- หน้าแรก
- จ้าวแห่งเวทมนตร์ในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 25: รถไฟสายด่วนฮอกวอตส์
บทที่ 25: รถไฟสายด่วนฮอกวอตส์
บทที่ 25: รถไฟสายด่วนฮอกวอตส์
"ฉันจะต้องตั้งใจเรียนให้ดี"
ไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อมา รถเวทมนตร์ก็มาจอดอยู่ริมถนนหน้าสถานีคิงส์ครอส จอร์จปฏิเสธคำชวนของท็องส์ที่จะเดินเข้าไปส่งเขาข้างใน และเข็นรถเข็นของตัวเองมุ่งหน้าเข้าสู่สถานี
ในใจเขานึกย้อนถึงการเดินทางเมื่อครู่ ที่จริงแล้ว เส้นทางจากร้านหม้อใหญ่รั่วมาถึงสถานีคิงส์ครอสนั้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะเจอรถติดยาวเหยียด
แต่ด้วยเวทมนตร์ระดับสูงที่เสริมไว้กับรถของกระทรวงเวทมนตร์ ปัญหานั้นจึงกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย อัลโดเพียงแค่กดปุ่มเดียว ตัวรถก็หดขนาดลงอย่างน่าอัศจรรย์ ลื่นไหลผ่านช่องว่างระหว่างรถคันอื่น แม้ช่องทางนั้นจะแคบจนคนเดินผ่านไม่ได้
เวทมนตร์ในโลกนี้ช่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคาถาหรือสิ่งของที่ถูกเสริมด้วยเวทมนตร์
จอร์จนึกอย่างมีความหวัง เมื่อเขาเรียนรู้เวทมนตร์จนชำนาญ เขาจะสามารถดัดแปลงสถาบันอัจฉริยะเซเวียร์ให้กลายเป็นปราสาทเวทมนตร์แบบฮอกวอตส์ได้โดยสมบูรณ์ และถ้าเขาไม่อนุญาต คนทั่วไปแทบจะไม่สามารถบุกรุกเข้าไปได้เลย
"ชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่…"
จอร์จมาหยุดหน้ากำแพงกั้นระหว่างชานชาลาที่เก้าและสิบ ก่อนจะเข็นรถเข็นพุ่งตรงเข้าไป
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาช่างน่าอัศจรรย์ เขาและรถเข็นทะลุผ่านกำแพงเหมือนวิ่งผ่านผืนน้ำใส ไม่มีแรงต้านใดๆ เลย
แล้วภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
ชานชาลาที่แปลกตาปรากฏต่อสายตาเขา
สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดคือหัวรถจักรไอน้ำสีแดงเข้มสง่างาม ด้านข้างของรถไฟมีตัวอักษรสีทองเขียนว่า "รถไฟสายด่วนฮอกวอตส์ ออกเดินทางเวลา 11:00 น."
จอร์จจำข้อมูลนี้ได้ เขาเคยอ่านเจอเกี่ยวกับรถไฟเวทมนตร์ขบวนนี้ในหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์เฉพาะทางเล่มหนึ่ง
เขาเข้าใจดีว่าหากต้องการใช้ชีวิตในโลกพ่อมดอย่างราบรื่น และเข้าใจโครงสร้างเวทมนตร์อย่างลึกซึ้ง การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เวทมนตร์ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
เพราะในประวัติศาสตร์เวทมนตร์ มีทั้งเบื้องหลังของคาถาสำคัญ วิธีการใช้งาน และแม้แต่เทคนิคการแก้หรือทำลายคาถาที่ซับซ้อนหลายแบบ
ด้วยเหตุนี้ จอร์จจึงแบ่งเวลาในแต่ละวันไว้อย่างชัดเจนเพื่ออ่านหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์ที่เขาซื้อมาเอง
รถไฟสายด่วนฮอกวอตส์ถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โดยความร่วมมือระหว่างวิศวกรและคนงานรถไฟชาวมักเกิ้ลจำนวนมาก กับพ่อมดแม่มดจากกระทรวงเวทมนตร์ในยุคนั้น
โครงการสร้างเส้นทางรถไฟเวทมนตร์นี้ ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่มีการร่ายคาถาลบความทรงจำและขับไล่มักเกิ้ลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจากโลกมักเกิ้ล
แรงผลักดันหลักเกิดจากรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ในขณะนั้น อ็อตตาไลน์ แกมโบล ซึ่งเห็นว่าการให้พ่อมดแม่มดวัยเยาว์เดินทางไปฮอกวอตส์ด้วยกุญแจนำทางนั้น ทั้งไม่ปลอดภัยและไม่สะดวก อีกทั้งยังมีรายงานว่ามีเด็กบางคนหายตัวไปทุกปีจากการใช้กุญแจนำทางผิดวิธี
แกมโบลได้รับแรงบันดาลใจจากรถไฟไอน้ำของมักเกิ้ล จึงมีคำสั่งให้สร้างรถไฟสายด่วนฮอกวอตส์ขึ้น พร้อมกับเส้นทางรถไฟพิเศษที่พาดผ่านพื้นที่ห่างไกลและเป็นความลับสุดยอด
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ถูกต่อต้านโดยครอบครัวเลือดบริสุทธิ์จำนวนมากโกรธเคืองในความคิดที่จะให้ลูกๆ ของพวกเขาใช้ระบบการขนส่งของมักเกิ้ล ซึ่งพวกเขาอ้างว่ามันไม่ปลอดภัย ไม่สะอาดพอ และเสื่อมเสียเกียรติ
แต่กระทรวงเวทมนตร์จัดการระงับการประท้วงอย่างเด็ดขาด และถึงขั้นออกกฎว่าหากนักเรียนคนใดไม่เดินทางด้วยรถไฟ ก็จะไม่ได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ การคัดค้านจึงเงียบลงไปอย่างรวดเร็ว
รถไฟไอน้ำเวทมนตร์นี้ออกเดินทางจากชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่ของสถานีคิงส์ครอสในลอนดอน ไปยังสถานีฮอกส์มี้ด โดยให้บริการทั้งหมด 6 ครั้งต่อปี ได้แก่ หนึ่งครั้งในวันที่ 1 กันยายนตอนเปิดเทอม สี่ครั้งในช่วงคริสต์มาสและอีสเตอร์ และอีกครั้งในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเดือนมิถุนายน
ในเช้าวันนี้ ควันจากหัวรถจักรไอน้ำลอยคลุ้งอยู่ทั่วชานชาลา จอร์จมาถึงก่อนเวลา บรรยากาศจึงยังเงียบสงบ ไม่มีพ่อมดแม่มดวัยเยาว์หรือผู้ปกครองมากนัก
เขาเข็นรถสัมภาระเข้าไปในตู้โดยสารที่มีป้ายติดว่า ‘ปีหนึ่ง’ แล้วเลือกที่นั่งอย่างสบายใจ วางสัมภาระไว้บนชั้นเหนือหัวอย่างคล่องแคล่ว และวางกรงนกฮูกไว้ในมุมใกล้ตัว
"นอนให้สบายนะ แล้วก็อย่าส่งเสียงจนเด็กคนอื่นตกใจ" จอร์จบอกบอกกับเพจ ก่อนหยิบหนังสือเกี่ยวกับความสำคัญของทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐานขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ
การเดินทางจากลอนดอนไปฮอกวอตส์ใช้เวลาราวห้าถึงหกชั่วโมง และจอร์จไม่ต้องการปล่อยเวลาให้สูญเปล่า
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้โดยสารเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พ่อมดแม่มดวัยหนุ่มสาวและสัตว์เลี้ยงวิเศษหลากหลายสายพันธุ์ ชานชาลานอกหน้าต่างเริ่มคึกคัก และเด็กๆ ก็ทยอยขึ้นรถไฟอย่างต่อเนื่อง
"ว้าว! นี่สัตว์เลี้ยงของนายเหรอ? นกฮูกตัวใหญ่มากเลย" เด็กชายคนหนึ่งที่คล้องกล้องวิเศษไว้ที่คอเดินผ่านหน้าห้องโดยสารของจอร์จ ก่อนจะหยุดและเดินเข้ามาอย่างสนใจ เมื่อนกฮูกยักษ์ของจอร์จดึงดูดสายตา
เขาวางรถเข็นเล็กๆ ไว้ที่มุมห้อง หยิบกล้องวิเศษขึ้นมาถ่ายรูปนกฮูกอย่างตื่นเต้นอยู่สองสามรูป แล้วจึงหันมายิ้มแนะนำตัวกับจอร์จ "สวัสดี ฉันชื่อคอลิน ครีฟวีย์นะ"
"เรียกฉันว่าจอร์จก็ได้" จอร์จเงยหน้าจากหนังสือ พยักหน้าและยิ้มตอบกลับ
ชื่อของเด็กคนนี้ฟังดูคุ้นหูจัง... ดูเหมือนจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่มักจะถ่ายรูปเขาตลอดเวลา
"จอร์จ..." คอลินเป็นเด็กที่ร่าเริงและพูดเก่งมาก เขานั่งลงข้างๆ จอร์จราวกับรู้จักกันมานาน แล้วก็เริ่มพูดคุยพล่ามไปเรื่อย
จอร์จไม่มีทางเลือกนอกจากต้องวางหนังสือเวทมนตร์ลง และคุยกับเขา
จากบทสนทนา จอร์จได้รู้ว่าคอลินมาจากครอบครัวมักเกิ้ล และมีน้องชายชื่อเดนนิส ครีฟวีย์ เขาหลงใหลในการถ่ายภาพ จนยอมใช้เงินที่ตั้งใจจะซื้อสัตว์เลี้ยงไปซื้อมันมาแทนทันทีที่เห็นกล้องวิเศษในตรอกไดแอกอน
ไอดอลที่เขาชื่นชมที่สุดก็คือแฮร์รี่ พอตเตอร์ พ่อมดหนุ่มที่ถูกพูดถึงในหนังสือ "ประวัติศาสตร์เวทมนตร์สมัยใหม่", "การขึ้นและล่มสลายของศาสตร์มืด" และ "เหตุการณ์เวทมนตร์สำคัญของศตวรรษที่ยี่สิบ"
ทั้งที่มีอายุมากกว่าเขาแค่ปีเดียว แต่กลับสามารถเอาชนะโวลเดอมอร์ จอมมารผู้เคยทำให้โลกเวทมนตร์ต้องหวาดกลัวได้
"ว่าแต่นายล่ะ จอร์จ ฉันพูดซะเยอะ แต่นายยังไม่เล่าอะไรเกี่ยวกับตัวเองเลยนี่นา?" หลังจากพูดจ้ออยู่พักใหญ่ คอลินก็รู้ตัวว่าเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเด็กชายตรงหน้าตัวเองเลย
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บทสนทนาวนเวียนแต่เรื่องเดิม จอร์จจึงยิ้มแล้วพูดตรงๆ "ฉันเป็นเด็กกำพร้า ไม่เคยรู้จักพ่อแม่ และก็ไม่มีครอบครัว เพราะงั้นเลยไม่มีอะไรจะแนะนำหรอก"
คอลินถึงกับชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกใจและเห็นอกเห็นใจอย่างชัดเจน เขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที "เอ่อ… นกฮูกของนายตัวใหญ่มากเลยนะ ปกติมันกินอะไรเหรอ?"
"นกฮูกอินทรียูเรเซียพบได้ทั่วไปในยูเรเซียกับแอฟริกา มันอาศัยตามป่าภูเขา ที่ราบ ทุ่งโล่ง พุ่มไม้ขอบป่า หรือแม้แต่หน้าผาในเขตสูง มักล่าเหยื่ออย่างหนูนา กระต่ายป่า สัตว์ปีก และบางครั้งก็กินกบ งู หรือจิ้งจกด้วย"
"มีข้อมูลว่ามันเป็นหนึ่งในไม่กี่สายพันธุ์ของนกฮูกที่สามารถทนต่อการจ้องตาของบาซิลิสก์ได้โดยไม่หวาดกลัว อีกชนิดที่ทำได้คือนกฟีนิกซ์"
มีเสียงดังขึ้นหน้าประตูห้อง ทั้งจอร์จและคอลินหันไปมอง
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ตัวเล็ก ผิวขาวซีด มีผมสีบลอนด์ และดวงตาสีเงินกลมโต แต่แววตาของเธอดูล่องลอย ไม่โฟกัสกับสิ่งใดเลย บรรยากาศรอบตัวเธอทำให้รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
"เรื่องที่นกฮูกอินทรียูเรเซียทนต่อการจ้องตาของบาซิลิสก์ได้ ฉันไม่เคยเห็นในหนังสือเลยนะ" เด็กหญิงพูด น้ำเสียงสอดแทรกความสงสัยอย่างชัดเจน
จอร์จมองเธออย่างประหลาดใจ
เพราะเขาเองก็เคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับนกฮูกอินทรียูเรเซียอย่างละเอียดก่อนจะซื้อมันมา และสิ่งที่เด็กหญิงพูดนั้น เขาเคยอ่านเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงประโยคสุดท้าย
แต่ประโยคสุดท้ายนี่แหละ สำคัญที่สุด
โดยเฉพาะเพราะปีนี้ที่ฮอกวอตส์ จะมีบาซิลิสก์ตัวเป็นๆ แถมยังเป็นตัวที่มีอายุกว่าพันปีด้วย
จอร์จรู้ทันทีว่าเขาต้องตรวจสอบข้อมูลข้อนี้อย่างระมัดระวัง
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]