เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 คำสาป

บทที่ 33 คำสาป

บทที่ 33 คำสาป


บทที่ 33 คำสาป

ผมใช้กิ่งไม้ในมือเขี่ยต่อไปอีกสองสามที แล้วพบว่าในผ้าที่เต็มไปด้วยอักขระ นอกจากตุ๊กตาดินปั้นที่แปะยันต์ไว้แล้ว ยังมีแหวนหน้าตาประหลาดอยู่วงหนึ่ง ซึ่งยังมองไม่ออกในทันทีว่าทำจากวัสดุอะไร

ผมมองของสองสามชิ้นนี้พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงใช้กิ่งไม้สะกิดยันต์ที่แปะอยู่บนตัวตุ๊กตาขึ้นมา พบว่าด้านหลังของแผ่นยันต์ก็มีตัวอักษรเขียนอยู่ เมื่อมองดูให้ดีจึงเห็นว่าเป็นดวงชะตาวันเดือนปีเกิดของต่งหลิง

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง” สีหน้าของผมเคร่งขรึมลง ผมพอจะเดาเหตุผลที่นักไสยเวทคนนั้นหมายตาต่งหลิงออกแล้ว รวมถึงสิ่งที่มันต้องการจะทำด้วย

เมื่อเห็นผมจ้องมองของที่ฝังอยู่ในดินด้วยสีหน้าจริงจัง ต่งติ้งกั๋วก็เริ่มกังวลใจ เขาเอ่ยถามผมว่านี่มันคืออะไรกันแน่

“สถานการณ์เลวร้ายมากครับ มีคนใช้ของที่ฝังไว้ตรงนี้ร่ายคำสาปใส่คุณต่งหลิง เพื่อทรมานเธอจนตาย แล้วหลอมวิญญาณให้กลายเป็นภูตร้ายไว้ใช้งาน” ผมไม่ได้คิดจะปิดบัง จึงบอกความจริงกับต่งติ้งกั๋วไปตามตรง

“อะไรนะ!?” ต่งติ้งกั๋วตกใจจนหน้าซีดเผือด “ใครกันที่โหดเหี้ยมถึงขนาดนี้?”

ผมส่ายหน้าแสดงว่าไม่ทราบ แต่เมื่อดูจากแผนการและการกระทำของมันแล้ว ต้องเป็นนักไสยเวทที่มีฝีมือร้ายกาจ ทั้งยังอำมหิตและเจ้าเล่ห์เป็นอย่างมาก

ต่งติ้งกั๋วยิ่งร้อนรนเข้าไปใหญ่ เขาถามผมอย่างเร่งรีบว่าจะสามารถทำลายคำสาปนี้ได้หรือไม่

“วิธีถอนคำสาปไม่ใช่ว่าจะไม่มี แต่ตอนนี้ผมไม่เห็นด้วยที่จะทำแบบนั้น” ผมเอ่ยขึ้น

“ทำไมล่ะครับ?”

ผมทำหน้าขรึมแล้วบอกเขา “เพราะนั่นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตอ ต่อให้ตอนนี้ผมช่วยคุณต่งหลิงทำลายคำสาปได้ แต่ตราบใดที่นักไสยเวทคนนั้นยังไม่ล้มเลิกความคิด หลังจากนี้มันย่อมต้องหาวิธีอื่นมาทำร้ายคุณต่งหลิงอีกแน่นอน ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการล่อให้นักไสยเวทคนนั้นเผยตัวออกมา แล้วเจรจาเพื่อให้มันยอมเลิกรา ที่ต้องเลือกเจรจาเป็นเพราะการที่มันสามารถควบคุมและเลี้ยงดูภูตร้ายได้ แสดงว่าวิชาอาคมของมันไม่ตื้นเขิน หากต้องสู้กันจนแตกหัก เกรงว่าจะไม่มีฝ่ายใดได้ประโยชน์เลย”

หากเรื่องนี้จบลงได้อย่างสันติวิธีคงจะดีที่สุด มิฉะนั้นแล้วก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะเกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายขนาดไหนตามมา

“แล้วจะล่อมันออกมาได้อย่างไรครับ?” ต่งติ้งกั๋วเป็นห่วงความปลอดภัยของต่งหลิงอย่างยิ่ง ตอนนี้ไม่ว่าผมจะพูดอะไร เขาก็พร้อมจะเชื่อโดยไม่สงสัย

หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ เองก็ขมวดคิ้ว “นั่นสิ แกก็บอกแล้วว่ามันเจ้าเล่ห์ มันต้องไม่ยอมปรากฏตัวออกมาง่าย ๆ แน่”

“ไม่ต้องห่วง ผมมีวิธีแล้ว” ผมกล่าว

แต่ผมก็ได้เตือนพวกเขาว่า ถึงจะมีวิธีแต่การลงมือทำนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนที่นี่ให้ทำตามที่ผมบอกทุกอย่าง

“อาจารย์หลี่ คุณวางใจได้เลยครับ คนเหล่านี้ติดตามผมมานาน ทุกคนล้วนไว้ใจได้ ขอเพียงคุณออกคำสั่ง พวกเราจะทำตามทุกอย่าง” ต่งติ้งกั๋วรับรอง

ผมพยักหน้า ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว ต่อจากนี้ขอเพียงเตรียมการให้พร้อม ผมก็มั่นใจเต็มที่ว่าจะทำให้แผนการลุล่วงไปได้

ผมจึงสั่งให้คนนำของต้องสาปใต้รากหม่อนไปฝังกลับไว้ที่เดิม ของสิ่งนี้จะกลายเป็นเหยื่อล่อเพื่อให้นักไสยเวทลึกลับคนนั้นปรากฏตัวออกมา

หลังจากฝังเรียบร้อยแล้ว หลิวเฉิงเดินเข้ามาถามผมว่าพวกเรากลับกันได้หรือยัง

“ไม่ได้ คืนนี้เราต้องอยู่ที่นี่ จนกว่าแผนการจะสำเร็จถึงจะกลับไปได้” ผมส่ายหน้าตอบ

“หา นี่แกจะบอกว่าเราต้องค้างคืนที่สุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่งนี่น่ะเหรอ?” พอได้ยินว่าต้องค้างแรมในสุสาน สีหน้าของหลิวเฉิงก็ย่ำแย่ยิ่งกว่าตอนจะร้องไห้เสียอีก

ผมมองไปที่เขาแล้วถามว่าลืมเรื่องที่พูดไว้ก่อนหน้านี้แล้วหรือไง ที่บอกว่าจะฝึกความกล้าของตัวเองในด้านนี้น่ะ?

คำพูดนั้นทำให้เขายืดอกขึ้นทันควัน “แกอย่าเข้าใจผิด ฉันยังไม่ได้พูดเลยว่ากลัว”

ผมเลิกต่อปากต่อคำกับเขา แล้วหันไปให้ต่งติ้งกั๋วจัดหาคนไปเตรียมของที่ต้องใช้สำหรับคืนนี้ โดยต้องเตรียมให้พร้อมก่อนตะวันตกดิน

“คุณให้คนไปเตรียมกระจกยันต์แปดทิศ ใบส้มโอ น้ำสะอาด เทียนไข ชาด กระดาษยันต์ และพู่กันมาเดี๋ยวนี้เลยครับ”

“ได้ครับ” ต่งติ้งกั๋วรับคำ แล้วหันไปทางซุนฮ่าว “ซุนฮ่าว นายพาคนไปสักสองสามคนรีบไปเตรียมของมา”

จากนั้นพวกของซุนฮ่าวก็แยกย้ายกันไปเตรียมของ

ต่งติ้งกั๋วหันกลับมามองผมอีกครั้งด้วยท่าทีอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ผมจึงบอกให้เขาพูดสิ่งที่อยากพูดออกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ

“อาจารย์หลี่ คุณพอจะทราบไหมครับว่าทำไมนักไสยเวทคนนั้นถึงต้องเจาะจงทำร้ายเสี่ยวหลิงด้วย?”

ผมพอจะเดาได้ว่าเขาต้องการจะถามเรื่องนี้ จึงตอบไปว่า “ผมคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับดวงชะตาวันเดือนปีเกิดของคุณต่งหลิง”

“ดวงชะตาของเทพธิดาต่งมันทำไมเหรอ?” หลิวเฉิงชะโงกหน้าเข้ามาถามอย่างใคร่รู้

“ตอนที่ทำหุ่นกระดาษตัวแทน ผมก็สังเกตเห็นแล้วว่าดวงชะตาของคุณต่งหลิงเป็นหยินบริสุทธิ์ ซึ่งพิเศษและหาได้ยากยิ่ง ส่วนนักไสยเวทคนนี้ก็เชี่ยวชาญวิชาเลี้ยงและควบคุมภูตผีอย่างชัดเจน คำสาปของมันจะทำให้สิ่งชั่วร้ายเข้าสิงสู่และทรมานคุณต่งหลิงไม่หยุดหย่อน พร้อมกันนั้นก็เป็นการเพิ่มไอหยินในร่างของเธอ ทำให้เธอต้องตายอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส หลังจากสิ้นใจ คุณต่งหลิงจะกลายเป็นผีร้ายที่อาฆาตแค้นอย่างที่สุด และเมื่อผ่านการหลอมของมันแล้ว คุณต่งหลิงจะกลายเป็นภูตร้าย หรืออาจเป็นตัวตนที่ดุร้ายยิ่งกว่าภูตร้าย เพื่อให้มันนำไปใช้งาน” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ใบหน้าของต่งติ้งกั๋วเต็มไปด้วยโทสะ เขากล่าวอย่างขุ่นเคือง “ไม่นึกว่าจะมีคนใจคอโหดเหี้ยมเช่นนี้ อาจารย์หลี่ ไม่ว่าอย่างไรคุณต้องช่วยผมให้ได้ อย่าปล่อยให้มันทำสำเร็จเด็ดขาดนะครับ”

“บ้าเอ๊ย เทพธิดาต่งของฉันจะกลายเป็นภูตร้ายน่ากลัวไปไม่ได้นะ” หลิวเฉิงเองก็อดรนทนไม่ไหว สบถออกมา

“วางใจเถอะครับ ด้วยคุณไสยที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์แบบนี้ ผมไม่มีทางปล่อยให้มันทำสำเร็จแน่” หากผมไม่ได้มาพบเจอเรื่องนี้ก็แล้วไป แต่ในเมื่อเจอแล้วก็ต้องขวางให้ถึงที่สุด

ก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า ในที่สุดพวกของซุนฮ่าวก็หาของกลับมาได้จนครบ

“อาจารย์หลี่ ของพร้อมแล้วครับ ต่อไปต้องทำอย่างไร คุณสั่งมาได้เลย”

ผมหยิบใบส้มโอขึ้นมา บอกให้พวกเขาแช่ในน้ำสะอาดทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง จากนั้นจึงถามดวงชะตาวันเดือนปีเกิดของทุกคนที่อยู่ที่นั่น

“พวกคุณทุกคนบอกวันเดือนปีเกิดของตัวเองมาให้ผม ถึงเวลาผมจะต้องเลือกคนห้าคนที่มีดวงชะตาธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดินมาช่วยจัดตั้งค่ายกล”

ทุกคนรวมถึงต่งติ้งกั๋วจึงเริ่มบอกวันเดือนปีเกิดของตนทีละคน ผมตั้งใจจดบันทึกและเลือกคนออกมาได้สี่คน แต่กลับขาดคนที่มีดวงชะตาธาตุน้ำไปคนหนึ่งพอดี

“ในหมู่พวกเราไม่มีคนที่มีดวงชะตาธาตุน้ำเลยเหรอ?” ผมขมวดคิ้ว ไม่คาดคิดมาก่อน

ต่งติ้งกั๋วถามผมว่าจำเป็นต้องเป็นคนธาตุน้ำเท่านั้นหรือ? ผมพยักหน้าแล้วบอกว่าต้องหาให้ครบทั้งห้าธาตุ เพราะค่ายกลที่ผมจะสร้างคือค่ายกลห้าธาตุกักพลังชั่วร้าย ซึ่งขาดธาตุใดธาตุหนึ่งไปไม่ได้เลย

“แล้วจะทำยังไงดี ตอนนี้ให้คนอื่นรีบมาจะยังทันไหม?” ต่งติ้งกั๋วก็ร้อนใจขึ้นมา

ผมขมวดคิ้ว การเดินทางจากในเมืองมาที่นี่เร็วที่สุดต้องใช้เวลาสามชั่วโมง แต่ตอนนี้ตะวันกำลังจะตกดินแล้ว เกรงว่าจะไม่ทันการณ์

ทันใดนั้น ผมนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ถามวันเดือนปีเกิดของหลิวเฉิง เจ้าหมอนั่นกำลังอาสาช่วยผมบดชาดอยู่ไม่ไกล ดูเหมือนผู้ช่วยขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน

“ไอ้คิง…หลิวเฉิง บอกวันเดือนปีเกิดของแกมาหน่อย” ผมเกือบจะเผลอเรียกฉายา ‘คิงคอง’ ของเขาต่อหน้าพวกต่งติ้งกั๋วแล้ว โชคดีที่นึกขึ้นได้ทัน ไม่อย่างนั้นเจ้าหมอนี่คงไม่พอใจอีกเป็นแน่

หลิวเฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงบอกผม

ผมลองคำนวณดูแล้วก็ดีใจยกใหญ่ “บังเอิญจริง ๆ ดวงชะตาของแกเป็นธาตุน้ำพอดีเป๊ะเลย”

เมื่อเป็นแบบนี้ ก็เท่ากับว่าได้คนครบตามดวงชะตาห้าธาตุแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่สอนพวกเขาว่าจะจัดตั้งค่ายกลได้อย่างไร

จบบทที่ บทที่ 33 คำสาป

คัดลอกลิงก์แล้ว