- หน้าแรก
- ข้ายกตำแหน่งให้ชายารอง แล้วท่านจะคลั่งไปไย
- บทที่ 2 สุราคารวะ
บทที่ 2 สุราคารวะ
บทที่ 2 สุราคารวะ
ชุยลิ่งเหยามิได้นึกแยแสถ้วยน้ำชาของสตรีผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย
ทว่าปัญหามิได้อยู่ที่ใจ… แต่อยู่ที่กาย
ร่างนี้ของนางมิอาจแตะต้องสุราได้ นางจึงค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองเซี่ยจิ้นไป๋
ในวันวานที่พวกเขาเพิ่งตกลงปลงใจกัน เพียงนางเผลอดื่ม ‘นารีชาด’ เข้าไปจอกเดียว ผื่นแดงที่น่ากลัวก็เห่อขึ้นไปทั่วร่างกาย
ครานั้นเขา...
เซี่ยจิ้นไป๋หลุบตาลงมองนางเช่นกัน นัยน์ตาคู่นั้นไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ทว่าก็ปราศจากความยินดี น้ำเสียงที่เอ่ยออกมายิ่งฟังดูจืดจางไร้อารมณ์
“หรงเอ๋อร์ใช้สุราแทนน้ำชา ในเมื่อเจ้าเป็นคนใจกว้างมีเมตตา ก็อย่าได้บ่ายเบี่ยงไปเลย”
สบตากันเพียงชั่วลมหายใจ แต่ถ้อยคำเหล่านั้นกลับเสียดแทงลึกเข้าสู่โสตประสาท
ชุยลิ่งเหยาชะงักงัน…
ชัดเจนว่าเพิ่งตบแต่งกันได้เพียงสามปี และทั้งสองมิเคยมีเรื่องบาดหมางกัน
เหตุไฉนคุณชายที่เคยร้อนรนดั่งไฟเผา เพียงเพราะเห็นนางเจ็บป่วยผู้นั้น จึงเลือนหายไปในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้?
ทำให้นางอดสงสัยไม่ได้…
ประโยคแจ้งเตือนที่ว่า ‘ภารกิจเสร็จสิ้น’ ในครานั้น เป็นเพียงภาพลวงตาหรือไม่?
‘ค่าความรัก’ ที่เต็มพิกัด มันช่างเปราะบางและไร้ค่าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
อาจจะกล่าวได้ว่า, คนผู้นี้สมแล้วที่เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องจักรทางการเมืองที่แม่นยำ
เรื่องรักใคร่ของหนุ่มสาวสำหรับเขาแล้ว เป็นเพียงธุลีดินที่ปัดทิ้งได้โดยง่ายดาย…
ดังนั้น ‘ค่าความรัก’ ที่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงสามารถมลายหายไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยระยะเวลาเพียงหนึ่งปี
ชุยลิ่งเหยามิอยากคิดให้มากความ, แต่สุราจอกนี้ นางมิปรารถนาจะดื่มจริงๆ
แม้พรุ่งนี้จะได้เวลาลาจากโลกนี้ไปแล้ว แต่นางก็มิอยากให้วาระสุดท้ายต้องทนทุกข์ทรมาน... เรื่องการแพ้แอลกอฮอล์ ประสบเพียงคราเดียวก็เกินพอแล้ว
นางปรายตามองจอกสุราที่บ่าวไพ่ยื่นมาจ่อให้ตรงหน้า กำลังจะเผยอปากปฏิเสธ ก็พลันได้ยินบุรุษเบื้องหน้ากดเสียงต่ำ
“ดื่มซะ”
คำพูดเพียงสองคำที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยอำนาจกดดันของผู้ที่อยู่เหนือกว่า
นี่คือองค์ชายผู้กุมอำนาจที่แท้จริง บุตรชายสายตรงของฮองเฮา ได้รับการอวยยศเป็นอ๋อง และชุยลิ่งเหยายังล่วงรู้ว่าในอนาคตเขาจะกลายเป็นเจ้าผู้ครองแผ่นดินอีกด้วย
หากถูกเขาผูกใจเจ็บขึ้นมา ตัวนางอาจจะสะบัดก้นแกล้งตายแล้วหนีไปก็ย่อมได้
แต่ครอบครัวของนางเล่า...
สถานการณ์บังคับให้ต้องยอมจำนน จนชุยลิ่งเหยารู้สึกแน่นหน้าอก
ความรู้สึกเดิมที่คิดว่าจะ ‘ต่างคนต่างอยู่มิติดค้างกัน’ พลันก็เกิดความขุ่นเคืองขึ้นมาวูบหนึ่ง
นางเม้มริมฝีปากที่ซีดขาว สองมือประคองจอกสุรา ยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด!
หลี่หว่านหรงยกหัตถ์ปิดปากหัวเราะเบาๆ
“พี่หญิงนี่ก็จริงๆ เลย อย่างไรก็ต้องดื่ม ไยต้องให้ท่านอ๋องออกคำสั่งด้วยเล่า… หรือว่าชอบวิธีรุนแรง ไม่ชอบวิธีละมุนละม่อม”
(สำนวน: ยอมรับสุราปรับ มิยอมรับสุราคารวะ)
ทั่วทั้งโถงเงียบกริบราวป่าช้า…
เรื่องหลงเมียน้อยจนละเลยเมียหลวงมิใช่เรื่องแปลก แต่เรื่องที่ชายารองกล้าเยาะเย้ยนายหญิงของจวนกลางงานเลี้ยงนั้น… นับว่าแปลกประหลาดยิ่งนัก!
ของเหลวเย็นเฉียบไหลลงคอไปพร้อมกับถ้อยคำแดกดัน ทว่าลำคอกลับมิรู้สึกถึงความแสบร้อนตามความทรงจำ
รสชาติจืดชืดดุจน้ำเปล่า...
มิใช่สิ… นี่มันคือน้ำเปล่าชัดๆ!
ชุยลิ่งเหยาตะลึงงันไปชั่วครู่ ก็ได้ยินชายตรงหน้าเอ่ยตัดบทขึ้น
“ในเมื่อดื่มหมดแล้วก็ถอยไป”
“......” นางเงียบไปครู่หนึ่ง
“เพคะ”
กล่าวจบก็หมุนกาย เดินจากไปท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อที่มองตามเป็นตาเดียว
เมื่อนายหญิงของจวนอ๋องจากไป งานเลี้ยงในห้องโถงก็กลับมาครึกครื้นอีกครา เพียงแต่บรรยากาศย่อมได้รับผลกระทบอยู่บ้าง
ผ่านไปไม่นาน…
มีขุนนางวัยกลางคนผู้หนึ่ง อดรนทนมิไหว อยากจะเอาใจเซี่ยจิ้นไป๋ จึงลุกขึ้นชูจอกสุราแล้วกล่าวว่า
“ขุนนางผู้น้อยขอดื่มคารวะท่านอ๋องและพระชายารองสักจอก ขอแสดงความยินดีกับงานมงคลของทั้งสองพระองค์ขอรับ”
สิ้นคำ, ก็มีคนปรบมือเห็นดีเห็นงามตามกันไปอีกหลายคน
รอยยิ้มในดวงตาของหลี่หว่านหรงยิ่งเข้มข้นขึ้น นางรู้สึกเพียงว่าตำแหน่งชายาเอกของชุยลิ่งเหยานั้น… อยู่เพียงแค่เอื้อมมือคว้า
ท่ามกลางความอื้ออึง นัยน์ตาของเซี่ยจิ้นไป๋ยังคงเรียบเฉย, เขาเบี่ยงแขนหลบมือของหลี่หว่านหรงที่หมายจะเข้ามาคล้องแขนอย่างไม่รีบร้อน ก่อนกล่าวเนิบนาบว่า
“วันนี้เป็นวันมงคล ใต้เท้าซื่อหลางมีน้ำใจถึงเพียงนี้ เจ้าก็ควรไปดื่มคารวะเขาสักจอก”
นี่หมายความว่า… ตัวเขาเองก็ไม่ขอรับสุราคารวะ
ใต้เท้าซื่อหลางผู้นั้นถือจอกสุราค้างไว้ สีหน้าเจือความกระอักกระอ่วน
“เอ่อ...”
หลี่หว่านหรงได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเช่นกัน ก่อนจะรีบปรับสีหน้ายิ้มแย้ม แล้วยกจอกขึ้น
“ขอบคุณใต้เท้าซื่อหลางเจ้าค่ะ” กิริยาท่าทางสง่างาม วางตัวเหมาะสม
สุราจอกนั้นถูกดื่มจนหมด…
ผู้คนถึงเพิ่งระลึกได้ว่า พระชายารองผู้นี้ก็เป็นถึงคุณหนูตระกูลโหว เรียกฮองเฮาองค์ปัจจุบันว่าท่านป้า เป็นลูกพี่ลูกน้องสายตรงของอวี้อ๋อง
ฐานะระดับนี้ แต่ต้องมาเป็นอนุ… ช่างน่าคับแค้นใจยิ่งนัก
ได้ยินมาว่าเดิมทีฮองเฮาทรงวางแผนจะให้หลานสาวแต่งเป็นภรรยาเอกของโอรส แต่กลับถูกคุณหนูจวนฉางผิงโหวชิงตัดหน้าไปเสียก่อน
หากชายารองมีอำนาจบารมีใหญ่โต วันข้างหน้าของชายาเอกอวี้อ๋อง… คงมิราบรื่นเสียแล้ว
…..
ทันทีที่ก้าวพ้นห้องโถงรับรอง เซี่ยจือร้อนใจดุจไฟเผา
นางรีบสั่งให้คนไปตามหมอประจำจวน แต่ถูกชุยลิ่งเหยาร้องห้ามไว้
“นั่นเป็นเพียงน้ำเปล่าจอกหนึ่ง”
น่าจะเป็นคนของเซี่ยจิ้นไป๋ที่แอบเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า
สีหน้าวิตกกังวลของเซี่ยจือผ่อนคลายลง แต่มิวายบ่นอุบอิบ
“ต่อให้เป็นน้ำเปล่า ท่านอ๋องก็ทำเกินไปอยู่ดี! พระองค์ทำกับท่านเช่นนี้ได้อย่างไร เมื่อก่อนพระองค์...”
“บุรุษก็เป็นเช่นนี้แหละ” ชุยลิ่งเหยาตัดบทความหลังของสาวใช้ น้ำเสียงเรียบเฉย
“เมื่อมีรักใหม่ รักเก่าก็ย่อมต้องหลีกทาง… อย่างน้อยเขาก็มิได้ใจร้ายใจดำถึงขั้นให้ข้าดื่มสุราจริงๆ”
เห็นเจ้านายถูกหยามเกียรติต่อหน้าธารกำนัลกับตาตนเอง เซี่ยจือปวดใจจนยกมือปิดปากร้องไห้
“หากท่านอยากร้องไห้ ก็ร้องออกมาเถิดเจ้าค่ะ”
สามีภรรยาที่เคยรักใคร่ แต่กลับเดินมาถึงจุดนี้, บ่าวไพร่ผู้น้อยยังรู้สึกปวดร้าว คุณหนูของนางคงยิ่งรู้สึกเหมือนมีดกรีดกลางใจ
แต่ผ่านไปเนิ่นนาน กลับมิเห็นนางหลั่งน้ำตาแม้สักหยด... นางคิดว่าการเก็บกดไว้ในใจ รังแต่จะทำให้ล้มป่วย
ชุยลิ่งเหยาอยากร้องไห้จริงๆ นั่นแหละ แต่เป็นเพราะเจ้าระบบบ้านั่นเงียบหายไปต่างหาก
มันคงมิใช่พวกผิดสัญญา ทิ้งนางไว้ที่โลกนี้หรอกกระมัง?
พอกลับถึงเรือนเจียนเจีย สองนายบ่าวแทบจะกอดคอกันร้องไห้
แต่ทันใดนั้น… เสียง ‘ซูซ่า’ ของคลื่นรบกวนก็ดังแทรกขึ้นในสมอง ไม่นานนักเสียงที่เคยเงียบหายไปนานก็ดังขึ้น
【สวัสดีจ้ะโฮสต์!】
เสียงที่คุ้นเคยนี้ ทำให้ชุยลิ่งเหยาถึงกับตัวแข็งทื่อ นางรีบตอบกลับในใจทันควัน
“ในที่สุดแกก็ตื่น! จะส่งฉันกลับได้เมื่อไหร่?”
【อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ขอระบบเช็กหน่อย หลับไปตั้งปีหนึ่ง... เอ๊ะ...】
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่เคยผ่อนคลายพลันสูงปรี๊ด
【วันนี้เซี่ยจิ้นไป๋รับเมียใหม่เหรอ?】
“ถูกต้อง” ชุยลิ่งเหยาเม้มปาก
“ค่าความรักของเขาลดลงหรือเปล่า?”
【หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น จะไม่สามารถตรวจสอบค่าความเสน่หาของเป้าหมายได้】
【แต่ก็ไม่น่าจะใช่นะ......】
【ไม่น่าเป็นไปได้...】
【ค่าความรักที่เต็มพิกัดแล้วไม่อาจลดลงได้ คงจะมีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง?】
เจ้าระบบช่างจ้อเสียจนชุยลิ่งเหยาปวดเศียรเวียนเกล้า นางยกมือขึ้นนวดขมับแล้วไล่เซี่ยจือออกไปก่อน
“ช่างเถอะ, ไม่ต้องไปสนใจเขา ฉันแค่อยากรู้ว่าพรุ่งนี้ฉันยังจะได้กลับบ้านอยู่ไหม?”
นางสนใจแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
ระบบเองก็ไม่พูดอ้อมค้อม ตอบอย่างเด็ดขาดว่า
【แน่นอน! คำสั่งหลักของระบบ คือการปฏิบัติตามสัญญา, ยาแก้สารพัดโรคที่สัญญาไว้ว่าจะให้ ไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน】
เมื่อได้รับคำยืนยัน ชุยลิ่งเหยาก็วางใจลงเปราะใหญ่
“แล้วเวลาที่แน่นอนล่ะ?” นางถามต่อ
【ถูกเธอปลุกขึ้นมาก่อนกำหนด พลังงานที่จะส่งเธอกลับยังขาดอยู่อีกนิดหน่อย】
ระบบคำนวณอยู่ครู่หนึ่ง
【ส่งได้พรุ่งนี้บ่ายๆ เธอเลือกวิธีตายเอาเองนะ ฉันต้องจำศีลชาร์จพลังต่อแล้ว】
พูดจบก็มีเสียงดัง กริ๊ก!
เสียงในหัวจึงถูกตัดไปอีกครั้ง
ทว่าชุยลิ่งเหยามิได้รู้สึกหวาดระแวงเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว นางกอดหมอนทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ ดีใจจนแทบอยากจะกระโดดโลดเต้น
พรุ่งนี้นางก็จะได้ไปแล้ว...
พี่ชายของนางมีทางรอดแล้ว!