- หน้าแรก
- ข้ายกตำแหน่งให้ชายารอง แล้วท่านจะคลั่งไปไย
- บทที่ 3 เจ้าทรมานหรือ?
บทที่ 3 เจ้าทรมานหรือ?
บทที่ 3 เจ้าทรมานหรือ?
ความอึกทึกครึกโครมที่ลานหน้าจวนดำเนินไปจวบจนเพลาค่ำ ก่อนค่อยๆ เลือนหายไปในความเงียบสงัด
ชุยลิ่งเหยาจัดการธุระปะปังทั้งหลายเสร็จสิ้นแล้ว…
นางชำระล้างกายจนสะอาดสะอ้าน ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างเกียจคร้านอยู่บนเตียงเตาอันอบอุ่น ในมือประคองสมุดภาพเล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกอ่านอย่างสบายอารมณ์
นางตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะอ่านนิยายเรื่องนี้ให้จบเล่มแล้วค่อยเข้านอน
ยามหวนคิดว่าวันพรุ่งนี้ก็จะได้หวนคืนสู่โลกปัจจุบัน จะได้อ่านนิยายสารพัดเรื่องจนหนำใจ จะได้เล่นโซเชียลมีเดียและเกมออนไลน์ได้อย่างอิสระเสรี ก็ยากที่จะระงับความตื่นเต้นลิงโลดเอาไว้ได้
ความปิติยินดีในใจนี้ ฉายชัดออกมาทางสีหน้าและแววตาอย่างปิดไม่มิด
หิมะนอกหน้าต่างยิ่งตกยิ่งหนักหน่วง กิ่งไม้ถูกหิมะทับถมจนแทบรับน้ำหนักแทบไม่ไหว, เสียงดัง ‘เปรี๊ยะ’ แว่วเข้ามาทางบานหน้าต่างเป็นระยะ กลบเสียงฝีเท้าแผ่วเบาของบุรุษผู้หนึ่งที่ย่างกรายเข้ามาในห้อง
ชุยลิ่งเหยาที่กำลังจมดิ่งอยู่กับความตื่นเต้นที่จะได้กลับบ้าน จึงมิได้ตระหนักเลยว่ามีคนผู้หนึ่งกำลังเคลื่อนกายเข้ามาใกล้
ยามที่เซี่ยจิ้นไป๋ก้าวเข้ามา สิ่งที่เขาได้เห็นคือภาพของนางที่กำลังประคองนิยายอ่านอย่างเพลิดเพลิน ริมฝีปากระบายยิ้มอย่างละมุน ดูสงบเงียบและงดงาม
นางมิรู้ตัวเลยว่า… ราตรีที่มืดมิดลงนี้หมายถึงสิ่งใด
หรือจะกล่าวให้ถูกคือ นางมิได้ใส่ใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิด
มิใส่ใจว่าคืนนี้คือคืน ‘เข้าห้องหอ’ ของเขากับสตรีอื่น และมิใส่ใจว่าเขาอาจจะกระทำสิ่งใดกับสตรีอื่นบ้าง
เงาร่างสูงใหญ่สายหนึ่งพาดทับลงบนหน้าหนังสืออย่างกะทันหัน ชุยลิ่งเหยาเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ก็พบเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาเกลี้ยงเกลานั้น
เด็กหนุ่มผู้เคยสวมอาภรณ์สีสดใส ควบอาชาอย่างองอาจในวันวาน ได้เติบใหญ่กลายเป็นบุรุษผู้ยืนหยัดค้ำฟ้าโดยที่นางมิทันรู้ตัว
หลายปีมานี้บารมีของเขายิ่งสั่งสมทวีคูณ จนเคยชินกับการเก็บงำความรู้สึก
หากเขาไม่ปรารถนา ก็มิมีผู้ใดล่วงรู้ถึงความยินดีหรือความโกรธเกรี้ยวของเขาได้
เพียงแต่ในยามนี้… บนใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยนั้น ดูเหมือนจะแฝงไอเย็นยะเยือกอยู่หลายส่วน
“ท่านอ๋องเสด็จมาได้อย่างไรเพคะ?” ชุยลิ่งเหยาชะงักงัน
เซี่ยจิ้นไป๋มิเอ่ยวาจา เพียงแค่จ้องมองนางอย่างไม่วางตา
คล้ายกับต้องการจะมองทะลุดวงเนตรที่ใสกระจ่างคู่นั้น เพื่อดูให้แน่ชัดว่าภายใต้ความตื่นตระหนก ยังมีสิ่งอื่นซุกซ่อนอยู่อีกหรือไม่
—เป็นสิ่งที่เขาปรารถนาอยากจะเห็น
เนิ่นนานกว่าเซี่ยจิ้นไป๋จะละสายตากลับมา
“ข้ามาดูเจ้า”
น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ทว่าอากัปกิริยาในการปลดกระดุมคอเสื้อของตนเองกลับเป็นไปอย่างธรรมชาติ
จนกระทั่งกระดุมเม็ดที่สองถูกปลดออก ชุยลิ่งเหยาถึงเพิ่งได้สติ
“คืนนี้เป็นวันมงคลของน้องหญิงหลี่ ท่านอ๋องควรจะไป...”
“หุบปาก!” เซี่ยจิ้นไป๋ตวัดสายตาขึ้นมองนางเขม็ง
“พวกเจ้ามิต้องนับญาติเป็นพี่เป็นน้องกัน”
ชุยลิ่งเหยาอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“ตกลงเพคะ หม่อมฉันจดจำไว้แล้ว”
นางยิ้มตอบ… เป็นรอยยิ้มที่ไร้ที่ติ ดูว่าง่ายและเปี่ยมไปด้วยความใจกว้าง
น้ำใจอันกว้างขวางตามแบบฉบับของภรรยาเอก นางช่างมีอยู่อย่างล้นเหลือ
เซี่ยจิ้นไป๋หลับตาลงเพื่อเลิกมองหน้านาง ก่อนถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกอย่างรวดเร็ว และเลิกผ้าห่มขึ้นเตียง
นี่เขาคิดจะค้างคืนที่นี่จริงๆ หรือ?
ในคืนที่รับพระชายารองเข้าจวน แต่กลับไม่ไปที่ห้องหอของฝ่ายนั้น นี่คือการตบหน้าหลี่หว่านหรงอย่างโจ่งแจ้งชัดๆ
บอกว่ารักใคร่ชอบพออีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง… มิใช่แค่จัดงานแต่งใหญ่โตเกินกฎมณเฑียรบาล แต่ยังให้นางถ่อไปดื่มสุรามงคลด้วยตนเองอีก
เพิ่งแต่งเข้าจวน ไฉนจึงเริ่มทำตัวห่างเหินเสียแล้ว? ใจของบุรุษผู้นี้ เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าตอนที่อยู่กับนางเสียอีก
ในระหว่างที่ความคิดกำลังหมุนวน ท้ายทอยของชุยลิ่งเหยาก็ถูกคนข้างกายรวบจับไว้ ลมหายใจที่คุ้นเคยเคลื่อนเข้ามาใกล้
ฉับพลันนั้นเอง… ริมฝีปากก็ถูกความอบอุ่นทาบทับ
ฟันถูกงัดเปิดออก จุมพิตนี้หนักหน่วงและดุดันยิ่งนัก
ปลายลิ้นและริมฝีปากเกี่ยวระคนพัวพัน อารมณ์ที่ถ่ายทอดมาจากตัวเขาช่างซับซ้อนยากจะหยั่งถึง
มีทั้งความโกรธเกรี้ยว, ความขุ่นเคือง, และยังมีสิ่งที่มิอาจมองข้ามได้... คือการปลอบประโลมที่เจือจางอยู่บางเบา
ฝ่ามือหนาสอดเข้ามาสัมผัสผิวเนื้อตามสาบเสื้อ
แพขนตาของชุยลิ่งเหยาสั่นระริก เสียงครางอู้อี้เล็ดลอดออกมาจากลำคอ… ในที่สุดเซี่ยจิ้นไป๋ก็ยอมปล่อยริมฝีปากของนางให้เป็นอิสระ
เขาหลุบตาลงมองนาง แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
“วันนี้เจ้ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือไม่?”
จุมพิตที่ดุเดือดเพิ่งจบลง สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง
ทว่าเมื่อเทียบกันแล้ว หางตาที่แดงระเรื่อของนาง… กลับดูน่าอับอายยิ่งกว่า
ชุยลิ่งเหยาขับไล่ความชื้นที่เอ่อล้นตรงขอบตาแล้วส่ายหน้า
“...หามิได้เพคะ”
ต่อให้ต้องให้นางไปร่วมงานแต่งรับอนุของเขา และอวยพรคู่บ่าวสาว นางก็มิได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแต่อย่างใด
นี่คือคำตอบที่คาดเดาได้อยู่แล้ว เซี่ยจิ้นไป๋เม้มริมฝีปากเล็กน้อย นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“สุรานั้น... เปิ่นหวังสั่งคนเปลี่ยนเอง”
“......” ชุยลิ่งเหยามิได้เอ่ยวาจา
นางย่อมรู้อยู่แล้วว่าเป็นเขาที่เปลี่ยน
ในสถานการณ์เช่นวันนี้ นอกจากเขาแล้ว… ยังจะมีผู้ใดมีความสามารถขนาดสับเปลี่ยนสุราภายใต้อำนาจของเขาได้
ไยต้องยกมาพูดเป็นพิเศษด้วย… หรือว่าเขาอยากได้ยินคำขอบคุณจากนาง?
แต่สุราจอกนั้น ก็เป็นเขาเองมิใช่หรือที่บังคับให้นางดื่ม? ยิ่งไปกว่านั้น หากมิใช่คำสั่งของเขา นางก็มิต้องพาตัวเองไปให้คนอื่นหยามเกียรติถึงที่
นางเงียบงันไปเนิ่นนาน, ใช้เพียงดวงตาดอกท้ออันงดงามคู่นั้นมองเขา
ก้นบึ้งของดวงตาที่กระจ่างใส เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เป็นความประหลาดใจที่แฝงแววเยาะหยัน…
นัยน์ตาของเซี่ยจิ้นไป๋พลันมืดครึ้มลง เขากดข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ก้มลงประทับจูบบนเปลือกตาของนางแทน
“วันหน้าคนแซ่หลี่จะพักที่เรือนอี๋หรงสุ่ยเซี่ย พวกเจ้ามิต้องพบหน้ากัน และมิต้องเรียกขานพี่หญิงน้องหญิงกันอีก ทำประหนึ่งไม่มีคนผู้นี้อยู่ ฟังชัดเจนหรือไม่?”
ชุยลิ่งเหยามิต้องเสียเวลาไตร่ตรอง พยักหน้าตอบ
“ชัดเจนเพคะ”
นางไม่รู้เหตุผลที่เขาทำเช่นนี้… อาจเป็นเพราะกลัวว่าหลี่หว่านหรงจะเสียใจที่ต้องนึกถึงฐานะอนุของตน ยามที่เห็นของหน้านางผู้เป็นชายาเอกก็ได้
หรือคิดว่าขอเพียงแค่นางไม่เห็นหน้า หลี่หว่านหรงก็จะสามารถหลอกตัวเองว่าทุกอย่างสงบสุข และระหว่างพวกเขาไม่มีมือที่สาม
อย่างไรก็ตาม ชุยลิ่งเหยาก็มิได้ใคร่รู้นัก
เพราะอย่างไรเสีย เรื่องพวกนี้ก็ไม่สำคัญอีกแล้ว…
นางกำลังจะกลับบ้าน ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นจริง หรือมีเหตุผลอื่นแอบแฝง มันก็มิได้สำคัญอันใด
นางไม่เคยเปลี่ยนความตั้งใจมาตั้งแต่ต้น, นั่นคือการแลกของรางวัลภารกิจเพื่อกลับไปช่วยพี่ชาย
เขาจะรับชายารองหรือไม่รับ ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อจิตใจ
นางรับคำอย่างว่าง่าย… สีหน้าของเซี่ยจิ้นไป๋กลับยังไร้ซึ่งความยินดี
เขาจ้องมองนางนิ่งๆ อยู่หลายอึดใจ ก่อนจะโน้มตัวลงจุมพิตริมฝีปากนางอีกครั้ง
จุมพิตในคราหลังนี้… แฝงไปด้วยความรุนแรงดุจไฟผลาญ
สายรัดชุดนอนเส้นเล็กถูกกระชากออก เผยให้เห็นเอี๊ยมตัวในที่แนบชิดเรือนกาย, ผ้าไหมเนื้อดีปักลายดอกบัวสีชมพูบานสะพรั่ง กลีบดอกไม้ที่ดูมีชีวิตชีวานูนเด่นขึ้นมาตามส่วนที่โค้งเว้าอย่างพอเหมาะพอเจาะ
ผิวพรรณของนางขาวผ่องเนียนละเอียด เส้นผมดำขลับเป็นเงางามแผ่สยาย ไม่มีส่วนใดที่ไม่เย้ายวนใจบุรุษ
เซี่ยจิ้นไป๋หลุบตามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนฝ่ามือหนาก็ทาบทับลงไป และลูบไล้อย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่ง
“เจ้ารู้หรือไม่… หากคืนนี้เปิ่นหวังเข้าไปในเรือนของคนแซ่หลี่ ข้าจะทำสิ่งใด?”
ชุยลิ่งเหยาที่หอบหายใจถี่กระชั้น จึงมิได้เอ่ยตอบ
“เฉกเช่นตอนนี้, สิ่งที่ทำกับเจ้าอยู่ เปิ่นหวังจะทำซ้ำทุกขั้นตอนกับ...”
“หยุดพูด!”
นางเบือนหน้าหนี ดวงตาปิดสนิท น้ำเสียงเจือความพังทลาย
นิ้วมือของเซี่ยจิ้นไป๋ชะงักกึก เขายื่นมือไปเชยคางนาง สายตาไล่มองไปทั่วใบหน้าของนางอย่างละเอียดลออ
ท้ายที่สุดก็หยุดอยู่ที่ดวงตาที่ปิดแน่น…
“มองข้า…” มือที่จับปลายคางออกแรงบีบแน่นขึ้น
ชุยลิ่งเหยาขมวดคิ้วลืมตาขึ้น
ดวงตาผลซิ่งที่ชื้นแฉะคู่นั้น เอ่อล้นด้วยม่านน้ำตาจางๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง หรือเป็นเพราะวาจาเชือดเฉือนน้ำใจเหล่านั้นของเขา
เซี่ยจิ้นไป๋ก้มหน้าลงแนบหน้าผากนาง เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เจ้าทรมานหรือ?”