เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ต้อนรับพระชายารอง

บทที่ 1 ต้อนรับพระชายารอง

บทที่ 1 ต้อนรับพระชายารอง


ณ นครหลวง, จวนอวี้อ๋อง

ต้นเดือนสิบสอง เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าอย่างไม่ขาดสาย

ชุยลิ่งเหยาผลักบานหน้าต่างออก ปล่อยให้ลมหนาวพัดกรรโชกเข้าปะทะกาย พลางทอดสายตามองทัศนียภาพอันขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วหล้า

เสียงเครื่องดนตรีแว่วดังมาจากลานหน้าจวน ฟังดูคึกคักครึกครื้นยิ่งนัก…

วันนี้เป็นวันที่เซี่ยจิ้นไป๋รับพระชายารองเข้าจวน ภายในและภายนอกจวนต่างวุ่นวายเตรียมการมานานนับเดือน โคมไฟประดับสว่างไสว

ผ้าแพรแดงมงคลถูกผูกไว้แทบทุกหนแห่ง ยามปกติผ้าแพรเหล่านี้คงดูงดงามจับตา แต่ในวันที่ทั่วทั้งพสุธาขาวโพลนด้วยหิมะเช่นนี้ ชุยลิ่งเหยากลับรู้สึกว่าสีแดงฉานเหล่านั้นช่างดูบาดตาเป็นพิเศษ

นางเม้มริมฝีปากเบาๆ พลางส่งเสียงเรียกระบบในห้วงจิตสำนึกตามความเคยชินอยู่สองสามครา

เมื่อหนึ่งปีก่อน, ภารกิจพิชิตใจสำเร็จลุล่วง นางตัดสินใจแลกของรางวัลเพื่อกลับบ้านเกิดโดยมิลังเล ทว่าระบบกลับแจ้งเตือนว่า…

‘ค่าความรักของเซี่ยจิ้นไป๋พุ่งถึงจุดสูงสุด’ จึงกระตุ้นเงื่อนไขลับ ‘ระยะเวลาสงบจิตใจ’ เป็นเวลาหนึ่งปีโดยอัตโนมัติ

หากนางปรารถนาจะจากไป จะต้องรอให้ครบกำหนดเวลานี้เสียก่อน

กล่าวจบ, ระบบก็มิรอให้นางคัดค้าน ทิ้งคำพูดไว้เพียงว่าจะไปรวบรวมพลังงานเพื่อส่งนางกลับ แล้วก็เข้าสู่สภาวะจำศีลทันที

หนึ่งปีที่ล่วงผ่าน… ชุยลิ่งเหยาใช้ชีวิตด้วยการเฝ้านับวันรอ

เมื่อเห็นว่าพรุ่งนี้จะครบกำหนดหนึ่งปีแล้ว ทว่าระบบกลับยังไร้ซึ่งความเคลื่อนไหว เรื่องนี้ทำให้นางมิอาจสะกดกลั้นความร้อนรนในใจได้

ยามที่นางและเซี่ยจิ้นไป๋ยังเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่เสน่หา ชุยลิ่งเหยายังมิเคยสั่นคลอนต่อความตั้งใจที่จะกลับไปแม้เพียงเศษเสี้ยว

ยิ่งในวันนี้เขาต้อนรับพระชายารองเข้าจวน ความรู้สึกอยากกลับบ้านของนางก็ยิ่งแรงกล้าดุจลูกศรที่พุ่งออกจากแล่ง

เพราะจิตใจมัวแต่พะวงเรื่องระบบ ช่วงนี้ชุยลิ่งเหยาจึงดูเฉื่อยชาไร้ชีวิตชีวา ไม่ว่าสิ่งใดก็มิอาจกระตุ้นความสนใจของนางได้

ทว่าในสายตาของ ‘เซี่ยจือ’ สาวใช้คนสนิท กลับมองว่าคุณหนูของตนถูกท่านอ๋องทำร้ายจิตใจจนบอบช้ำ กลายเป็นคนเลื่อนลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เมื่อเห็นเจ้านายใช้ชีวิตประหนึ่งร่างไร้วิญญาณ เซี่ยจือก็ขอบตาแดงก่ำพลางเอ่ยปลอบ

“ในพระทัยท่านอ๋องยังมีพระชายาอยู่นะเพคะ การแต่งพระชายารองครั้งนี้เป็นเพียงแผนการชั่วคราวเพื่อคานอำนาจ ขอพระองค์อย่าได้โศกเศร้าไปเลย”

แต่งงานกันมาสามปีแต่ไร้ซึ่งทายาท แรงกดดันนั้นมหาศาลเพียงใด?

ในสายตาของคนนอก… สิ่งที่เซี่ยจิ้นไป๋กระทำจึงมิถือว่าผิดนัก

“ข้ามิได้โศกเศร้าเสียหน่อย” ชุยลิ่งเหยาแย้มยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ

ก็นางใกล้จะจากไปแล้วนี่นา... ในเมื่อเขามีโฉมงามเคียงข้างแล้ว นางก็มิจำเป็นต้องรู้สึกผิดต่อเขาอีก

ยามนี้ไม่มีเรื่องใดสำคัญไปกว่าเรื่องระบบอีกแล้ว

ระหว่างที่สนทนากัน จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากนอกเรือน

“คารวะพระชายา!”

สองนายบ่าวหันไปมอง, ก็เห็นเป็นบ่าวรับใช้ชายจากลานหน้าจวนเดินเข้ามา

“ท่านอ๋องและพระชายารองหลี่ มีรับสั่งเชิญพระองค์ไปร่วมดื่มสุรามงคลที่โถงรับรองขอรับ”

สิ้นคำ, สีหน้าของเซี่ยจือก็พลันเปลี่ยนไปทันที

“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”

ตามธรรมเนียมแห่งราชวงศ์นี้ เมื่ออนุภรรยาแต่งเข้าจวน พระชายาเอกเพียงแค่นั่งรอรับการคารวะน้ำชาจากฝ่ายนั้นก็เพียงพอแล้ว

แม้จะเป็นพระชายารองที่มีตำแหน่งในจวนอ๋อง แต่อย่างไรเสียก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็น ‘อนุ’ มิมีเหตุผลใดที่พระชายาเอกจักต้องลดตัวไปร่วมดื่มฉลองในงานมงคลของอนุ

นี่มิเท่ากับเป็นการตบหน้าเจ้านายของนางต่อหน้าธารกำนัลหรอกหรือ?

“พระชายา… โปรดอย่าได้ทำให้ผู้น้อยลำบากใจเลยขอรับ” บ่าวรับใช้ผู้นั้นย้ำคำเดิมพลางก้มหน้าต่ำ

ที่นี่คือจวนอวี้อ๋อง ผู้ที่กุมอำนาจเด็ดขาดแน่นอนว่าย่อมเป็นเขา

ในเมื่อเขาเอ่ยปากและส่งคนมาตาม ย่อมหมายความว่านางมิอาจหลีกเลี่ยง…

หลายเดือนมานี้, ชุยลิ่งเหยาได้ประจักษ์ถึงความอารมณ์แปรปรวนของบุรุษผู้นั้นมาพอสมควร ยิ่งใกล้เวลาที่จะได้กลับบ้าน นางก็ยิ่งไม่อยากสร้างเรื่องราวให้วุ่นวาย

นางยกมือห้ามเซี่ยจือและตงจือที่กำลังจะอ้าปากโต้แย้ง พลางกล่าวเรียบๆ ว่า

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ”

……

ณ ลานหน้าจวน

แขกเหรื่อเต็มห้องโถง ต่างชนจอกสุราและสรวลเสเฮฮา บรรยากาศดูคึกคักเป็นอย่างยิ่ง

แต่ตามกฎระเบียบแห่งราชวงศ์ต้าเยว่ การแต่งพระชายารองมิควรจัดงานยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้

ทว่าเซี่ยจิ้นไป๋กลับห่วงใย ‘หลี่หว่านหรง’ ที่เป็นถึงบุตรสาวสายตรงของจวนโหว เพราะต้องลดเกียรติมาแต่งให้เขาในฐานะอนุ จึงสั่งให้ยกระดับพิธีการขึ้นอีกขั้นเพื่อแสดงถึงความโปรดปรานเป็นพิเศษ

ดังนั้นงานในวันนี้จึงดูอลังการยิ่งนัก มิได้ด้อยไปกว่างานมงคลสมรสของภรรยาเอกในตระกูลสูงศักดิ์เลยแม้แต่น้อย

ทันทีที่ชุยลิ่งเหยาก้าวเข้าไปในห้องโถง นางก็มองเห็นคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ยืนเคียงกัน

เซี่ยจิ้นไป๋สวมชุดคลุมยาวสีแดงเข้ม รวบผมด้วยมงกุฎหยก ใบหน้าคมคายดูเย็นชาดุจหยกสลัก, ร่างสูงสง่าโน้มกายลงเล็กน้อย ดูท่าทางกำลังตั้งใจฟังดรุณีนางข้างกายเจรจาอย่างอดทน

และคนข้างกายเขาก็คือ ‘หลี่หว่านหรง’ ผู้สวมอาภรณ์มงคลสีแดงเช่นเดียวกัน

ช่างเป็นภาพที่ทำให้หวนนึกถึงอดีตเหลือเกิน...

เมื่อสามปีก่อนตอนที่พวกเขาแต่งงานกัน แขกส่วนใหญ่ในที่นี้ก็เคยมาดื่มสุรามงคลของพวกเขามาแล้ว

ครานั้นนางสวมชุดเจ้าสาว ยืนเคียงข้างเซี่ยจิ้นไป๋ ร่วมต้อนรับแขกเหรื่อในฐานะสามีภรรยา

แต่วันนี้… คนข้างกายเขากลายเป็นคนใหม่ไปเสียแล้ว

หลี่หว่านหรงที่ควรจะรออยู่ในห้องหอ กลับมายืนเคียงข้างเขาประหนึ่งเป็นภรรยาเอกเสียเอง

ตอนที่ระบบจะจำศีล เคยกล่าวไว้ว่า ‘ค่าความรักที่เต็มพิกัด คือความรักที่ลึกซึ้ง มิสามารถมอบใจให้แก่ผู้อื่น’

แม้ชุยลิ่งเหยามิเคยเชื่อว่าในโลกนี้จะมีความรักอันเป็นนิรันดร์อยู่จริง ทว่านางก็มิคาดคิดว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘รักลึกซึ้ง’ นั้น… จะแปรเปลี่ยนได้รวดเร็วเพียงนี้

ทั้งที่นางมิได้แก่ชราลงเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับปันใจไปให้คนใหม่จนหมดสิ้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี

แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว

แบบนี้แหละดีแล้ว…

แขกเหรื่อภายในงานเริ่มสังเกตเห็นการมาถึงของนาง เสียงจอแจที่เคยดังลั่นพลันเงียบสงบลงทันที ราวกับว่านางคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ชุยลิ่งเหยากดข่มความรู้สึกจุกแน่นที่หน้าอกเอาไว้ แล้วเดินตรงไปยังคู่บ่าวสาว

สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่นายหญิงแห่งจวนอ๋องผู้นี้เป็นตาเดียว…

นางสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวตัวหนาสง่างาม เหลือให้เห็นเพียงใบหน้าขนาดเท่าฝ่ามือ คิ้วของนางนั้นเรียวงาม ดวงตาดุจเมล็ดซิ่ง หากแต่ริมฝีปากกลับดูซีดเซียว

นางยังคงเป็นโฉมงามที่ตราตรึงผู้คน เพียงแต่ดูเหมือนสุขภาพจักมิสู้ดีนัก

“คารวะท่านอ๋อง”

ชุยลิ่งเหยายืนห่างออกไปสามก้าว ประสานมือไว้ที่หน้าท้องแล้วย่อกายทำความเคารพอย่างถูกระเบียบ

โดยมิรอให้เซี่ยจิ้นไป๋สั่งให้ลุก นางก็ยืดตัวขึ้นเอง… พลางมองไปยังหลี่หว่านหรงที่ยืนเคียงไหล่เขา

นางพยายามนึกถึงกิริยาของเหล่าฮูหยินผู้สูงศักดิ์เวลาปฏิบัติต่ออนุภรรยา ก่อนจะระบายยิ้มบางเบา

“นี่คงจะเป็นน้องหญิงหลี่กระมัง… ยินดีกับน้องหญิงด้วยจริงๆ หวังว่าเมื่อเจ้าเข้าจวนมาแล้ว จะรักใคร่ปรองดองกับท่านอ๋องตลอดไป, มีทายาทสืบสกุล ครองคู่กันจนแก่...”

คำอวยพรที่ร่ายยาวถูกขัดจังหวะด้วยเสียง ‘เพล้ง!’ เบาๆ ของจอกสุราที่ถูกกระแทก…

คำว่า ‘เฒ่า’ จึงมิมีโอกาสได้หลุดออกจากปากของชุยลิ่งเหยา

ต้นเหตุของเสียงนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“พูดมาก!”

เสียงตวาดที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้นางต้องกะพริบตาปริบๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า

เซี่ยจิ้นไป๋มีสีหน้าเรียบเฉย ยังคงดูสุขุมเยือกเย็นดุจเดิม ราวกับว่าคนที่เพิ่งกระแทกจอกสุรามิใช่เขา

เมื่อเห็นนางมองมา เขาก็ยกยิ้มหยันที่มุมปากแล้วกล่าวว่า

“เปิ่นหวังย่อมจักรักใคร่เอ็นดูหรงเอ๋อร์ไปชั่วชีวิตอยู่แล้ว”

—ใจจืดใจดำยิ่งนัก

ภายใต้สายตาของคนหมู่มาก แขกเหรื่อหลายคนต่างมีความคิดนี้ผุดขึ้นในใจ

ภรรยาเอกอย่างไรก็คือภรรยาเอก ความผูกพันที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจะให้คนอื่นมาเทียบได้อย่างไร

ต่อให้มีรักใหม่มาเติมเต็ม ก็ควรจักไว้หน้านางบ้าง… มิเช่นนั้นภรรยาเอกจะดูแลจวนได้อย่างไร? จะปกครองบ่าวไพร่อย่างไร?

การทำลายกฎระเบียบเช่นนี้ รังแต่จักส่งเสริมความทะเยอทะยานของอนุ และทำให้หลังบ้านไร้ซึ่งความสงบสุข

คนนอกยังรู้สึกว่านางถูกปฏิบัติอย่างอยุติธรรม ทว่าชุยลิ่งเหยาในฐานะเจ้าของเรื่อง กลับมีสีหน้าเรียบเฉยมิแปรเปลี่ยน

นางพยักหน้าเล็กน้อยและเอ่ยรับคำ

“เป็นหม่อมฉันที่พูดมากไปเอง ด้วยสายสัมพันธ์ระหว่างท่านอ๋องและน้องหญิง ในอนาคตย่อมต้องครองคู่เคียงบ่าเคียงไหล่ เป็นที่เล่าสืบขานต่อไปแน่นอนเพคะ”

หลี่หว่านหรงแย้มยิ้มอย่างงดงาม

“พี่หญิงกล่าวเช่นนี้ด้วยความจริงใจหรือไม่?”

ชุยลิ่งเหยาพยักหน้าอีกครั้ง

“ย่อมเป็นเช่นนั้น”

“ดี!” หลี่หว่านหรงตบมือหัวเราะด้วยความพอใจ

“พี่หญิงช่างมีเมตตาและใจกว้างจริงๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านช่วยดื่มสุรามงคลให้ผู้น้องสักจอกได้หรือไม่”

โดยมิรอให้ชุยลิ่งเหยาตอบรับ… หลี่หว่านหรงในชุดแดงก็เงยหน้ามองไปรอบๆ แล้วระบายยิ้มอ่อนหวาน

“แขกเหรื่อทุกท่านในที่นี้โปรดช่วยเป็นพยาน ขอให้พี่หญิงช่วยให้เกียรติยอมดื่มสุรามงคลจอกนี้ของผู้น้อย เพื่อเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับผู้น้อยเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว”

ความหมายแฝงในคำพูดนั้น...

ก็คือนางปรารถนาจะข้ามขั้นตอนการยกน้ำชาของอนุภรรยาไปนั่นเอง

จบบทที่ บทที่ 1 ต้อนรับพระชายารอง

คัดลอกลิงก์แล้ว