- หน้าแรก
- เทพกระบี่ไร้เทียมทาน
- บทที่ 52 วิญญาณยุทธ์วาฬมหาสมุทร
บทที่ 52 วิญญาณยุทธ์วาฬมหาสมุทร
บทที่ 52 วิญญาณยุทธ์วาฬมหาสมุทร
เมื่อเกาลู่เห็นหยางเสี่ยวเทียน เขาก็แสดงสีหน้าเกลียดชังพลันกล่าวอย่างไม่ใยดี “ไม่มี ต้องรออีกสองสามวันอาภรณ์ของสำนักถึงจะทำเสร็จ ในระหว่างนี้อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”
“เช่นนั้นข้าไปขอกับรองเจ้าสำนักเฉินหยวนก็ได้” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวแทรกออกมาพร้อมเหยียดยิ้มพราย
ใช้เวลาในการทำสองสามวันงั้นหรือ
คำเหล่านี้มันเอาไว้หลอกเด็กทั่วไปเท่านั้นแหละ มันมิอาจใช้หลอกคนอย่างเขาได้หรอก
เหตุใดสำนักเสินเจี้ยนที่ยิ่งใหญ่ จะไม่มีอาภรณ์สำรองไว้ให้ศิษย์ใหม่กัน มันจะเป็นไปได้อย่างไรหากเขาไม่คิดอคติ
เกาลู่จ้องด้วยสายตาอาฆาตทันทีที่ได้ยินว่าหยางเสี่ยวเทียนจะไปขอมันกับเฉินหยวนเอง แต่สุดท้าย เขาก็ต้องห่อเหี่ยวลงและยอมมอบอาภรณ์ของสำนักให้กับหยางเสี่ยวเทียนแต่โดยดี
อีกทั้งหยางเสี่ยวเทียนยังได้รับคัมภีร์ของสำนักหลายเล่ม ที่ใช้ในการเรียนของภาคการศึกษานี้
แต่ก่อนที่หยางเสี่ยวเทียนจะจากไป เกาลู่ก็เอ่ยขึ้นราวอยากชี้แนะ “หยางเสี่ยวเทียน เจ้ารู้หรือไม่ว่าหูซิงมีวิญญาณยุทธ์อะไร เจ้าจะเอาชนะเขาในอีกสองปีข้างหน้ามิใช่หรือ”
“วิญญาณยุทธ์เขาคือวาฬมหาสมุทร!”
“แล้วเจ้ารู้จักความน่ากลัวของวาฬมหาสมุทรหรือไม่”
วาฬมหาสมุทรเป็นวิญญาณยุทธ์ระดับสิบ แต่มีอันดับสูงกว่าวิญญาณยุทธ์ชิงหลวนของหยางจง ซึ่งเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงก็มิแปลก
“ข้ารู้” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวด้วยท่าทางนิ่งเฉย
เกาลู่แทบอยากอาเจียนเป็นเลือดเมื่อเห็นท่าทีแลสีหน้าสงบของเขา
วิญญาณยุทธ์ที่แข็งแกร่งอย่างวาฬมหาสมุทร มันสามารถเอาชนะวิญญาณยุทธ์ที่อยู่ในระดับเดียวกันได้ทั้งหมด
แต่หยางเสี่ยวเทียนซึ่งมีเพียงวิญญาณยุทธ์ระดับสองกลับกล้าท้าทาย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าวิญญาณยุทธ์ของอีกฝ่ายคือวาฬมหาสมุทร!
“หากข้าเอาชนะหูซิงได้ภายในสองปีจริงๆ ท่านจะว่าอย่างไร” หยางเสี่ยวเทียนหันกลับมาถามขณะเหยียดริมฝีปากยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์
เกาลู่ตอบกลับด้วยความโกรธทันที “หากเจ้าเอาชนะหูซิงได้จริงๆ ข้าจะเรียกเจ้าว่าบรรพบุรุษ!”
หยางเสี่ยวเทียนแสยะยิ้มทันควันดุจมั่นใจแล้วกล่าวว่า “ได้ เช่นนั้นข้าจะรอฟัง”
หลังกล่าวจบ เขาก็หยิบอาภรณ์ของสำนักพร้อมกับคัมภีร์ต่างๆ เดินมุ่งหน้าออกไปทันที
เกาลู่มองท่าทางที่มุ่งมั่นของหยางเสี่ยวเทียนด้วยความเกลียดชัง เขาแทบอยากสาปส่งให้เด็กโง่เง่าคนนี้ตายต่อหน้าเสียด้วยซ้ำ
เมื่อหยางเสี่ยวเทียนกลับมาถึงเรือนพักศิษย์ เขาก็ย้ายไปอยู่ห้องใหม่ที่ดีกว่า
หลังย้ายสัมภาระไปยังห้องใหม่แล้ว เขาก็หยิบสมุนไพรที่เขาซื้อวันนี้ออกมาและตระเตรียมเตาหลอมให้เสร็จสรรพ
การหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ต้องใช้สมุนไพรหกสิบหรือเจ็ดสิบชนิด และขั้นตอนในการหลอมนั้นง่ายกว่าการหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการมาก
หลังจากศึกษาคัมภีร์หลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ที่ถูกทิ้งไว้ในถ้ำอย่างละเอียด เขาก็เริ่มหลอมมันทันที
ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม โอสถวิญญาณหลงหู่ก็ถูกหลอมขึ้นอย่างสมบูรณ์
แต่เขายังไม่หยุดเพียงเท่านั้น หยางเสี่ยวเทียนยังคงหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ต่อไปเรื่อยๆ จนร่างเขาเมื่อยล้าและรู้สึกไม่ไหว
จากนั้น จึงไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงหยกเย็นแล้วบ่มเพาะปราณมังกรแรกเริ่ม เพื่อฟื้นฟูพลังยุทธ
เมื่อเวลาผ่านไปสักพักจนปราณแท้ของตนฟื้นคืน เขาก็พลันลุกออกจากเตียงแล้วกลับไปหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ต่อ
สมุนไพรจำนวนมากที่เขาซื้อในครั้งนี้ มันสามารถหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ได้สิบเม็ด
หลังจากหยางเสี่ยวเทียนหลอมสมุนไพรทั้งหมดแล้ว โอสถวิญญาณหลงหู่สีแดงฉาน ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนก็ปรากฎอยู่เบื้องหน้าครบทั้งสิบเม็ด
ขณะมองดูโอสถวิญญาณหลงหู่ทั้งสิบเม็ดที่ตนเพิ่งหลอมเสร็จ หยางเสี่ยวเทียนก็สุขสมเต็มไปด้วยความพึงพอใจบนใบหน้าทันที
แม้นโอสถวิญญาณหลงหู่ทั้งสิบเม็ดนี้จะมิใช่ระดับสวรรค์ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับสูงสุดทั้งหมด
ซึ่งโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับสูงสุดหนึ่งเม็ด สามารถขายได้ราคาอย่างน้อยหนึ่งหมื่นหนึ่งพันเหรียญทอง
สิบเม็ดก็เท่ากับหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเหรียญทอง
หากรวมกับเงินที่เขามีก่อนหน้านี้ มันก็เพียงพอจะซื้อเรือนดีๆ สักหลัง ใกล้ๆ กับสำนักเสินเจี้ยน
เมื่อเห็นว่าแสงจับต้องขอบนภาใกล้เพลารุ่งสาง เขาจึงนั่งอยู่บนเตียงหยกเย็นต่อพักหนึ่ง กระทั่งแสงอรุณเริ่มสัมผัสกับใบหน้า
จากนั้นถึงสวมอาภรณ์ของสำนักและเดินไปที่หอแห่งการศึกษา
วันนี้ เป็นวันแรกที่เขาเข้าเรียน หลังสิ้นสุดวันหยุดพักผ่อน
ไม่นาน เขาก็มาถึงห้องสี่ของศิษย์ชั้นปีที่หนึ่ง ครั้นที่ผลักประตูเข้าไป หยางเสี่ยวเที่ยนก็ได้พบพานกับความตระการตา
ห้องเรียนมีขนาดกว้างมาก อีกทั้งยังมีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ตรงกลาง ซึ่งน่าจะเป็นลานฝึก บนพื้นลานฝึกถูกปูด้วยหินสีขาวที่มีทั้งความหนาและแข็งแรง
หลังหยางเสี่ยวเทียนเข้ามานั่งลงได้ไม่นาน เฉินปิงเหยาก็เพิ่งเดินมาถึงด้วยเช่นกัน
ดั่งคำโบราณที่ว่า เมื่อศัตรูพบหน้า ความอิจฉาจะมากขึ้น หรือก็คือ เมื่อพบกับศัตรูความเกลียดชังจะมากขึ้นนั่นเอง
ทันทีที่เฉินปิงเหยาเห็นหยางเสี่ยวเทียน มุมปากเขาก็บิดโค้งลงล่างแสดงสีหน้าเกลียดชังทันที เขาปรี่เข้าไปหา พลางชี้หน้าหยางเสี่ยวเทียนด้วยกระบี่
“หยางเสี่ยวเทียน การประลองเมื่อวานนั้นไม่นับ ข้าอยากประลองกับเจ้าอีกครั้งในวันนี้และตอนนี้!”