เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 ปรารถนาจะกลับบ้าน

บทที่ 5 ปรารถนาจะกลับบ้าน

บทที่ 5 ปรารถนาจะกลับบ้าน


“ข้าไม่ได้มีเจตนาจะขับไล่พวกเจ้าไป เพียงแต่พวกเจ้าปรนนิบัติข้ามานานหลายปี การคืนอิสระให้แก่พวกเจ้า… เป็นสิ่งที่ข้าตั้งใจไว้ตั้งนานแล้ว ทั้งยังเป็นการตอบแทนวาสนาผูกพันระหว่างนายบ่าวของเราด้วย”

ชุยลิ่งเหยาเค้นยิ้มบางพลางเอ่ยปลอบ

“แต่หากพวกเจ้ายังปรารถนาจะอยู่ปรนนิบัติข้างกายข้าต่อไป จะมีหนังสือสัญญาขายตัวหรือไม่… ย่อมมิแตกต่างกัน”

นี่นับเป็นการให้เกียรติอย่างสูง เซี่ยจือตื้นตันใจจนเกินจะพรรณนา นางรับหนังสือสัญญาขายตัวมาแล้วคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณ

“ลุกขึ้นเถอะ” ชุยลิ่งเหยาโบกมือเบาๆ พลางนวดขมับด้วยความอ่อนล้า

“ข้าเหนื่อยมาก อยากจะพักผ่อนเสียหน่อย อาหารเช้าก็ไม่ต้องเตรียมแล้ว”

“เจ้าค่ะ”

เมื่อคืนนี้, ภายในห้องนอนมีเสียงความเคลื่อนไหวแว่วดังอยู่เนิ่นนาน เจ้านายของนางคงมิได้ข่มตาหลับตลอดทั้งคืน ย่อมสมควรจะได้พักผ่อนให้เต็มที่

เซี่ยจือรับคำเตรียมจะถอยออกไป ทว่าพลันนึกสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามว่า

“หากพระชายารองหลี่มาเพื่อคารวะน้ำชาตอนเช้า จะต้องแจ้งหรือไม่เจ้าคะ?”

“นางไม่มาหรอก” ชุยลิ่งเหยาล้มตัวลงนอนอีกครา น้ำเสียงอู้อี้อยู่ใต้ผ้าห่ม

“หากนางมาจริงๆ เจ้าก็บอกให้นางกลับไปเสีย บอกนางว่าวันหน้าก็ไม่ต้องมาคารวะน้ำชาให้เสียเวลา”

นางเหนื่อยล้าเกินทน และไม่มีกะจิตกะใจจะไปเล่นเกมริษยาชิงดีชิงเด่นกับสตรีนางอื่นให้ปวดหัว

…..

การพักผ่อนครานี้ล่วงเลยไปจนถึงเพลาบ่ายคล้อย เสียงอิเล็กทรอนิกส์ในหัวก็เริ่มดัง

‘ซูซ่า...’

ระบบกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว!

เซี่ยจือเข้ามาปรนนิบัติ พลางรายงานเสียงค่อย

“เมื่อเช้านี้พระชายารองหลี่มาหาจริงๆ เจ้าค่ะ บ่าวบอกนางตามที่คุณหนูสั่ง แต่นางกลับไม่ยอมรับน้ำใจ มองว่าคุณหนูจงใจปิดประตูมิให้เข้าพบ ยืนหน้าเขียวหน้าแดงอยู่ใต้ชายคาจวนอยู่ตั้งครึ่งชั่วยามกว่าจะยอมจากไป”

ชุยลิ่งเหยาที่ในหัวมีแต่ความคิดเรื่องจะตายอย่างไรให้ดูดี มิได้ใส่ใจคำรายงานนั้นเลยแม้แต่น้อย

เซี่ยจือลอบสังเกตสีหน้าเจ้านาย ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้แล้วกล่าวต่อ

“เมื่อเพลาเที่ยง ท่านอ๋องส่งคนมาถามว่าพระชายาตื่นหรือยัง ทั้งยังตรัสว่าวันนี้จะเสด็จกลับมาอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูให้เร็วขึ้นด้วยเจ้าค่ะ”

เมื่อวานยามที่พระชายารองตบแต่งเข้าจวน บ่าวไพ่ที่ปรนนิบัติข้างกายต่างลอบปาดเหงื่อแทนเจ้านาย

ทว่ายามนี้เมื่อเห็นว่าท่านอ๋องมิได้เสด็จไปห้องหอในคืนเข้าหอ ทั้งยังตั้งใจจะกลับมาสมานรอยร้าวและฟื้นฟูความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา ย่อมไม่มีเรื่องใดจะน่ายินดีไปกว่านี้อีกแล้ว

ทว่าชุยลิ่งเหยาได้ยินเช่นนั้นกลับตระหนกตกใจ

“กลับมาเร็วขึ้นหรือ?”

เช่นนี้จะดีได้อย่างไร! ยามนี้ก็บ่ายคล้อยแล้ว หากเซี่ยจิ้นไป๋กลับมาไวเกินไป นางจะหาวิธีตายได้อย่างไรเล่า!

คิดได้ดังนั้นนางจึงรีบสั่งการอย่างเร่งร้อน

“เตรียมน้ำ ข้าจะอาบน้ำ”

นางปรารถนาจะกลับบ้านอย่างสะอาดหมดจด

หลังจากชำระล้างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ นางเกล้ามวยผมอย่างลวกๆ

ทั่วทั้งร่างดูเรียบง่ายยิ่งนัก นอกจากปักปิ่นหยกเพียงเล่มเดียวบนศีรษะแล้ว ก็มิได้สวมเครื่องประดับใดๆ อีก

ชุยลิ่งเหยาเริ่มครุ่นคิดว่าตนเองควรจะเลือกวิธีตายอย่างไรดี…

จะหาพิษในยามกะทันหันเช่นนี้ ย่อมมิใช่เรื่องง่าย อีกทั้งในจวนอ๋องยังมีองครักษ์แน่นหนา หากถูกคนของเซี่ยจิ้นไป๋พบเข้า ก็จะเกิดปัญหาโดยไม่จำเป็น

แขวนคอตาย?

ลิ้นคงต้องจุกปาก หน้าตาดูอัปลักษณ์ยิ่ง ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกช่วยชีวิตไว้ได้ทันจนเสียแผนการ

กรีดข้อมือ?

รอมองดูโลหิตให้ไหลจนหมดสิ้น ก็ใช้เวลานานเกินไป และเสี่ยงต่อการถูกช่วยไว้อีกเช่นกัน

จุดไฟเผาตนเอง? ...ช่างเถอะ ถูกไฟเผาทั้งเป็นมันทรมานเกินไป

อีกประการ, หากถูกบ่าวผู้ภักดีช่วยออกไปได้แล้วไม่ตาย ทว่าร่างกายกลับเสียโฉมเพราะรอยไหม้จะทำอย่างไร เรือนที่งดงามถึงเพียงนี้ หากต้องถูกเผาทำลายไปก็น่าเสียดายนัก

ถ้าเช่นนั้น... กระโดดน้ำ? ในวันที่หนาวเหน็บเพียงนี้ กระโดดลงไปไม่นานคงถูกแช่แข็งจนสิ้นชีพ นับว่ารวดเร็วทันใจ

เพียงแต่...

ชุยลิ่งเหยาเอ่ยถามตงจือที่กำลังปรนนิบัติรับประทานอาหาร

“หิมะตกหนักมาสองวันแล้ว สระบัวหลังจวนเป็นน้ำแข็งไปแล้วหรือไม่?”

ตงจือชะงักไปครู่หนึ่ง

“เรื่องนี้บ่าวก็มิทราบเจ้าค่ะ”

พวกนางเป็นถึงสาวใช้ชั้นสูงที่ปรนนิบัติอยู่ข้างกายเจ้านาย ในวันหิมะตกเช่นนี้ หากไม่มีธุระย่อมไม่มีใครเดินออกไปข้างนอก

ชุยลิ่งเหยาวางตะเกียบแล้วลุกขึ้นยืน

“พวกเราไปดูกันเสียหน่อย”

หากน้ำในสระยังไม่เป็นน้ำแข็ง นางก็จะกระโดดลงไป, แต่ถ้าน้ำแข็งตัวแล้ว นางก็จะกลับมาเชือดคอตัวเองให้จบเรื่องจบราวอย่างรวดเร็ว

จะใช้กริชที่เซี่ยจิ้นไป๋เคยมอบให้นั่นแหละ ลงดาบเพียงคราเดียวก็ปลิดชีพ

สรุปคือ… นางต้องตายแน่นอน!

.…

กลางเหมันต์ฤดู 

ท่ามกลางหิมะโปรยปราย ทั่วทั้งพสุธาขาวโพลนสะอาดตา

ชุยลิ่งเหยาสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกตัวหนา ในมือถือเตาพกให้ความอบอุ่น โดยมีเพียงเซี่ยจือและตงจือติดตามมาด้วย

นายบ่าวทั้งสามมุ่งหน้าไปยังสระบัวหลังจวน เซี่ยจือและตงจือต่างพากันฉงนสนเท่ห์จนมิอาจหาคำตอบได้

สระบัวนั้นเป็นทัศนียภาพที่สมควรจะชื่นชมในฤดูคิมหันต์ แต่ยามนี้เป็นฤดูเหมันต์ บัวในสระเหี่ยวเฉาไปตั้งนานแล้ว ไฉนเจ้านายถึงต้องลำบากตรากตรำฝ่าลมหนาวมาดูว่าสระแข็งตัวด้วย?

หรือต่อให้ปรารถนาจะชมทัศนียภาพหิมะ อย่างน้อยก็น่าจะให้พวกนางเตรียมเตาถ่านและน้ำชาร้อนๆ มาด้วยเพื่อสร้างความอบอุ่น

ชุยลิ่งเหยาไม่มีเวลาจะมาใส่ใจเรื่องอื่น ระบบในหัวของนางเพิ่งจะตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตัว

มันเอ่ยยืนยันกับนางอีกครา

【 โฮสต์แน่ใจนะว่าจะกลับไป? 】

ชุยลิ่งเหยาก้าวเดินต่อไปพลางตอบกลับผ่านกระแสจิต

“แน่ใจ”

【 ตกลง... พลังงานที่ใช้ส่งเธอกลับเพียงพอแล้ว เธอสามารถเลือกวิธีตายเพื่อละทิ้งโลกใบนี้ได้เลย 】

ยามที่ได้ยินประโยคนั้น ชุยลิ่งเหยาก็มาถึงขอบสระบัวพอดี

สระน้ำที่เคยงดงามไร้ที่ติในยามฤดูร้อน บัดนี้กลายเป็นน้ำแข็งไปเสียแล้ว…

ความหนามิอาจล่วงรู้ได้ แต่มันก็เป็นน้ำแข็งจริงๆ

ชุยลิ่งเหยารู้สึกผิดหวังที่เสียเวลาเดินมาโดยเปล่าประโยชน์ ทว่านางมิได้เสียดายเนิ่นนาน

ด้วยความรู้สึกที่อยากกลับบ้านดุจศรพุ่งออกจากแล่ง ทำให้นางตัดสินใจหันหลังกลับทันทีเพื่อไปเชือดคอตนเอง

ปลิดชีพตนเองแม้จะเจ็บปวดไปบ้าง แต่เพื่อจะได้กลับบ้าน นางก็ไม่อาจมัวมาพะวงเรื่องเล็กน้อย

เพียงแต่โลหิตที่พุ่งกระฉูดออกมาคงจะน่าสยดสยอง ทั้งห้องนอนคงจะทำความสะอาดยากลำบาก และต้องลำบากบ่าวไพ่ที่ปรนนิบัติอีก

ในระหว่างที่คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย ยามที่กำลังจะหันหลังกลับ หางตาพลันเหลือบไปเห็นเงาร่างของหลี่หว่านหรงที่หัวมุมถนนห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร

ทางนั้นเองก็เหลือบมาเห็นนางเช่นกัน สีหน้าของอีกฝ่ายแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะร้องเรียกเสียงหลง

“พี่หญิงก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือเจ้าคะ”

เมื่อเทียบกับนางที่มีสาวใช้ติดตามมาเพียงสองคน คนที่ติดตามอยู่เบื้องหลังหลี่หว่านหรงกลับมีจำนวนมากกว่านัก ทั้งสาวใช้และแม่นมรวมแล้วกว่าสิบชีวิต

บ้างก็ประคองเตาถ่าน บ้างก็ถือพู่กันหมึก กาน้ำชา และจอกชา ดูท่าทางคงเตรียมตัวมาจิบน้ำชาชมหิมะ

หากเกิดอารมณ์สุนทรีขึ้นมา ก็คงตั้งใจจะวาดภาพด้วยกระมัง?

ชุยลิ่งเหยาจำได้เลือนลางว่า วิชาภาพวาดของหลี่หว่านหรงนั้นนับเป็นที่เลื่องลือในหมู่คุณหนูสูงศักดิ์แห่งนครหลวง

เพียงอึดใจเดียว อีกฝ่ายก็เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้านาง…

คืนเข้าหอถูกละเลยเช่นนั้น หลี่หว่านหรงจะมีความสุขได้อย่างไร ยามนี้เมื่อได้เห็นตัวต้นเหตุ รอยยิ้มที่มุมปากจึงแฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือกอยู่หลายส่วน

“เมื่อเช้านี้น้องหญิงตั้งใจจะไปคารวะพี่หญิง ทว่ากลับถูกปฏิเสธมิให้เข้าพบ คาดว่าเมื่อคืนพี่หญิงคงจะเหนื่อยล้าจนลุกไม่ขึ้นกระมัง ไฉนตอนนี้ถึงยังมีเรี่ยวแรงออกมาเดินเล่นได้ล่ะเจ้าคะ”

นี่คือการกล่าวโทษว่านางมิได้วางตัวเป็นนายหญิงผู้มีเมตตา จงใจละเลยระเบียบ และกลั่นแกล้งพระชายารองที่เพิ่งตบแต่งเข้าจวน

ชุยลิ่งเหยาจิตใจมุ่งตรงแต่การกลับบ้าน ย่อมไม่มีเวลาจะมาต่อปากต่อคำด้วย ฟังวาจาจบก็เพียงพยักหน้าส่งๆ

“ข้าจะกลับแล้ว”

นายหญิงผู้เป็นภรรยาเอกอย่างถูกต้อง ยามพบกับอนุในจวนของตนเอง ปฏิกิริยาแรกกลับเป็นการรีบหลบเลี่ยงไปให้พ้นๆ

สายตาของสาวใช้และแม่นมข้างกายหลี่หว่านหรงพลันแปรเปลี่ยนไปทันที ชัดเจนว่าพวกนางมิคาดคิดว่าบุตรสาวสายตรงแห่งจวนโหวผู้ยิ่งใหญ่ ตบแต่งเข้าจวนอ๋องดูแลบ้านมานานถึงสามปี กลับมีนิสัยที่อ่อนแอได้ถึงเพียงนี้

ชุยลิ่งเหยามิล่วงรู้ว่าคนพวกนั้นคิดสิ่งใด พอกล่าวจบก็หมุนกายเตรียมจะจากไป

“ช้าก่อน!”

หลี่หว่านหรงเริ่มหัวเราะเหยียด

“ในวันมงคลของน้องหญิง พี่หญิงยังกล้าใช้วิธีชั้นต่ำชิงความโปรดปราน แต่เหตุใดยามนี้ถึงมาทำท่าทีระแวดระวังให้เสียเวลาล่ะเจ้าคะ”

วาจานี้เยาะหยันที่กังวานเช่นนี้ ทว่าคนที่เดินอยู่เบื้องหน้ากลับแสร้งทำประหนึ่งไม่ได้ยิน ฝีเท้ามิหยุดลงแม้เพียงนิด

นางไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย…

ต้องอยู่เฝ้าห้องหอเพียงลำพังมาทั้งคืน ยามเช้าก็ถูกปิดประตูใส่หน้า

หลี่หว่านหรงที่ถูกเพิกเฉยซ้ำแล้วซ้ำเล่า สีหน้าพลันกลายเป็นเขียวคล้ำ สั่งการคนข้างกายทันที

“ขวางนางไว้!”

จบบทที่ บทที่ 5 ปรารถนาจะกลับบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว