- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 30 เสือขาวพิทักษ์
บทที่ 30 เสือขาวพิทักษ์
บทที่ 30 เสือขาวพิทักษ์
บทที่ 30 เสือขาวพิทักษ์
พลังและเส้นสายของตระกูลต่งในเมืองหลวงของมณฑลนั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ กลับหารูปปั้นเสือขาวเจอได้เร็วขนาดนี้ พอดูเวลาตอนนี้ก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่าแล้ว
“ดีครับ คุณให้พวกเขารีบขนส่งมาเลย หุ่นกระดาษตัวตายตัวแทนไม่อยู่แล้ว ต้องรีบวางรูปปั้นเสือขาวไว้ที่ตำแหน่งประตูผีให้เร็วที่สุด” ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อยแล้วพูด
“พวกเขาขนส่งมาแล้วครับ ตอนนี้อยู่ข้างนอกคฤหาสน์” ต่งติ้งกั๋วตอบกลับ
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราลงไปกันเถอะครับ”
ดังนั้นพวกเราจึงทิ้งสาวใช้สองสามคนไว้ทำความสะอาดห้องและดูแลต่งหลิง ส่วนคนที่เหลือก็ไปที่หน้าประตูคฤหาสน์
ที่หน้าประตูมีรถบรรทุกเล็กคันหนึ่งจอดอยู่ บนกระบะรถมีรูปปั้นหินเสือขาววางอยู่
“อาจารย์หลี่ คุณดูสิว่ารูปปั้นหินเสือขาวนี่ใช้ได้ไหมครับ?” ต่งติ้งกั๋วพูดกับผม
ผมพยักหน้า แล้วปีนขึ้นไปบนกระบะรถ สังเกตรูปปั้นหินเสือขาวองค์นี้
รูปปั้นหินเสือขาวไม่เล็กเลย สูงเกือบสองเมตร ฝีมือการแกะสลักก็ไม่เลว อยู่ในระดับค่อนข้างดี ถึงจะไม่เหมือนจริงราวกับมีชีวิต แต่ก็ดูน่าเกรงขาม
ดูอยู่รอบหนึ่งไม่พบปัญหาอะไร ผมจึงให้พวกเขารีบย้ายรูปปั้นหินเสือขาวไปที่ตำแหน่งประตูผีของคฤหาสน์
“อืม ไม่มีปัญหา ให้พวกเขารีบลงมือย้ายไปเถอะครับ”
ต่งติ้งกั๋วดีใจมาก เรียกให้คนที่อยู่ในที่นั้นลงมือย้ายรูปปั้นหินเสือขาว ผมกับหลิวเฉิงยืนดูอยู่ข้าง ๆ
“หลงหยวน แกไม่เป็นอะไรใช่ไหม ฉันเห็นสีหน้าแกไม่ดีเลยตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว?” หลิวเฉิงกระซิบถามผม แววตาเต็มไปด้วยความกังวล
จริง ๆ แล้วผมรู้สึกไม่ค่อยดี แต่ไม่อยากให้เขาเป็นห่วง เลยยังคงบอกว่าไม่เป็นไร
“แกแน่ใจนะ?” หลิวเฉิงยังไม่วางใจ “เมื่อกี้แกเพิ่งจะกระอักเลือดออกมาไม่ใช่เหรอ? ถึงแม้การช่วยเทพธิดาต่งจะสำคัญ แต่ฉันยิ่งไม่อยากให้แกเป็นอะไรไปมากกว่า”
เมื่อเห็นว่าขณะที่เขากำลังเป็นห่วงเทพธิดา แต่ก็ยังไม่ลืมเพื่อนอย่างผม ในใจผมก็พอจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“ไม่ต้องห่วง อีกเดี๋ยวรอดูพวกเขาวางรูปปั้นหินเสือขาวเสร็จ ฉันพักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว” ผมโบกมือแล้วพูด
เมื่อเห็นผมพูดอย่างนี้ เขาก็ไม่พูดอะไรอีก
สิบนาทีต่อมา ในที่สุดรูปปั้นหินเสือขาวก็ถูกวางลงที่ตำแหน่งประตูผีของคฤหาสน์
“อาจารย์หลี่ แค่นี้ก็ใช้ได้แล้วเหรอครับ?” ต่งติ้งกั๋วถามผม
ผมบอกว่าใช้ได้แล้ว มีเสือขาวหนึ่งในสี่สัตว์เทวะคอยพิทักษ์อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจตนไหนคิดจะบุกเข้ามาในคฤหาสน์ก็ต้องไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน
ต่งติ้งกั๋วถอนหายใจอย่างโล่งอก บอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ เขาก็วางใจแล้ว
“ไปกันเถอะครับ ดึกมากแล้ว พวกเราเข้าไปพักผ่อนกันดีกว่า พรุ่งนี้เช้ายังต้องไปที่สุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่งพวกคุณอีก” ตอนนี้ผมรู้สึกหมดแรงไปทั้งตัว อยากจะล้มตัวลงนอนพักผ่อน
“ได้ครับ ผมให้คนจัดเตรียมห้องพักแขกให้พวกคุณแล้ว”
พวกเราสองสามคนเพิ่งจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์ จู่ ๆ ผมก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ผมก็รู้สึกว่ารอบตัวมืดไปหมด แล้วหมดสติไป
ผมที่หมดสติไป ก็ฝันเห็นผู้หญิงลึกลับคนนั้นที่สวมชุดฮั่นฝูอีกครั้ง
เธอมองมาที่ผม ค่อย ๆ เดินเข้ามาหา “ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ชอบอวดเก่งเสียจริง แต่นี่ก็นับเป็นนิสัยเสีย ๆ ที่สืบทอดกันมาของคนตระกูลหลี่พวกเจ้า”
ผมอยากจะเอ่ยปาก แต่ก็ยังคงพูดไม่ได้ ขยับตัวก็ไม่ได้
ชั่วพริบตา เธอก็มาอยู่ตรงหน้าผมแล้ว กลิ่นหอมจาง ๆ บนตัวเธอทำให้ผมรู้สึกเหม่อลอยเล็กน้อย
เห็นเพียงเธอยกมือขึ้นมาวางบนไหล่ของผม ทันใดนั้นผมก็รู้สึกได้ถึงกระแสลมเย็นยะเยือกไหลเข้ามาในร่างกาย น่าประหลาดที่ร่างกายของผมกลับไม่รู้สึกทรมานเหมือนเดิมแล้ว
ขณะมองใบหน้างามล่มเมืองของเธอที่อยู่ใกล้ผมมาก ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะเอ่ยปากถามเธอจริง ๆ ว่าเธอเป็นใครกันแน่? ทำไมถึงเอาแต่พูดถึงคนตระกูลหลี่ หรือว่าเธอจะรู้จักกับคนในตระกูลหลี่ของเรารุ่นก่อน ๆ เป็นอย่างดี?
“เจ้าไม่ต้องมองข้าเช่นนี้ อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้เองว่าข้าเป็นใคร หวังว่าถึงตอนนั้นเจ้าจะไม่ตกใจจนเกินไป” หญิงสาวดึงมือกลับ บนใบหน้าเผยรอยยิ้ม
พูดจบ เธอก็หายตัวไป
รอจนผมลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือใบหน้าที่ดูอุบาทว์ตาของหลิวเฉิง
“หลงหยวน ในที่สุดแกก็ตื่นสักที” เมื่อเห็นผมตื่นขึ้น หลิวเฉิงก็ดีใจมาก “ถ้าแกยังไม่ตื่นอีก ฉันคงต้องส่งแกไปโรงพยาบาลแล้ว”
ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียง ถามเขาว่าผมสลบไปนานแค่ไหน เขาบอกว่าผมสลบไปหนึ่งวันกับหนึ่งคืนเต็ม ๆ
“อะไรนะ!?” ผมตกใจมาก ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะสลบไปนานขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเสียเวลาเรื่องไปสุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่งน่ะสิ
ผมรีบถามเขาว่าอาการของต่งหลิงเป็นอย่างไรบ้าง ตอนที่ผมสลบไปมีภูตผีปีศาจปรากฏตัวขึ้นมาอีกไหม
“ไม่ต้องห่วง เทพธิดาต่งไม่เป็นอะไรแล้ว แถมยังตื่นขึ้นมาเมื่อครึ่งวันก่อนแล้วด้วย” หลิวเฉิงพูด
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว” ผมวางใจลงบ้าง ดูท่าว่ารูปปั้นหินเสือขาวจะได้ผล
ในตอนนั้น ต่งติ้งกั๋วกับซุนฮ่าวเมื่อได้ข่าวก็พากันมา
“อาจารย์หลี่ ในที่สุดคุณก็ตื่นแล้ว” ต่งติ้งกั๋วเห็นผมตื่นขึ้น ก็ทำหน้าตื่นเต้น “คุณไม่รู้หรอกครับว่าหลังจากที่คุณสลบไปพวกเราตึงเครียดกันแค่ไหน ทำอะไรไม่ถูกเลย กลัวแต่ว่าภูตผีจะมาหาเสี่ยวหลิงอีก”
ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง ไม่คิดเลยว่าห้านิ้วอสนีบาตจะรุนแรงขนาดนี้ ผมใช้ไปแค่ครั้งเดียวยังเป็นขนาดนี้ ถ้าใช้หลาย ๆ ครั้งคงจะไม่ตายไปเลยเหรอ ดูท่าว่าต่อไปก่อนที่จะเชี่ยวชาญห้านิ้วอสนีบาตได้อย่างสมบูรณ์ คงจะใช้ส่งเดชอีกไม่ได้แล้ว
“ขอโทษครับที่ทำให้พวกคุณเป็นห่วง ได้ยินว่าคุณหนูต่งตื่นแล้ว ผมจะไปดูหน่อย” ผมพูดพลางก็ลงจากเตียง
หลิวเฉิงกับต่งติ้งกั๋วยังไม่ค่อยวางใจ “หรือว่าคุณจะพักผ่อนต่ออีกหน่อยดีครับ”
“ไม่ต้องครับ ผมไม่เป็นอะไรแล้วจริง ๆ” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผู้หญิงลึกลับคนนั้นหรือไม่ ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่เพียงแต่ฟื้นตัวเต็มที่แล้ว ดูเหมือนว่าระดับพลังยังจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย
พอมาถึงห้องของต่งหลิง สาวใช้กำลังป้อนโจ๊กให้เธออยู่ สีหน้าของเธอยังคงซีดขาวอยู่บ้าง อย่างไรเสียก็สูญเสียพลังหยางไปมากขนาดนั้น คงต้องใช้เวลาฟื้นตัวสักหน่อย
คาดว่าคงจะได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากต่งติ้งกั๋วกับพวกเขาแล้ว พอต่งหลิงเห็นหน้าผมก็พยักหน้าอย่างเขินอายเล็กน้อย เรียกอาจารย์หลี่คำหนึ่ง
“คุณฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้วครับ แต่ว่าเรื่องยังไม่จบ ยันต์พิทักษ์วิญญาณที่แปะอยู่บนจุดไป่ฮุ่ยบนศีรษะของคุณตอนนี้ยังแกะออกไม่ได้” ผมกำชับ
เธอพยักหน้า แสดงว่าเข้าใจแล้ว
“อาจารย์หลี่ ระหว่างที่คุณสลบไปภูตผีก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลย มันยอมแพ้ไปแล้วใช่ไหมครับ?” อาการของต่งหลิงดีขึ้น ต่งติ้งกั๋วก็เริ่มคิดเข้าข้างตัวเอง
ผมส่ายหน้าบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เหยื่อที่ผีร้ายหมายหัวไว้ไม่มีทางที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ ที่ตอนผมสลบไปผีร้ายไม่มา เป็นเพราะมีรูปปั้นหินเสือขาวคอยพิทักษ์อยู่ที่ตำแหน่งประตูผี และอีกอย่างก็คือมันอาจจะได้รับบาดเจ็บจากห้านิ้วอสนีบาตของผม ชั่วระยะเวลาสั้น ๆ คงจะยังไม่ฟื้นตัว
“สุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่งพวกคุณพวกเราต้องไปให้ได้ ไปกันเถอะครับ เสียเวลาไปไม่น้อยแล้ว พวกเราออกเดินทางไปกันตอนนี้เลย” ถือโอกาสที่ตอนนี้ผีร้ายยังไม่ฟื้นตัว พวกเราต้องรีบหาต้นตอของปัญหาให้เจอ
“แล้วเสี่ยวหลิงเธอ...” พวกเราจะไปกันแล้ว ต่งติ้งกั๋วก็ยังไม่วางใจเรื่องต่งหลิง
“ตอนนี้ขอแค่เธอไม่ออกจากคฤหาสน์ตระกูลต่ง มีรูปปั้นหินเสือขาวคอยพิทักษ์ตำแหน่งประตูผีอยู่ เธอจะไม่เป็นอะไรครับ” ผมตอบกลับ
ต่งติ้งกั๋วเข้าใจแล้ว “ได้ครับ ผมจะจัดการให้พวกเราไปกันเดี๋ยวนี้เลย”
สุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่งอยู่ไกลจริง ๆ ซึ่งออกจากตัวเมืองแล้ว ยังต้องขับต่อไปอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง พวกเราถึงจะมาถึงตีนเขาของสุสานบรรพบุรุษตระกูลต่ง
หลังลงจากรถ พวกเราก็เดินเท้าขึ้นเขาไปได้ระยะหนึ่ง จากนั้นในที่สุดก็ได้เห็นสุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่ง
แต่หลังจากที่ได้เห็นสุสานบรรพบุรุษของตระกูลต่งแล้ว ความสงสัยในใจของผมก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้น เพราะจากการสังเกตเบื้องต้นของผม ฮวงจุ้ยของสุสานบรรพบุรุษตระกูลต่งนั้นดีมาก