เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 มองท้องฟ้าจากก้นบ่อ

บทที่ 51 มองท้องฟ้าจากก้นบ่อ

บทที่ 51 มองท้องฟ้าจากก้นบ่อ


“ชนะการประลองระดับสำนัก เป็นอันดับหนึ่งงั้นหรือ” แววตาหยางเสี่ยวเทียนหรี่ลงขณะพึมพำเชิงสงสัย

หูซิงหมุนตัวกลับมาประจัญหน้ากับเขา และกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

“ใช่ หากเจ้าสามารถเป็นที่หนึ่งในการประลองระดับสำนักได้ นั่นหมายถึงเจ้าต้องสามารถเอาชนะข้าก่อน”

จากนั้นเขาก็หัวเราะเสียงดังลั่น “ฮ่าๆๆ แต่น้ำหน้าอย่างเจ้าจะสามารถเป็นที่หนึ่งในการประลองระดับสำนักได้งั้นหรือ ฮ่าๆๆ”

“ชาตินี้เจ้าคงหมดหวังแล้วกระมัง แต่ชาติหน้า อาจมีโอกาสก็เป็นได้ ฮ่าๆๆ”

หลังได้กล่าวออกมาอย่างสาแก่ใจ รอยยิ้มมุมปากก็พลางยกขึ้นพร้อมเตรียมหันตัวเดินจากไปด้วยไม่คิดแยแส

“อีกสองปี ข้าจะเอาชนะเจ้า!” หยางเสี่ยวเทียนมองตามหลังของหูซิงขณะลั่นวาจาสีหน้าเคร่งขรึมอย่างหาได้เกรงกลัวไม่

หูซิงผู้กำลังก้าวเท้าเดินไปก็พลันชะงักหยุด ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะสนั่นทันที รวมทั้งเฉินหงศิษย์เฝ้าประตู ก็พลางขบขันตัวโยนจนฟันแทบหลุดจากปาก กับวาจาห้าวหาญไม่ทะนงตนของเขา

“น้ำหน้าอย่างเจ้าน่ะหรือ จะเอาชนะข้าในอีกสองปี” หูซิงเพียงหันเหลือบมองหยางเสี่ยวเทียนราวกับกำลังมองตัวตลกคนหนึ่ง

“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าศิษย์พี่หูอยู่ในขั้นพลังใด” เฉินหงยิ้มเย้ยหยันแก่หยางเสี่ยวเทียนผู้ไม่เจียมกะลาหัว

เป็นเพียงศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนัก กลับกล้าป่าวประกาศโอ้อวดอยากจะเอาชนะหูซิงในอีกสองปีข้างหน้า

เจ้าเด็กนี่บ้าจริงๆ หรือสมองมันพิกลกันแน่!

หากไม่คิดเช่นนั้น เฉินหงก็ไม่รู้แล้วว่าเจ้าเด็กนี่กล้ากล่าววาจาสามหาวออกมาได้อย่างไร

หูซิงเหยียดยิ้มและกล่าวว่า “หยางเสี่ยวเทียน เจ้าควรเอาเวลาไปขบคิดเรื่องตัวเองดีกว่า ว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้าจะอยู่ในสำนักต่อได้หรือไม่”

ภายในหนึ่งปี ไม่รู้ว่าหยางเสี่ยวเทียนจะสามารถเลื่อนระดับวิญญาณยุทธ์เข้าสู่ระดับเจ็ด แล้วได้อยู่ในสำนักเสินเจี้ยนต่อหรือต้องถูกไสหัวไปกันแน่ ใยยังกล้าทำตัวอวดดีเช่นนี้อีก

พอหูซิงกล่าวจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่แยแสต่อสิ่งใด ราวกับหยางเสี่ยวเทียนไม่มีตัวตน

เมื่อมองยังหูซิงผู้กำลังเดินพ้นสายตาไป หยางเสี่ยวเทียนก็ยังคงมีท่าทีสงบ ไม่ได้หวาดกลัวกับคำพูดใดๆ ของหูซิงเลยแม้แต่นิด

เพราะเขาเข้าใจความแข็งแกร่งของหูซิงที่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันยุทธ์ได้เมื่อสองปีก่อนเป็นอย่างดี

และตอนนี้ คงอยู่ในระดับสองหรือสามของขั้นราชันยุทธ์แล้ว

แต่ด้วยความเร็วในการบำเพ็ญของหยางเสี่ยวเทียน แม้นเขาจะไม่ใช้โอสถวิญญาณสี่ประการก็ยังสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันยุทธ์ได้ภายในหนึ่งปีแน่นอน

ทั้งเขายังฝึกฝนเคล็ดวิชามังกรแรกเริ่มซึ่งมีปราณแท้ของมังกรอีก ตราบใดที่เขาสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันยุทธ์ได้ ก็สามารถเอาชนะหูซิงได้เช่นกัน

ดังนั้น เขาจะใช้เวลาเพียงสองปีในการเอาชนะหูซิง และขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของสำนักเสินเจี้ยน

คำป่าวประกาศของหยางเสี่ยวเทียนที่จะเอาชนะหูซิงในอีกสองปี ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งสำนักเสินเจี้ยน

จนทั้งสำนักเสินเจี้ยนตอนนี้ ตกอยู่ในความแตกตื่นกับข่าวลือที่ว่า

“หยางเสี่ยวเทียนโพนทะนาจะเอาชนะศิษย์พี่หูซิงในอีกสองปีข้างหน้าจริงน่ะหรือ” หลังได้ยินสิ่งนี้ เฉิงเป้ยเป้ยก็อดยิ้มไม่ได้

นางหันไปกล่าวกับหยางจงว่า “ลูกพี่ลูกน้องของเจ้าคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ”

หยางจงหน้าแดงด้วยอับอาย แล้วยกมือขึ้นแตะหน้าผากพร้อมส่ายศรีษะ “ตระกูลหยางของเราขายหน้าหมดแล้ว หยางเสี่ยวเทียนเจ้าทำอะไรลงไป”

เมื่อข่าวของหยางเสี่ยวเทียนผู้ประกาศตนจะเอาชนะหูซิงในอีกสองปี ถูกแพร่กระจายออกไป ทำให้หยางจงและหยางเสี่ยวเทียนกลายเป็นตัวตลกของสำนักทันที

หยางจงอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ เพราะไม่ว่าเขาจะเดินไปแห่งหนใด ก็ล้วนถูกหัวเราะเยาะทั้งนั้น

เมื่อหลินหยงได้ข่าวของหยางเสี่ยวเทียนที่ประกาศจะเอาชนะหูซิงในอีกสองปี เขาก็ยิ้มเยาะ “มองท้องฟ้าจากก้นบ่อ(กบในกะลา) ช่างไม่รู้จักประมาณตน!”

หยางเสี่ยวเทียนที่เพิ่งมาถึงสำนักเสินเจี้ยนเมื่อวาน

วันนี้ กลับโพนทะนาประจานตนเองว่าจะเอาชนะศิษย์เขาในอีกสองปีข้างหน้า หากให้อยู่ต่อไป อีกหน่อย จะมิโอหังจนกล้าประกาศเอาชนะเขาในฐานะเจ้าสำนักหรอกหรือ

ที่สุด หลินหยงก็ไม่มีความประทับใจที่ดีต่อหยางเสี่ยวเทียนเหลือเลยแม้แต่น้อย

เขากล่าวกับเฉินหยวนที่ยืนอยู่ข้างๆ “ข้าอยากเห็นนัก ว่าเขาจะเอาชนะลูกศิษย์ของข้าในสองปีได้อย่างไร”

เฉินหยวนที่ได้ยินดังนั้นจนรู้สึกเขินอายเผยปากพูดอันใดไม่ออก

จากนั้นไม่นาน เฉินหยวนก็มาถึงประตูสำนักเพื่อรับหยางเสี่ยวเทียนที่เข้าไม่ได้เพราะไม่มีเครื่องแบบ เมื่อมองยังหยางเสี่ยวเทียน เฉินหยวนก็ร้อนใจในสิ่งที่ได้ยินมาจึงเร่งถามเขา

“เสี่ยวเทียน ที่เจ้าประกาศจะเอาชนะหูซิงในอีกสองปีข้างหน้า เป็นความจริงงั้นรึ”

เขาสงสัยว่าอาจมีคนจงใจแกล้งหยางเสี่ยวเทียน แล้วเผยแพร่ข่าวลือนี้หรือไม่

“จริงขอรับ” หยางเสี่ยวเทียนพยักหน้าขณะเดินตามเขา

เฉินหยวนสำลักน้ำลายทันทีที่ได้ยินดังนั้น

ณ ตอนนี้ มันสายเกินกว่าที่เขาจะแก้ไขอะไรได้แล้ว จึงทำได้เพียงแนะนำให้หยางเสี่ยวเทียนฝึกฝนตนเองอย่างหนักเท่านั้น หลังจากแนะนำจบเขาก็หันหลังจากไป

หยางเสี่ยวเทียนมองยังเฉินหยวนที่กำลังหายลับตาไป โดยไม่เอ่ยวาจาใดออกมา

ระหว่างที่หยางเสี่ยวเทียนเดินผ่านเรือนพักของเกาลู่ เขาก็นึกสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ จึงเดินดุ่มเข้าไปขออาภรณ์ของสำนักจากเขาทันที

จบบทที่ บทที่ 51 มองท้องฟ้าจากก้นบ่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว