- หน้าแรก
- ข้ามิใช่ผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 31 เทือกเขาชางหลี…เปิด
บทที่ 31 เทือกเขาชางหลี…เปิด
บทที่ 31 เทือกเขาชางหลี…เปิด
บทที่ 31 เทือกเขาชางหลี…เปิด
“แผนภาพนี้ ท่านได้มาจากที่ใดกันแน่?”
สายตาทุกคู่ภายในวิหารล้วนจับจ้องมายังหลัวหมิงและหงเสวียน
หงเสวียนกล่าวทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ขอทูลมหาเซียนทั้งสองและท่านทั้งหลาย แผนภาพนี้เป็นผลงานจากผู้บำเพ็ญเพียรลี้ลับผู้หนึ่งซึ่งบรรลุถึงระดับเหนือฟ้าดิน”
“เป็นบุคคลเดียวกันกับที่เพียงไม่กี่วันก่อน ใช้แผนภาพมรรคาตะวันสังหารยอดอสูรหลี่ฮั่วได้ในพริบตา”
ยินถ้อยคำนั้น บรรยากาศในวิหารถึงกับระอุ ทุกผู้คนต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกใจ
“สังหารยอดอสูรหลี่ฮั่วได้”
“มิน่าล่ะ… มิน่าล่ะ… มีเพียงท่านผู้อาวุโสผู้นั้นเท่านั้น ที่จะมีฝีมือถึงเพียงนี้…”
“เขายังสามารถวาดแผนภาพหมื่นเขารวมมังกรออกมาได้ เช่นนั้นแล้ว พวกเราคงประเมินเขาต่ำไปแล้วจริง ๆ”
บรรดามหาเซียนต่างกล่าวออกมาเป็นเสียงเดียว
ใบหน้าของมหาเซียนหลิงเชาเข้มขึ้นอีกหลายส่วนกล่าวเสียงขรึมว่า “ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เทือกเขาชางหลีย่อมต้องซุกซ่อนความลับยิ่งใหญ่ ผู้ใดก็ตามที่เป็นถึงระดับมหาเซียน หากเข้าสู่ที่นั่นไม่อาจเลี่ยงได้ มีแต่สองทางคือตายตกหรือไม่ก็เหยียบย่างสู่เซียน ไม่มีหนทางอื่นใด”
“แต่ท่านผู้อาวุโสผู้นั้นกลับสามารถวาดภาพสถานที่แห่งนี้ออกมาทั้งหมดได้ เช่นนี้หรือว่าเขาจะเป็นผู้ที่เดินออกมาจากเทือกเขาชางหลี?”
เขาเน้นทุกถ้อยคำ ถามตรง “ผู้อาวุโสผู้นั้นหรือว่าเป็นเซียน?”
เซียน
คำนี้เพียงเอื้อนเอ่ย ก็ทำให้บรรยากาศในวิหารยิ่งปั่นป่วน
เซียน แม้จะกวาดตาดูทั่วทั้งแดนเซียนสวรรค์ก็ยากจะปรากฏขึ้นแม้ในรอบพันปี
และเมื่อผู้ใดก้าวข้ามเป็นเซียนได้แล้ว ก็สามารถเหินขึ้นสู่แดนเบื้องบนแห่งเซียน มักไม่พำนักอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป ดังนั้นบรรดาเซียนส่วนใหญ่จึงมักทิ้งทายาทหรือมรดกไว้ในโลกนี้ แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้เอง ปัจจุบันในแดนเซียนสวรรค์จึงมีมหาเซียนเป็นผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด
หากในโลกนี้ปรากฏเซียนขึ้นจริง ๆ เช่นนั้นก็จะเป็นเรื่องใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงทั้งผืนฟ้าดินของแดนเซียนสวรรค์ได้
ทว่า เมื่อได้ฟังคำถามนั้น ใบหน้าของหลัวหมิงและหงเสวียนกลับฉายแววขมขื่น
“ตอนแรก พวกข้าก็เข้าใจว่าท่านผู้อาวุโสท่านนั้นน่าจะเป็นเซียน”
หลัวหมิงกล่าวเสียงต่ำ “แต่จากสิ่งที่พบเห็น พลังของเขาเห็นทีจะเหนือกว่าเซียนไปแล้ว”
“เพราะแม้แต่เทพอสูรชั่วร้ายที่สั่งการยอดแม่ทัพอสูรระดับมหาเซียนมาและผู้นั้นได้เผาผลาญวิญญาณอสูรแสดงพลังระดับเซียนออกมาโดยสมบูรณ์ แต่กลับร่วมมือกันยังไม่อาจฝ่าเข้าไปในเรือนเซียนของผู้อาวุโสผู้นั้นได้แม้เพียงก้าวเดียว”
“เพียงแค่เรือนของท่านผู้อาวุโส ก็มีอานุภาพฆ่าเซียนได้”
เฮือก
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งวิหาร
เหนือกว่าเซียน
มันช่างน่าหวาดหวั่นเกินบรรยาย
“เหนือจินตนาการจริง ๆ เขาเป็นใครกันแน่”
“เหนือกว่าเซียน ในแดนเซียนสวรรค์นี้ เคยมีผู้ใดถึงระดับนั้นหรือ?”
“หรือว่าจะเป็นหนึ่งในเซียนดินที่เล่าขานว่าแฝงตนอยู่ในโลกมาตลอด?”
คำถามมากมายลอยอยู่กลางอากาศ
หงเสวียนส่ายหน้าเบา ๆ “ท่านผู้อาวุโสท่านนี้ เป็นไปได้สูงว่ามาจากแดนเซียนเบื้องบน”
“เพราะในลานบ้านของเขามีต้นท้อวสันตภาพ”
ต้นท้อวสันตภาพ
คำพูดนี้แทบทำให้มหาเซียนทั้งแปดถึงกับชาไปทั้งร่าง
ต้นท้อวสันตภาพคือพืชศักดิ์สิทธิ์ของเซียน มีเพียงในแดนเซียนเบื้องบนเท่านั้นที่สามารถปลูกได้
แต่ท่านผู้อาวุโสกลับปลูกไว้ในโลกเบื้องล่าง?
“เห็นที ท่านคงเป็นเซียนผู้ลงมาในโลกเพื่อภารกิจบางอย่างเป็นแน่”
มหาเซียนหลิงเชากล่าวเสียงหนัก “เช่นนี้แล้ว แผนภาพนี้ก็อธิบายได้โดยสมบูรณ์”
มหาเซียนหยวนหยางพยักหน้าช้า ๆ “ดูจากสถานการณ์แล้ว ท่านผู้อาวุโสนั้นคงกำลังวางหมากสำคัญในเทือกเขาชางหลี”
“เขาประทานแผนภาพนี้เพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่?”
ทุกผู้คนเริ่มออกความเห็นอย่างตื่นตัว
“มหาเซียนทั้งสอง ท่านผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย”
หลัวหมิงกล่าวขึ้นต่อ “ในความเห็นข้า ผู้อาวุโสท่านนั้นย่อมวางแผนอย่างรัดกุมทุกอย่าง เขาให้แผนภาพแก่เรา ย่อมต้องเป็นเพื่อให้เรา เข้าไปในเทือกเขาชางหลี”
“นั่นหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาชางหลีกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว”
ถ้อยคำของหลัวหมิง ทำให้สีหน้าของทุกผู้คนเปลี่ยนไปทันใด
บางทีนี่อาจเป็นคำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้
และในขณะนั้นเอง นอกสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เหยี่ยน ก็มีสายรุ้งพลังระดับใกล้เคียงมหาเซียนพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว หยุดลงตรงหน้าวิหาร ก่อนจะมีเสียงกังวานดังขึ้น
“ขอทูลเจ้านิกาย เทือกเขาชางหลีเกิดแผ่นดินแยก ภูเขาถล่ม เกิดนิมิตลี้ลับมากมาย มีสิ่งเร้นลับบางอย่างปรากฏออกมาแล้ว”
ผู้มาถึงคือผู้อาวุโสระดับกึ่งมหาเซียนผู้หนึ่งจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เหยี่ยน เขาเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเทือกเขาชางหลีอยู่ตลอดและเมื่อรับรู้ข่าวก็รีบนำมารายงานอย่างไม่รอช้า
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งสำนักศักดิ์สิทธิ์
ภายในวิหารสำริด มหาเซียนทั้งแปดต่างตกตะลึงไปพร้อมกัน
สายตาทั้งหมดหันมองไปยังหลัวหมิง สายตาที่เปี่ยมด้วยความตกตะลึงปะปนกับความยำเกรงและยอมรับ
เป็นจริงดั่งที่เขากล่าวไว้ เทือกเขาชางหลีเกิดเหตุขึ้นแล้ว
“ดูเหมือนว่าทุกอย่างล้วนอยู่ในแผนการณ์ของท่านผู้อาวุโสผู้นั้น ตั้งแต่เรารับแผนภาพ ภูเขาก็แยก สิ่งลี้ลับก็ปรากฏ”
ดวงตาของมหาเซียนหลิงเชาฉายแววไม่อยากเชื่อ การคาดการณ์เช่นนี้แม่นยำเกินไปแล้ว
เขาเป็นใครกันแน่?
“รีบเก็บแผนภาพเข้าเถิด เราต้องเปิดค่ายกลแล้ว”
มหาเซียนหยวนหยางเตือนเสียงเร่ง
เมื่อบัดนี้เกิดเหตุการณ์แล้ว สองสำนักศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีก
หลัวหมิงรีบเก็บแผนภาพหมื่นเขารวมมังกรกลับเข้าม้วนในบัดดล
“เจ้านิกาย บัดนี้พวกเราควรทำเช่นไร?”
มหาเซียนผู้หนึ่งถามขึ้น
“เทือกเขาชางหลีมีผลกระทบต่อทั้งแดนเซียนสวรรค์ เราในฐานะผู้ครองแดนใต้ ไม่อาจนิ่งดูดาย”
มหาเซียนหยวนหยางกล่าวหนักแน่น “แต่เดิมด้วยกำลังของเราสองสำนักศักดิ์สิทธิ์อาจยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับเหตุการณ์ใหญ่เช่นนี้”
“ทว่า บัดนี้ มีผู้วางหมากที่เหนือกว่าเซียนหนุนหลังเราอยู่ บางทีเราอาจมีโอกาสแล้ว”
“เจ้านิกาย ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้อาวุโสจากแดนเซียนเบื้องบนนั้นมีเจตนาดี มิใช่แค่ใช้เราเป็นเครื่องมือ?”
มหาเซียนผู้หนึ่งกล่าวแย้งขึ้น
มหาเซียนหยวนหยางเพียงหัวเราะเยาะตนเองเบา ๆ “สองเหตุผล…”
“หนึ่ง สำหรับผู้ที่มีพลังเหนือกว่าเซียนเช่นนั้น แม้เราทั้งหมดจะเป็นมหาเซียนก็ยังไม่ต่างจากมดปลวก มีค่าให้ใช้ด้วยหรือ?”
“สอง เมื่อเผชิญสิ่งเร้นลับที่กำลังเปลี่ยนแปลงในเทือกเขาชางหลี เราก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดี มีเพียงดำเนินตามแผนของท่านผู้อาวุโสนั้นเท่านั้น”
“นอกจากนี้ ข้าคิดว่าเขามีใจดีด้วยซ้ำ หาไม่แล้ว คงไม่ประทานชามรรคาที่แม้แต่เซียนยังหาได้ยากเพื่อฟื้นฟูเส้นทางมหาเซียนของหลัวหมิงและหงเสวียนหรอก”
เขาเหลือบมองทั้งสองด้วยแววตาลึกซึ้ง “ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงเชื่อในตัวเขา”
ทุกผู้คนต่างพยักหน้ารับ
หลัวหมิงและหงเสวียนก็ก้มหน้ารับอย่างศรัทธา แววตาเปี่ยมด้วยความเลื่อมใส กล่าวเสียงหนักแน่น “ท่านผู้อาวุโสท่านนั้น ลอยเด่นดั่งหมู่เมฆ มิอาจเป็นบุคคลต่ำช้า เขาคู่ควรแก่ความเชื่อถือ”
แม้พบกันเพียงคราเดียว ทั้งสองก็ถึงกับตกตะลึงในอิทธิพลและบารมีของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง
“ดี ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เริ่มปฏิบัติการเถอะ”
มหาเซียนหลิงเชากล่าวเสียงหนัก “จัดกองกำลังทันที ออกสำรวจเทือกเขาชางหลีและส่งสารไปยัง จงโจว ป่าดงเหนือ ป่าตะวันออกและทะเลทรายตะวันตก”
“เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าที่แดนใต้จะรับมือเพียงลำพัง”
ทุกผู้คนพยักหน้ารับอย่างเคร่งเครียด
“อีกทั้งเราควรติดต่อผู้อาวุโสในแดนเซียนเบื้องบนด้วย เรื่องนี้ใหญ่หลวงเกินไปโดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวพันถึงผู้มีพลังเหนือกว่าเซียน”
ถ้อยคำนั้น ทำให้ใบหน้าทุกคนซีดเผือดไปในทันใด
ในวันเดียวกันนั้นเอง แดนใต้ทั้งแดนถึงกับสั่นสะเทือน
เทือกเขาชางหลีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ผืนดินแตกร้าว ภูผาทรุดตัว บรรดาวิหควิญญาณและอสูรสัตว์นับไม่ถ้วนต่างหลบหนีออกมา สร้างความปั่นป่วนแก่ราชอาณาจักรรอบข้างอีกครั้ง
เหนือฟ้าของเทือกเขาชางหลี บังเกิดนิมิตลี้ลับ กลุ่มเมฆดำปกคลุมนับหมื่น ไอพลังอัปมงคลแผ่กระจาย เสียงคำรามของเงาอสูรนับพันคำรามกึกก้อง
แดนใต้ทั้งผืน สะท้านสะเทือนทั่วหล้า