- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรถก๊อปปี้ สู่เจ้าแห่งอุตสาหกรรม
- บทที่ 45 - ปักหลักที่จือปั๋ว แผนสร้างโรงงานใหม่
บทที่ 45 - ปักหลักที่จือปั๋ว แผนสร้างโรงงานใหม่
บทที่ 45 - ปักหลักที่จือปั๋ว แผนสร้างโรงงานใหม่
พอลองคิดดูดีๆ
สวี่อี้ก็เข้าใจปัญหาทะลุปรุโปร่ง
ใช่แล้ว
สิ่งที่เรียกว่าบริษัทรถยนต์กั๋วจิน ในทางนิตินัยยังไม่ได้ก่อตั้งขึ้นด้วยซ้ำ
ส่วนเครือกั๋วจินที่เป็นร่างต้น ก็เป็นแค่กองขยะที่เต็มไปด้วยหนี้เสียและพฤติกรรมหลอกเอาใบอนุญาต!
สรุปง่ายๆ เครือกั๋วจินเป็นแค่เปลือก ส่วนคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริงๆ คือรัฐบาลท้องถิ่นและกลุ่มทุนซิตี้อินเวสเมนต์ (City Investment Group)
เพราะการอนุมัติใบอนุญาตผลิตรถยนต์ ต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) และการตรวจสอบจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ในขั้นตอนสุดท้าย ยังต้องมีคณะผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน
ตรวจสอบอะไร?
ก็พวกกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ความสามารถในการวิจัย และขนาดของบริษัท
พูดภาษาชาวบ้านคือ ดูว่าเอ็งมีน้ำยาจริงหรือเปล่า
และเครือกั๋วจินก็ติดแหง็กอยู่ตรงนี้ ไม่ผ่านการอนุมัติ
คณะผู้เชี่ยวชาญเขาไม่ได้กินหญ้า แค่ปรับปรุงโรงงานนิดหน่อย ซื้อเครื่องจักรมาตั้งโชว์ ไม่มีทางตบตาพวกเขาได้
เพราะนโยบายปัจจุบันมันมีความกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
การจะขอใบอนุญาตผลิตและจำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่ ต้องมีเงื่อนไขจำเป็นสองข้อ
ข้อแรก: ต้องตั้งอยู่ใน "มณฑลที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูง และมีศักยภาพด้านซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง"
ข้อสอง: บริษัทต้องมีหลักฐานแสดงถึง "ความสามารถในการผลิตจริง"
มณฑลซานตงผ่านข้อแรกฉลุย ทั้งอุตสาหกรรมและซัพพลายเชนพร้อมซัพพอร์ตโรงงานรถยนต์ขนาดใหญ่ได้สบาย
แต่ในส่วนของ "รถยนต์นั่งส่วนบุคคลพลังงานใหม่" กลับยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่า
พอมาถึงข้อสองนี่แหละที่น่าอึดอัด
เพราะการจะผ่านข้อนี้ คุณต้องพิสูจน์ก่อนว่ามี "ความสามารถในการผลิตจริง" ซึ่งไม่ใช่แค่คุยโม้
แต่ต้องควักเงินสร้างโรงงานจริงๆ ต้องมีกำลังผลิตระดับแสนคันต่อปี หรือต่อให้สร้างผักชีโรยหน้า อย่างต่ำก็ต้องมีกำลังผลิตจริงห้าหมื่นคันขึ้นไป
พวกประเภท "เครือกั๋วจิน" ที่ใช้บริษัทเปลือกขอใบอนุญาต สร้างรถมาโชว์ไม่กี่คันแล้วหวังจะผ่าน
ฝันหวานเกินไป ขอแค่ได้ใบอนุญาตมา ก็เอาไปใช้ระดมทุนเข้าตลาดหุ้นได้ อย่างน้อยก็มีเงินเข้ากระเป๋าหลายพันล้าน
แย่ที่สุด ก็มัดรวมใบอนุญาตขายต่อ มีค่ายรถ EV น้องใหม่มากมายพร้อมควักเงินพันกว่าล้านมารับเซ้งต่อ
แต่สำหรับพวกจับเสือมือเปล่าแบบนี้ รัฐบาลท้องถิ่นย่อมไม่อยากเททรัพยากรให้ เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
ส่วนทำไมภายหลังรถยนต์กั๋วจินถึงขอใบอนุญาตผ่าน?
เหตุผลคงหนีไม่พ้น หลังจากหนี้ระเบิดและปรับโครงสร้างหนี้ กลุ่มทุนซิตี้อินเวสเมนต์ตัดสินใจกระโดดลงมาเล่นเอง บวกกับการรวมทุนจากหลายฝ่าย กองขยะนี้เลยมีคนมารับช่วงต่อ
เปลี่ยนโรงงานเปลือกให้เป็นการสร้างจริงจัง ทำเป็นเมกะโปรเจกต์
อัดฉีดเงินเพิ่มเข้าไปอีกเกือบสองพันล้านหยวน สร้างโรงงานตามมาตรฐานอุตสาหกรรม 4.0 แล้วให้รัฐบาลท้องถิ่นช่วยดัน ดำเนินการตามระเบียบเป๊ะๆ สุดท้ายถึงคว้าใบอนุญาตผลิตรถอิสระมาได้
แน่นอน
ใบอนุญาตฝากเลี้ยงของส่านซีทงเจียมีบทบาทสำคัญมาก ถ้าไม่มีใบอนุญาตนี้ รถที่กั๋วจินผลิตหลังปรับโครงสร้างก็ขายไม่ได้
ที่สำคัญคือการอาศัยใบอนุญาตนี้ ผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลออกมาวางขายจริง และทำผลงานได้น่าประทับใจระดับหนึ่ง พิสูจน์ให้เห็นว่ามีศักยภาพน่าลงทุน
เท่ากับว่ายืมคันธนูมาก่อน แล้วค่อยใช้สูตร "ยิงธนูไปก่อน ค่อยวาดเป้าทีหลัง"
ระยะเวลาขอใบอนุญาตดูเหมือนเร็ว แค่ไม่กี่เดือน แทบจะเป็นสถิติโลก
แต่ถ้านับตั้งแต่ตอนเครือกั๋วจินเริ่มกว้านซื้อหุ้นส่านซีทงเจีย เส้นทางสู่ "ใบอนุญาตผลิตรถอิสระ" จริงๆ แล้วกินเวลาหลายปี
"แสดงว่า ตอนนี้เครือกั๋วจินยังไม่มีใบอนุญาตอิสระ แต่โรงงานเปลือกและสายการผลิตดัดแปลงรถโดยสารที่พวกเขามี สามารถใช้ชื่อสาขาของส่านซีทงเจีย เพื่อสวมสิทธิ์ใบอนุญาตผลิตรถขายได้..."
สวี่อี้ครุ่นคิด สถานการณ์นี้แย่กว่าที่เขาคาดไว้นิดหน่อย
แต่พอลองตรองดู มันสมเหตุสมผลมาก
ไม่มีของฟรีในโลก ถ้าเครือกั๋วจินทำถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว และมั่นใจเต็มร้อย ต่อให้หนี้ท่วมหัวก็คงไม่ยอมขายหุ้นและทรัพย์สินทิ้งง่ายๆ
ฟางจื่อเฉียงพยักหน้ารัวๆ "ใช่ครับบอสสวี่ จากการประเมินทรัพย์สิน ตอนนี้สินทรัพย์ของเครือกั๋วจินด้อยค่าลงมาก รวมกับสายการผลิตดัดแปลงรถนั่น มูลค่ารวมไม่ถึง 300 ล้านหยวน บวกกับหนี้เสียกองโตและสิทธิบัตรเหมืองที่แทบไม่ทำเงิน คนที่อยากจะมารับช่วงต่อมีน้อยมาก"
สรุปสั้นๆ คือ ไม่คุ้ม
คนที่มีศักยภาพก็มองข้าม ส่วนคนที่อยากทำรถแล้วต้องพึ่งใบอนุญาตสวมสิทธิ์ ก็มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่า
"เดี๋ยวนะ... เมื่อกี้คุณบอกว่าพวกเขามีสิทธิในการสำรวจแร่เกลือทะเลสาบด้วยเหรอ?" สวี่อี้ถามขึ้นมาทันควัน
"ใช่ครับ แต่ใบรับรองสิทธิการสำรวจอยู่ที่ทะเลสาบเกลือในชิงไห่ตอนนี้ราคาลิเธียมคาร์บอนเนต อยู่ที่ตันละห้าหมื่นหยวน ในเมื่อยังสำรวจไม่เจอสินแร่ลิเธียม ใบรับรองนี้ต่อให้เปลี่ยนเป็นสิทธิการทำเหมือง ก็คงไม่คุ้มทุนเชิงพาณิชย์ เป็นสินทรัพย์ติดลบชัดๆ ครับ" ฟางจื่อเฉียงส่ายหัว
ตามสถานการณ์ปัจจุบันของเครือกั๋วจิน อะไรที่มีค่าถูกตีราคาออกมาหมดแล้ว ตลาดทุนไม่มีทางปล่อยโอกาสทำเงินให้หลุดมือ
แต่สวี่อี้ฟังแล้ว หัวใจกลับเต้นรัว!
สถานการณ์ตอนนี้ แม้จะไม่มีใบอนุญาตอิสระ แต่เครือกั๋วจินมีโรงงานสายการผลิตพร้อมใช้ ใบอนุญาตสวมสิทธิ์ และสิทธิสำรวจแร่เกลือทะเลสาบ
ตอนนี้ดูเหมือนขยะ
แต่อีกสองสามปีข้างหน้า เมื่ออุตสาหกรรมพลังงานใหม่บูม ราคาคาร์บอนเนตลิเธียมในตลาดโลกจะพุ่งกระฉูด สิทธิสำรวจแร่เกลือนี้จะมีค่ามหาศาล
ถึงตอนนั้น ทะเลสาบเกลือที่ไม่ทำกำไร จะถูกระดมทุนขุดเจาะมหาศาล ดันราคาวัตถุดิบแบตเตอรี่ลิเธียมขึ้นไปแตะขอบฟ้า
ต้องรู้ไว้ว่า รถยนต์พลังงานใหม่ ชิ้นส่วนที่แพงที่สุดคือแบตเตอรี่ ราคาวัตถุดิบพุ่ง ค่ายรถ EV ที่อุตส่าห์รอดตายมาได้ ยังไม่ทันทำกำไร ก็ต้องมาทำงานใช้หนี้ค่าวัตถุดิบลิเธียมที่แพงหูฉี่กันหมด
ยังมีอีกจุดสำคัญ
ณ เวลาปัจจุบัน เขาสามารถใช้ประโยชน์จากใบอนุญาตสวมสิทธิ์และสายการผลิตที่มีอยู่ของเครือกั๋วจินได้
นี่หมายความว่าจะช่วยย่อนะยะเวลาวิจัยรถรุ่นใหม่ได้มหาศาล เพราะการจะลงทุนสร้างโรงงาน 4.0 จากศูนย์ ไม่ใช่แค่ใช้เงินเยอะ แต่ต้องใช้เวลาเร็วสุดก็ครึ่งปีถึงหนึ่งปี
ส่วนเรื่องใบอนุญาตผลิตรถ
ดูจากทรงแล้ว เขาคงต้องเดินตามรอยเส้นทางของรถยนต์กั๋วจินในอนาคต ถ้าแสดงศักยภาพและยอดขายให้เห็นมากพอ ใช้สูตร "ยิงก่อนวาดเป้า" ถึงตอนนั้นการยื่นขอ "ใบอนุญาตผลิตรถคู่อิสระ" ใบเดียวของมณฑลซานตง คงเป็นเรื่องที่ลื่นไหลตามน้ำ
และเมื่อมีใบอนุญาตสวมสิทธิ์ กับสายการผลิตที่สองที่พร้อมใช้งาน รถยนต์รุ่นใหม่ที่สามารถจดทะเบียนวิ่งบนถนนได้จริงคันแรกของพวกเขา ก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
สวี่อี้ไตร่ตรองอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยปาก
"ติดต่อเครือกั๋วจิน หาทางเข้าซื้อกิจการทั้งหมด ให้ที่นั่นเป็นฐานการผลิตแห่งที่สองของบริษัทเรา"
"บอสสวี่ หมายความว่า ไม่ใช่แค่จะซื้อเครือกั๋วจิน แต่จะไปสร้างโรงงานใหม่ที่นั่นด้วยเหรอครับ?!" ฟางจื่อเฉียงตกใจ
แผนการสร้างโรงงานใหม่ เป็นข้อมูลเปิดเผยในหมู่ผู้บริหารระดับสูงอยู่แล้ว
เหตุผลง่ายๆ
ด้วยยอดขายทะลุสี่หมื่นคัน กำลังการผลิตของโรงงานเฟสหนึ่งและสองรวมกัน มันไม่พอแล้วจริงๆ
ที่ดินมีจำกัด ขยายเครื่องจักรและคนเพิ่มไม่ได้แล้ว
กำลังการผลิตสูงสุดจริงๆ อยู่ที่เดือนละสามหมื่นห้าพันคัน นี่ขนาดใช้พลังเงินอัดฉีดโบนัสให้พนักงานทำโอทีระเบิดพลังผลิตแล้วนะ
ยอดขายสี่หมื่นคัน เป็นผลบุญจากการตุนสต็อกล่วงหน้า ถึงจะถูไถมาได้
ในฐานะโรงงานรถยนต์สเกลเล็ก ที่ไม่มีเครื่องจักรอัตโนมัติขั้นสูง
เรียกได้ว่า "หมดก๊อก" แล้วจริงๆ
จะรักษายอดขายระดับนี้ กำลังผลิตตามไม่ทันแน่นอน
ดังนั้นการสร้างโรงงานใหม่จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน
"ถูกต้อง รีบจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ราคาไม่ต้องกดต่ำมาก เอาความเร็วเป็นหลัก ผมเชื่อว่าราคานี้พวกเขาไม่ปฏิเสธหรอก" สวี่อี้พยักหน้า
ต่อให้ไม่มีโอกาสเรื่องเครือกั๋วจิน เขาก็คิดจะไปตั้งโรงงานใหม่ที่ซานตงอยู่แล้ว
เหตุผลคือ
หนึ่ง ย้ายสายการผลิตบางส่วนไปที่นั่น ขยายกำลังการผลิต
สอง ที่นั่นเป็นดงโรงงานรถขวัญใจผู้เฒ่า ต้นทุนซัพพลายเชนจะถูกกว่าที่นี่ แถมยังได้เงินอุดหนุนตามนโยบาย ช่วยลดต้นทุนลงไปอีก เงื่อนไขพวกนี้ที่หลูโจวไม่มีให้
ไหนๆ ก็บุกตีตลาดถึงถิ่นเขาแล้ว ถึงเวลาต้องกลมกลืนไปกับพวกเขาให้สิ้นซาก!!
...
(จบแล้ว)