- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 32 ความลับที่ซ่อนอยู่
บทที่ 32 ความลับที่ซ่อนอยู่
บทที่ 32 ความลับที่ซ่อนอยู่
บทที่ 32 ความลับที่ซ่อนอยู่
ผมจ้องมองต่งติ้งกั๋วด้วยสีหน้าตกตะลึง ทำให้ทุกคนพากันงุนงงและมองมาที่ผมอย่างแปลกใจ
“หลงหยวน เป็นอะไรไป?” หลิวเฉิงถามอย่างสงสัย
ต่งติ้งกั๋วเองก็ลูบหน้าตัวเองอย่างงุนงง “อาจารย์หลี่ บนหน้าของผมมีอะไรติดอยู่หรือครับ?”
“ไม่ใช่ เรื่องยังไม่คลี่คลาย” ผมกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและสีหน้าจริงจัง
ทุกคนต่างนิ่งอึ้งไป โดยเฉพาะต่งติ้งกั๋วที่รีบร้อนถามขึ้นว่า “ทำไมล่ะครับ อาจารย์หลี่ คุณเพิ่งจะบอกว่าเป็นปัญหากิ่งก้านต้นหม่อนบดบังแสงแดด พวกเราจัดการเรียบร้อยแล้ว ทำไมเรื่องราวถึงยังไม่จบสิ้นอีกล่ะครับ?”
ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ดูเหมือนว่าผมจะมองโลกในแง่ดีเกินไป เพียงแค่ร่มไม้บดบัง จะไปชักนำภูตร้ายที่แข็งแกร่งระดับนั้นมาได้อย่างไรกัน ร่มไม้ที่บดบังเป็นสาเหตุที่ทำให้โชคชะตาของตระกูลต่งเสื่อมถอย แต่ไม่ใช่สาเหตุที่ต่งหลิงถูกสิ่งชั่วร้ายตามรังควาน
“ไอดำบนหว่างคิ้วของคุณต่งสลายไปแล้ว แสดงว่าดวงชะตาของตระกูลต่งกำลังฟื้นตัว แต่ไอดำที่พันอยู่รอบภพเรือนบุตรกลับยังไม่จางหายไป นี่บ่งชี้ว่าเรื่องร่มไม้บดบังไม่เกี่ยวข้องกับการที่ต่งหลิงถูกสิง” ผมกล่าวกับพวกเขาด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น
พอได้ฟังเช่นนั้น สีหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนไปและเริ่มตื่นตระหนกตามกัน
“อาจารย์หลี่ นี่มัน...” ต่งติ้งกั๋วทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองมาที่ผม
ผมขมวดคิ้ว บอกให้เขารีบโทรศัพท์กลับไปที่บ้านเพื่อถามไถ่อาการของต่งหลิง
“อ้อ ครับ” ต่งติ้งกั๋วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรกลับไปอย่างร้อนรน
ไม่นานนัก เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะวางสายแล้วบอกผมว่าต่งหลิงที่บ้านปลอดภัยดี สาวใช้เพิ่งป้อนอาหารให้เธอเสร็จ และตอนนี้เธอก็หลับไปแล้ว
คำพูดของเขาทำให้ผมพลอยโล่งใจไปด้วย โชคยังดีที่ต่งหลิงไม่เป็นอะไรไป หากความสะเพร่าของผมเป็นเหตุให้ต่งหลิงได้รับอันตราย ชาตินี้ผมคงต้องมีชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอดกาล
“หลงหยวน แกคิดมากไปหรือเปล่า?” หลิวเฉิงเอ่ยขึ้นข้าง ๆ
ผมส่ายหน้าพลางปฏิเสธ “ไอดำบนภพเรือนบุตรของคุณต่งยังไม่สลายไป นั่นหมายความว่าการสันนิษฐานของฉันไม่ผิด เรื่องที่ต่งหลิงประสบพบเจอจะต้องมีสาเหตุอื่นอย่างแน่นอน พวกเรายังกลับไปไม่ได้ ฉันมีลางสังหรณ์ว่าที่สุสานแห่งนี้ยังคงมีปัญหาบางอย่างที่ฉันยังตรวจไม่พบซ่อนอยู่”
คุณปู่เคยเตือนผมไว้ว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับซินแสฮวงจุ้ยคือการคิดทึกทักเอาเอง จะต้องรอบคอบและพิถีพิถัน มิฉะนั้นจะเป็นการทำร้ายทั้งผู้อื่นและตนเอง วันนี้ผมเกือบจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่ โชคดีที่ยังไม่เกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายตามมา ไม่อย่างนั้นนั้นผมคงไม่มีหน้าไปสู้คุณปู่ที่จากไปแล้ว
“คุณต่ง คุณช่วยกำชับคนที่คฤหาสน์ตระกูลต่ง ให้พวกเขาเฝ้าคุณต่งหลิงในห้องตลอดเวลา ห้ามละสายตาแม้แต่ก้าวเดียว และให้คนไปเฝ้ารูปปั้นเสือขาวที่ตำแหน่งประตูผีไว้ด้วย หากพบความผิดปกติใด ๆ ต้องรีบแจ้งพวกเราทันที” ผมกำชับต่งติ้งกั๋ว
ต่งติ้งกั๋วพยักหน้ารับ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรกลับไปอีกครั้งทันที
หลังจากเขาวางสาย ผมจึงเริ่มเดินสำรวจรอบบริเวณหลุมศพอีกครั้ง หากมองรอบเดียวไม่เห็น ผมก็จะเดินดูอีกหลาย ๆ รอบ ตราบใดที่ยังมีปัญหาซ่อนอยู่ ต่อให้เล็กน้อยแค่ไหน ผมก็ต้องหามันให้พบ
ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกหลิวเฉิงและต่งติ้งกั๋วไม่อาจช่วยอะไรได้ ทำได้เพียงแค่ร้อนใจและมองมาที่ผมด้วยความคาดหวัง
หลังจากเดินวนรอบหลุมศพไปได้สองรอบ ต้นหม่อนที่สูงใหญ่และลำต้นหนาเป็นพิเศษต้นหนึ่งก็สะดุดตาผม แม้ว่ากิ่งก้านของมันจะถูกตัดแต่งไปแล้วเช่นเดียวกับต้นอื่น ๆ แต่ยังคงมองออกว่ามันเจริญงอกงามกว่าต้นอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสูงกว่าและลำต้นก็ใหญ่กว่ามาก
ผมพิจารณาตำแหน่งของต้นไม้ต้นนี้ แล้ววางมือลงบนลำต้นเพื่อสัมผัส จากนั้นจึงหลับตาลงและเริ่มใช้สัมผัสเพื่อรับรู้ถึงปัญหาของมัน
เพียงครู่เดียว ผมก็สัมผัสได้ถึงไอชั่วร้ายสายหนึ่งที่แผ่จากใต้ดินขึ้นมาตามลำต้น และไอชั่วร้ายนี้ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือกลิ่นอายจากภูตร้ายในวันนั้นไม่ผิดเพี้ยน
“หลงหยวน นี่มันลำต้นนะ ไม่ใช่ผู้หญิง แกจะมาหลับตาคลำอะไรเอาจริงเอาจังขนาดนั้น?” หลิวเฉิงเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ พูดจาไม่รู้จักคิด
ผมไม่ได้สนใจเขา แต่เรียกให้พวกต่งติ้งกั๋วเข้ามาใกล้ ๆ เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ผมจึงตบที่ลำต้นหม่อนเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ต้นตอของปัญหาของคุณต่งหลิงอยู่ที่นี่เอง”
“เรื่องของเทพธิดาต่ง จะไปเกี่ยวข้องอะไรกับต้นหม่อนต้นหนึ่งได้?” หลิวเฉิงไม่เข้าใจ
“หากต้นหม่อนต้นนี้ขึ้นอยู่ที่อื่น มันก็เป็นเพียงต้นหม่อนธรรมดา แต่เมื่อมันขึ้นอยู่ในตำแหน่งนี้ของสุสานตระกูลต่ง มันจึงกลายเป็นตัวแทนของคุณต่งหลิง” ผมเอ่ยขึ้น
คำพูดของผมทำให้พวกเขาสับสนไปหมด ต่างมองมาที่ผมด้วยสีหน้างุนงง
ผมจึงต้องอธิบาย “ตามตำแหน่งของปากว้าพิภพหลัง ทิศต่าง ๆ ของสุสานล้วนมีความหมายแทนสิ่งต่าง ๆ ต้นหม่อนต้นนี้อยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคือตำแหน่งซวิ่น ธาตุไม้ เป็นตัวแทนของบุตรสาวคนโตของตระกูลต่ง คุณต่ง คุณไม่มีพี่สาวหรือน้องสาวใช่ไหมครับ?”
“ไม่มีครับ” ต่งติ้งกั๋วส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ถูกต้องแล้ว” ผมกล่าว “ในเมื่อคุณต่งติ้งกั๋วไม่มีพี่สาวหรือน้องสาว ดังนั้นบุตรสาวคนโตของตระกูลต่งจึงมีเพียงคุณต่งหลิงคนเดียว”
หลิวเฉิงพยักหน้าว่าเข้าใจแล้ว แต่ก็ถามต่อว่าแล้วต้นหม่อนที่เป็นตัวแทนของคุณต่งหลิงนั้นมีปัญหาอะไร?
“พวกคุณลองสังเกตดูให้ดี ต้นหม่อนต้นนี้เติบโตดีกว่าต้นอื่นอย่างเห็นได้ชัด” ผมชี้ไปยังต้นหม่อนต้นอื่น ๆ “นี่บ่งบอกว่าในอนาคตคุณต่งหลิงจะประสบความสำเร็จอย่างสูงส่ง อาจกลายเป็นจุดสูงสุดของตระกูลต่งเลยทีเดียว”
“อาจารย์หลี่ จริงหรือครับ?” ต่งติ้งกั๋วรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ต่งหลิงคือลูกสาวของเขา หากเธอจะประสบความสำเร็จได้สูงถึงเพียงนั้น คนเป็นพ่ออย่างเขาย่อมมีความสุขเป็นธรรมดา
ผมพยักหน้า ยืนยันว่าเป็นเช่นนั้นจริง
“ยินดีกับคุณต่งด้วยนะครับ เทพธิดาต่งช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ” หลิวเฉิงไม่วายที่จะกล่าวประจบเอาใจต่งติ้งกั๋ว
ทว่าซุนฮ่าวที่อยู่ด้านข้างกลับสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาจึงถามผมด้วยความสงสัย “เดี๋ยวก่อนครับอาจารย์หลี่ ในเมื่อเป็นเรื่องดี แล้วเหตุใดคุณหนูต่งถึงถูกสิ่งชั่วร้ายตามรังควานล่ะครับ?”
“นั่นเพราะมีคนจงใจใช้ดวงชะตาของคุณต่งหลิงเพื่อซ่อนเร้นแผนการชั่วร้ายของตนเอง เมื่อครู่ผมเองก็เกือบจะถูกหลอกไปด้วย” ต้องยอมรับว่าคนผู้นี้ทั้งร้ายกาจและเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างยิ่ง ผมเกือบจะตกหลุมพรางของมันเข้าแล้ว
เมื่อเห็นว่าพวกเขายังไม่เข้าใจ ผมจึงอธิบายต่อ “มีคนผู้หนึ่งหมายตาคุณต่งหลิงไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง แล้วมาค้นพบปัญหาร่มไม้บดบังที่สุสานของตระกูลต่งเข้าพอดี จึงใช้ปัญหานี้เป็นฉากบังหน้าเพื่อทำร้ายคุณต่งหลิง หลังจากคุณต่งหลิงเกิดเรื่อง ต่อให้ตระกูลต่งเชิญซินแสมาดูที่สุสานแห่งนี้ ก็จะเข้าใจว่าเป็นผลมาจากร่มไม้บดบัง และมองข้ามต้นตอที่แท้จริงไป”
จากนั้น ผมชี้ลงไปที่พื้น “สิ่งที่ทำร้ายคุณต่งหลิง ซ่อนอยู่ข้างใต้นี่เอง”
ต่งติ้งกั๋วเรียกคนงานสองคนมาขุดดินบริเวณโคนต้นหม่อน ไม่กี่นาทีให้หลัง ผ้าผืนหนึ่งที่เต็มไปด้วยอักขระประหลาดก็ปรากฏขึ้น
ในผ้าที่เต็มไปด้วยอักขระดูเหมือนจะห่อของบางอย่างเอาไว้ ผมหากิ่งไม้จากแถวนั้นมาอันหนึ่ง แล้วใช้มันเขี่ยผ้าผืนนั้นออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน
ข้างในนั้นมีตุ๊กตาดินปั้นขนาดเล็กตัวหนึ่งทาด้วยสีแดงคล้ำ และที่ด้านหน้าของตุ๊กตายังแปะยันต์แผ่นหนึ่งเอาไว้ด้วย
“นี่มันของอะไรกัน?” หลิวเฉิงเดินเข้ามาถามด้วยความอยากรู้
ผมขมวดคิ้ว เรื่องนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด ภูตร้ายไม่ได้มาหาคุณต่งหลิงเอง แต่มีคนสั่งให้มันมาตามรังควานเธอ
มิน่าล่ะตอนนั้นภูตร้ายถึงได้พูดคำว่า ‘พวกเรา’ ที่แท้เบื้องหลังมันยังมีนักไสยเวทซ่อนอยู่อีกคน เกรงว่าภูตร้ายตนนั้นคงถูกนักไสยเวทเลี้ยงเอาไว้เพื่อใช้ทำร้ายผู้คนโดยเฉพาะ
เรื่องราวกลับกลายเป็นยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก หากผมต้องการช่วยคุณต่งหลิงให้รอดพ้น ก็จำเป็นต้องต่อกรกับนักไสยเวทที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดผู้นั้น