เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ร่มไม้ที่บดบัง

บทที่ 31 ร่มไม้ที่บดบัง

บทที่ 31 ร่มไม้ที่บดบัง


บทที่ 31 ร่มไม้ที่บดบัง

ผมเฝ้าสังเกตสุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่งต่อไปด้วยความสงสัย

ในตอนนั้น ต่งติ้งกั๋วเดินเข้ามาข้างกายผม แล้วเอ่ยถามอย่างร้อนใจ “อาจารย์หลี่ จากสุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่งเรา คุณมองเห็นปัญหาอะไรบ้างไหมครับ?”

“ดี!” ผมตอบเขากลับไปเพียงคำเดียว

ต่งติ้งกั๋วไม่เข้าใจ จึงถามผมว่าหมายความว่าอย่างไร

“หากมองจากภาพรวมแล้ว สุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่งของคุณไม่เพียงแต่ไม่มีปัญหา แต่ยังถือเป็นทำเลสุสานที่ดีเยี่ยม การที่ตระกูลของคุณประสบความสำเร็จในเมืองหลวงของมณฑลได้ถึงขนาดนี้ ล้วนมีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับสุสานที่ดีของบรรพบุรุษ” ผมบอกกับเขา

หลิวเฉิงเช็ดเหงื่อบนใบหน้าพลางถามผมว่าดีอย่างไร ในสายตาของเขา ที่นี่ดูไม่แตกต่างจากสุสานของตระกูลอื่นสักเท่าไร

ศาสตร์สุสานสำหรับผู้ล่วงลับนั้นลึกซึ้ง แน่นอนว่าคนธรรมดาอย่างพวกหลิวเฉิงไม่อาจเข้าใจได้ ผมจึงทำได้เพียงชี้ไปรอบ ๆ สุสานบรรพชนของตระกูลต่ง แล้วอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างง่าย ๆ

“หัวใจสำคัญของสุสานคืออิงภูเขาใกล้น้ำ สุสานของตระกูลต่งล้อมรอบด้วยภูเขาทั้งสี่ทิศ ด้านหน้ามีลานกว้าง ด้านหลังมีที่พิง ซ้ายขวาโอบล้อม ตำแหน่งเต่าดำด้านหลังมีภูเขาเป็นที่พิงอันมั่นคงแข็งแรง สองข้างซ้ายขวายังมีภูเขามังกรเขียวและเสือขาวคอยปกป้อง ด้านหน้ามีลานรับพลังที่เปิดโล่งกว้างไกล ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรยังมีแม่น้ำไหลโอบล้อมพอดิบพอดี บรรพชนได้ฝังร่างไว้ที่นี่ ลูกหลานรุ่นหลังจะไม่ให้รุ่งเรืองนั้นเป็นไปได้ยาก”

“เมื่อก่อนผมเคยได้ยินคุณพ่อเล่าว่า ที่แห่งนี้บรรพบุรุษของเราได้เชิญซินแสฮวงจุ้ยมาดูให้เป็นพิเศษ การที่ตระกูลต่งของเราสามารถสร้างตัวจากธุรกิจเล็ก ๆ จนมีได้อย่างทุกวันนี้ ล้วนเป็นเพราะสุสานบรรพบุรุษคอยปกป้องคุ้มครอง ท่านยังกำชับให้ลูกหลานตระกูลต่งดูแลรักษาสุสานบรรพบุรุษให้ดี เมื่อก่อนผมยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่พอได้ฟังอาจารย์หลี่อธิบายแบบนี้ ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมากครับ” ต่งติ้งกั๋วมีสีหน้ายินดีปรีดา เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเผชิญมาทำให้เขาเชื่อเรื่องศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างสนิทใจ

หลิวเฉิงทำหน้าครุ่นคิด แล้วหันมาถามผมว่าถ้าเช่นนั้นพวกเรามาเสียเที่ยวหรือเปล่า ในเมื่อสุสานของตระกูลต่งดีขนาดนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นกับต่งหลิงคงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน

“ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ หากมองจากภาพรวมภายนอกนับว่าไม่มีปัญหา แต่ไม่ได้หมายความว่าในพื้นที่เล็ก ๆ ของตัวสุสานเองจะไม่มีปัญหาด้านอื่น แค่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยในสุสานบรรพบุรุษ ย่อมส่งผลกระทบไม่น้อยต่อลูกหลานรุ่นหลัง ดังนั้นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุสานจึงประมาทไม่ได้เด็ดขาด” ผมเอ่ยขึ้น

ทุกคนพากันเงียบ ผมจึงนำพวกเขาเดินมาจนถึงหน้าหลุมศพของบรรพชนตระกูลต่ง

บริเวณใกล้หลุมศพ คนตระกูลต่งปลูกต้นหม่อนไว้จำนวนหนึ่ง ดูท่าว่าที่ต่งติ้งกั๋วพูดนั้นเป็นความจริง บรรพชนของตระกูลต่งคงเคยให้คนมาดูสุสานให้จริง ๆ เพราะต้นหม่อนถือเป็นไม้มงคลสำหรับสุสาน อีกทั้งต้นหม่อนเหล่านี้ยังเจริญงอกงามเป็นอย่างดี ไม่เพียงสูงใหญ่ แต่ยังแผ่กิ่งก้านสาขาและมีใบดกหนา โดยทั่วไปหากไม้มงคลในสุสานเติบโตได้ดี ย่อมบ่งชี้ว่าในหมู่ลูกหลานจะต้องมีผู้มีวาสนาสูงส่งถือกำเนิดขึ้น เพียงแต่ในความเห็นของผม ต้นหม่อนที่เจริญงอกงามเกินไปในตอนนี้อาจไม่ใช่เรื่องดีสำหรับตระกูลต่งนัก

เหนือหลุมศพของบรรพชนตระกูลต่งแทบจะถูกกิ่งก้านใบไม้อันดกหนาของต้นหม่อนบดบังไว้จนหมด วันนี้แม้แดดจะดีมาก แต่แสงอาทิตย์กลับส่องลงมาไม่ถึงเลย พวกเราที่ยืนอยู่ใต้ร่มไม้รู้สึกเย็นเยียบ อีกทั้งช่วงก่อนหน้านี้เพิ่งมีฝนตกหนัก เมื่อไม่ได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน บนป้ายหน้าหลุมศพของบรรพชนตระกูลต่งจึงมีตะไคร่น้ำขึ้นเป็นหย่อม ๆ

จากสภาพที่เห็นตรงหน้าประกอบกับสถานการณ์ของตระกูลต่งและต่งหลิงในช่วงนี้ ในใจผมพอจะประเมินสถานการณ์ได้แล้ว หากปัญหาของตระกูลต่งเกิดจากเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว เรื่องก็คงจะจัดการได้ง่ายขึ้นเยอะ

“ท่านบรรพชนทุกท่าน โปรดคุ้มครองตระกูลต่ง คุ้มครองเสี่ยวหลิงให้ปลอดภัยด้วยเถิด” ต่งติ้งกั๋วยืนไหว้อธิษฐานอยู่หน้าหลุมศพของบรรพชนตระกูลต่ง

หลิวเฉิงยืนอยู่ข้าง ๆ ผม ใช้มือพัดวี “ใต้ต้นไม้ใหญ่นี่เย็นสบายจริง ๆ แฮะ เมื่อกี้เดินฝ่าแดดเปรี้ยงขึ้นมาร้อนแทบตาย ตอนนี้ค่อยสบายขึ้นเยอะ บรรพชนตระกูลต่งอยู่ใต้ร่มไม้นี้ คงรู้สึกสบายเหมือนกัน”

“ฉันว่าไม่แน่หรอก” ผมส่ายหน้า

หลิวเฉิงชะงักไป ส่วนต่งติ้งกั่วพอได้ยินก็รีบเดินเข้ามาถาม “อาจารย์หลี่ คุณมองเห็นอะไรบางอย่างหรือครับ”

ผมยิ้มเล็กน้อย พยักหน้ารับ แล้วชี้ไปยังกิ่งก้านใบหม่อนที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นด้านบน “สถานการณ์ของตระกูลต่งในช่วงนี้ เกรงว่าจะเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ของต้นหม่อนพวกนี้”

“ไม่น่าจะใช่นะครับ ผมได้ยินมาว่าต้นหม่อนเป็นไม้มงคลในสุสานนี่ครับ จะเป็นไปได้อย่างไร?” ต่งติ้งกั๋วประหลาดใจอย่างมาก ยังไม่อยากจะเชื่อ

ผมบอกว่าเรื่องนั้นเป็นความจริง เพียงแต่คาดว่าตอนที่คนตระกูลต่งปลูกต้นหม่อนเหล่านี้ คงคาดไม่ถึงว่ามันจะเจริญงอกงามได้ดีถึงขนาดนี้ จึงปลูกไว้ใกล้กับหลุมศพมากไปสักหน่อย

“สุสานที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือในร่มเงาของต้นไม้ เนื่องจากร่มไม้บดบังป้ายหน้าหลุมศพ ทำให้แสงอาทิตย์ส่องลงมาไม่ถึง ส่งผลให้ป้ายหน้าหลุมศพมีไอหยินและความชื้นสะสมมากเกินไปจนเกิดตะไคร่น้ำขึ้น เมื่อสุสานของบรรพชนมืดมิดและหนาวเย็น ย่อมส่งผลกระทบถึงลูกหลานรุ่นหลัง กระทบต่อโชคชะตาของวงศ์ตระกูล ทำให้ดวงชะตาค่อย ๆ ตกต่ำลง ในกรณีที่รุนแรง อาจถึงขั้นมีเรื่องผีสางในบ้านหรือมีคนถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิง”

ผมมองไปยังต่งติ้งกั๋วที่กำลังตกตะลึง แล้วถามต่อ “ช่วงนี้นอกจากที่คุณต่งหลิงจะถูกสิ่งชั่วร้ายตามรังควานแล้ว ธุรกิจของตระกูลต่งก็ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ใช่ไหมครับ?”

“ใช่...ใช่ครับ เป็นอย่างที่อาจารย์หลี่พูดทุกอย่าง” ต่งติ้งกั๋วรีบพยักหน้า ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความนับถือ

“ถ้าอย่างนั้น ดูเหมือนว่าปัญหาจะอยู่ที่นี่เอง” ผมตอบกลับไป หากเป็นเช่นนี้จริง เรื่องราวคงจัดการได้ง่ายขึ้นมาก

ต่งติ้งกั๋วถามผมว่าควรทำอย่างไร ต้องโค่นต้นหม่อนเหล่านี้ทิ้งทั้งหมดเลยหรือไม่

ผมโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นครับ ก่อนหน้านี้คุณก็พูดเองว่านี่เป็นไม้มงคล หากโค่นทิ้งทั้งหมดจะไม่น่าเสียดายแย่หรือครับ ไม่แน่ว่าอาจจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

“ความหมายของอาจารย์หลี่คือ?”

“ให้คนมาตัดแต่งกิ่งก้านใบหม่อน อย่าให้บดบังแสงอาทิตย์ที่ส่องมายังหลุมศพจนมิด แล้วก็ทำความสะอาดตะไคร่น้ำบนป้ายหินออกให้หมดก็พอแล้วครับ”

เรื่องเหล่านี้จัดการได้ไม่ยาก ต่งติ้งกั๋วบอกว่าจะให้คนไปหาเครื่องมือมาทำตามที่ผมบอกเดี๋ยวนี้เลย

ต่งติ้งกั๋วเดินไปสั่งงานซุนฮ่าว ส่วนผมกับหลิวเฉิงยืนรออยู่ที่เดิม

“หลงหยวน นายสุดยอดไปเลย!” หลิวเฉิงยกนิ้วโป้งให้ผม ใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม “ฉันยอมแกหมดใจเลยจริง ๆ ต่อไปฝากน้องชายคนนี้ด้วยนะ”

ผมถูกเขาทำให้หัวเราะออกมา เลยแกล้งพูดไปว่า “ขอดูสถานการณ์ก่อน ผู้ช่วยของซินแสฮวงจุ้ยไม่ใช่พวกขี้ขลาดที่พอเจอของไม่ดีเข้าหน่อยก็ขาอ่อนระทวยนะ”

“อย่าสิ นี่แกยังเป็นเพื่อนรักฉันอยู่รึเปล่า?” เขาเชื่อคำพูดของผมเป็นจริงเป็นจังจนร้อนรนขึ้นมา “ฉันกลับไปจะอัดหนังผีทุกเรื่องเลยดีไหม รับรองว่าจะไม่เป็นตัวถ่วงแกแน่”

“ขอดูการกระทำของแกก่อนแล้วกัน” ผมยักไหล่

หลังจากมอบหมายงานให้ซุนฮ่าวเรียบร้อยแล้ว ต่งติ้งกั๋วเดินกลับมาพาผมกับหลิวเฉิงไปพักผ่อนที่ด้านข้าง

ไม่นานนัก ซุนฮ่าวและพรรคพวกกลับมาพร้อมเครื่องมือ แล้วเริ่มจัดการให้คนงานตัดแต่งกิ่งก้านต้นหม่อนและขจัดตะไคร่น้ำบนป้ายหน้าหลุมศพ

พวกของซุนฮ่าวทำงานกันอย่างคล่องแคล่ว ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวก็จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น

“อาจารย์หลี่ คุณดูว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?” ต่งติ้งกั๋วเอ่ยถาม

ผมเดินไปดูโดยรอบแล้วบอกว่าใช้ได้ จากนั้นจึงขอให้พวกเขานำกิ่งก้านและใบหม่อนที่ตัดออกมาไปจัดการทิ้งในที่ไกลๆ

ไม่นานบริเวณหลุมศพก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาดเรียบร้อย ความรู้สึกเย็นเยียบก่อนหน้านี้หายไปเป็นปลิดทิ้ง

“ดีเหลือเกิน คราวนี้ตระกูลต่งของเราคงจะสงบสุขได้เสียที” บนใบหน้าของต่งติ้งกั๋วปรากฏรอยยิ้มที่ห่างหายไปนาน

หลิวเฉิงทำหน้าภาคภูมิใจ พูดเสริมขึ้นมาอย่างหน้าไม่อาย “แน่นอนอยู่แล้ว เพื่อนของผมลงมือเองทั้งที ไม่มีเรื่องไหนที่แก้ไขไม่ได้หรอก”

“นั่นสินะครับ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณอาจารย์หลี่” ต่งติ้งกั๋วหันมามองทางผม

ทันทีที่เขามองมา อารมณ์ของผมที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงก็กลับตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง

“เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง!?”

จบบทที่ บทที่ 31 ร่มไม้ที่บดบัง

คัดลอกลิงก์แล้ว