเวทคนนั้นย่อมไม่ต้องการจะยืดเยื้อต่อไปอีก มันเพียงต้องการจะรีบคร่าชีวิตคุณต่งหลิงให้เร็วที่สุด
เขาถามผมอีกว่าแล้วคนที่เหลือต้องทำอะไร ผมบอกว่าไม่ต้องทำอะไรเลย ถึงเวลาให้คนที่เหลือคอยเฝ้าอยู่ด้านนอกค่ายกลก็พอ
“เอ่อ...” ต่งติ้งกั๋วดูจะผิดหวังเล็กน้อย คาดว่าคงอยากจะช่วยออกแรงด้วย
ผมยิ้มแล้วกล่าวว่า “การที่ให้พวกคุณไม่ต้องทำอะไร ไม่ได้หมายความว่าพวกคุณไม่มีประโยชน์ การที่พวกคุณอยู่ที่นี่ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มพลังหยางให้กับบริเวณสุสาน ซึ่งนี่ก็สำคัญมากเช่นกัน”
เขาพยักหน้าแล้วไม่พูดอะไรอีก
จากนั้นผมก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ เริ่มหยิบพู่กัน จุ่มชาดแล้วเริ่มวาดยันต์
ไม่นานนัก ยันต์พิทักษ์วิญญาณสามแผ่น และยันต์พันธนาการวิญญาณอีกหนึ่งแผ่นก็วาดเสร็จ
ผมให้คนนำน้ำสะอาดชามใหญ่มา จากนั้นจุดยันต์พิทักษ์วิญญาณทั้งสามแผ่น แล้วคนเถ้ายันต์ลงในชามเพื่อทำน้ำยันต์
“มา ดื่มน้ำยันต์นี่คนละนิด” ผมยื่นน้ำยันต์ให้หลิวเฉิง “น้ำยันต์พิทักษ์วิญญาณจะช่วยให้จิตใจของพวกคุณสงบนิ่ง ป้องกันไม่ให้พอโดนภูตร้ายหลอกเข้าหน่อยก็ขวัญหนีดีฝ่อ วิญญาณหลุดจากร่าง”
ทีแรกหลิวเฉิงยังมองน้ำยันต์ที่ผมยื่นให้ด้วยท่าทีรังเกียจ แต่พอได้ฟังผมพูดแบบนั้น เขาก็รีบยกขึ้นดื่มทันที
“ของดีนี่นา ฉันต้องดื่มเยอะ ๆ หน่อย”
เจ้าหมอนี่นึกถึงแต่ตัวเอง พอได้ดื่มก็ดื่มไม่หยุด ผมต้องรีบแย่งชามน้ำยันต์กลับมาแล้วส่งให้คนต่อไป
“แกนึกว่านี่เป็นเหล้ารึไง?” ผมพูดอย่างหัวเสีย
หลิวเฉิงหัวเราะแห้ง ๆ บอกว่าเขาแค่คิดว่าถ้าดื่มเยอะ ๆ แล้วจะได้ผลดีขึ้น ผมจึงด่าเขาว่าอวดฉลาด น้ำยันต์พิทักษ์วิญญาณดื่มมากดื่มน้อยก็ได้ผลเท่ากัน
“หา ทำไมแกไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ?” หลิวเฉิงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ รสชาติของน้ำยันต์นั้นไม่ได้อร่อยเลย
คนอื่น ๆ ก็ถูกคำพูดของเขาทำให้หัวเราะออกมาเสียงดัง บรรยากาศที่เคยตึงเครียดจึงผ่อนคลายลงไม่น้อย
ในขณะนั้น ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืดลง
ได้เวลาแล้ว ผมบอกกับพวกเขา “ตอนนี้พวกคุณใช้น้ำที่แช่ใบส้มโอล้างตา แบบนี้ต่อให้สิ่งชั่วร้ายไม่ปรากฏร่างให้เห็น พวกคุณก็จะมองเห็นพวกมันได้”
ภูตร้ายมีไอสังหารรุนแรง ต่อให้ไม่ปรากฏร่างคนธรรมดาก็มองเห็นได้ แต่กับภูตผีปีศาจทั่วไปนั้นทำไม่ได้
มีคนถามผมว่าไม่ใช้น้ำใบส้มโอล้างตาได้หรือไม่ รู้สึกว่าการไม่เห็นสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นน่าจะดีกว่า
ผมส่ายหน้า บอกว่าไม่ได้ “ถ้าคุณมองไม่เห็นพวกมัน แล้วถ้าพวกมันโจมตีคุณ คุณก็จะตกอยู่ในอันตราย”
ดังนั้นทุกคนจึงรีบทำตาม ใช้น้ำที่แช่ใบส้มโอล้างตาของตน
“รู้สึกว่าพอใช้น้ำนี่ล้างตาแล้ว มองอะไรก็ชัดกว่าปกติเยอะเลย เอาน้ำนี่ไปขายให้คนสายตาสั้นใช้ น่าจะทำเงินได้ไม่น้อยเลยนะ” หลังจากหลิวเฉิงล้างตาเสร็จก็พูดขึ้นมาลอย ๆ
ผมรู้สึกขำเล็กน้อย “นั่นเป็นความเข้าใจผิดของแกล้วน ๆ จะมหัศจรรย์ขนาดนั้นได้ยังไง”
หลังจากทุกคนล้างตาเสร็จ ผมก็หยิบพู่กันจุ่มชาด แล้ววาดอักขระลงบนฝ่ามือทั้งสองข้างของคนทั้งห้า ซึ่งก็คือหลิวเฉิงและพวกซุนฮ่าว
จากนั้นก็ให้ทั้งห้าคนไปนั่งขัดสมาธิในตำแหน่งตั้งค่ายกลของตัวเอง เมื่อเห็นว่าทุกคนเข้าประจำที่แล้ว ผมจึงกล่าวว่า “เมื่อถึงเวลาที่ผมให้สัญญาณตั้งค่ายกล พวกคุณก็นั่งลงในตำแหน่งที่ถูกต้องแบบนี้ จุดเทียนวางไว้บนพื้นด้านหน้า แล้วยกมือขวาหงายฝ่ามือขึ้นเหนือศีรษะ ส่วนมือซ้ายวางไว้ที่หน้าอก คว่ำฝ่ามือลง”
ทั้งห้าคนทำตามที่ผมบอกหนึ่งรอบ การทำเช่นนี้จะทำให้พวกเขาสามารถอาศัยอักขระที่ผมวาดไว้บนฝ่ามือและพลังแห่งห้าธาตุ เพื่อบรรลุสภาวะไตรบุปผาชุมนุมเหนือเศียรได้ชั่วคราว และดึงพลังของค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้ายออกมาได้อย่างเต็มที่ ผมดูแล้วไม่มีปัญหาอะไร จึงให้พวกเขากลับมา
ตอนนี้การเตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงรอให้ภูตร้ายปรากฏตัวออกมา