เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 วิญญาณยุทธ์วาฬมหาสมุทร

บทที่ 52 วิญญาณยุทธ์วาฬมหาสมุทร

บทที่ 52 วิญญาณยุทธ์วาฬมหาสมุทร


เมื่อเกาลู่เห็นหยางเสี่ยวเทียน เขาก็แสดงสีหน้าเกลียดชังพลันกล่าวอย่างไม่ใยดี “ไม่มี ต้องรออีกสองสามวันอาภรณ์ของสำนักถึงจะทำเสร็จ ในระหว่างนี้อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”

“เช่นนั้นข้าไปขอกับรองเจ้าสำนักเฉินหยวนก็ได้” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวแทรกออกมาพร้อมเหยียดยิ้มพราย

ใช้เวลาในการทำสองสามวันงั้นหรือ

คำเหล่านี้มันเอาไว้หลอกเด็กทั่วไปเท่านั้นแหละ มันมิอาจใช้หลอกคนอย่างเขาได้หรอก

เหตุใดสำนักเสินเจี้ยนที่ยิ่งใหญ่ จะไม่มีอาภรณ์สำรองไว้ให้ศิษย์ใหม่กัน มันจะเป็นไปได้อย่างไรหากเขาไม่คิดอคติ

เกาลู่จ้องด้วยสายตาอาฆาตทันทีที่ได้ยินว่าหยางเสี่ยวเทียนจะไปขอมันกับเฉินหยวนเอง แต่สุดท้าย เขาก็ต้องห่อเหี่ยวลงและยอมมอบอาภรณ์ของสำนักให้กับหยางเสี่ยวเทียนแต่โดยดี

อีกทั้งหยางเสี่ยวเทียนยังได้รับคัมภีร์ของสำนักหลายเล่ม ที่ใช้ในการเรียนของภาคการศึกษานี้

แต่ก่อนที่หยางเสี่ยวเทียนจะจากไป เกาลู่ก็เอ่ยขึ้นราวอยากชี้แนะ “หยางเสี่ยวเทียน เจ้ารู้หรือไม่ว่าหูซิงมีวิญญาณยุทธ์อะไร เจ้าจะเอาชนะเขาในอีกสองปีข้างหน้ามิใช่หรือ”

“วิญญาณยุทธ์เขาคือวาฬมหาสมุทร!”

“แล้วเจ้ารู้จักความน่ากลัวของวาฬมหาสมุทรหรือไม่”

วาฬมหาสมุทรเป็นวิญญาณยุทธ์ระดับสิบ แต่มีอันดับสูงกว่าวิญญาณยุทธ์ชิงหลวนของหยางจง ซึ่งเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงก็มิแปลก

“ข้ารู้” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวด้วยท่าทางนิ่งเฉย

เกาลู่แทบอยากอาเจียนเป็นเลือดเมื่อเห็นท่าทีแลสีหน้าสงบของเขา

วิญญาณยุทธ์ที่แข็งแกร่งอย่างวาฬมหาสมุทร มันสามารถเอาชนะวิญญาณยุทธ์ที่อยู่ในระดับเดียวกันได้ทั้งหมด

แต่หยางเสี่ยวเทียนซึ่งมีเพียงวิญญาณยุทธ์ระดับสองกลับกล้าท้าทาย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าวิญญาณยุทธ์ของอีกฝ่ายคือวาฬมหาสมุทร!

“หากข้าเอาชนะหูซิงได้ภายในสองปีจริงๆ ท่านจะว่าอย่างไร” หยางเสี่ยวเทียนหันกลับมาถามขณะเหยียดริมฝีปากยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์

เกาลู่ตอบกลับด้วยความโกรธทันที “หากเจ้าเอาชนะหูซิงได้จริงๆ ข้าจะเรียกเจ้าว่าบรรพบุรุษ!”

หยางเสี่ยวเทียนแสยะยิ้มทันควันดุจมั่นใจแล้วกล่าวว่า “ได้ เช่นนั้นข้าจะรอฟัง”

หลังกล่าวจบ เขาก็หยิบอาภรณ์ของสำนักพร้อมกับคัมภีร์ต่างๆ เดินมุ่งหน้าออกไปทันที

เกาลู่มองท่าทางที่มุ่งมั่นของหยางเสี่ยวเทียนด้วยความเกลียดชัง เขาแทบอยากสาปส่งให้เด็กโง่เง่าคนนี้ตายต่อหน้าเสียด้วยซ้ำ

เมื่อหยางเสี่ยวเทียนกลับมาถึงเรือนพักศิษย์ เขาก็ย้ายไปอยู่ห้องใหม่ที่ดีกว่า

หลังย้ายสัมภาระไปยังห้องใหม่แล้ว เขาก็หยิบสมุนไพรที่เขาซื้อวันนี้ออกมาและตระเตรียมเตาหลอมให้เสร็จสรรพ

การหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ต้องใช้สมุนไพรหกสิบหรือเจ็ดสิบชนิด และขั้นตอนในการหลอมนั้นง่ายกว่าการหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการมาก

หลังจากศึกษาคัมภีร์หลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ที่ถูกทิ้งไว้ในถ้ำอย่างละเอียด เขาก็เริ่มหลอมมันทันที

ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม โอสถวิญญาณหลงหู่ก็ถูกหลอมขึ้นอย่างสมบูรณ์

แต่เขายังไม่หยุดเพียงเท่านั้น หยางเสี่ยวเทียนยังคงหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ต่อไปเรื่อยๆ จนร่างเขาเมื่อยล้าและรู้สึกไม่ไหว

จากนั้น จึงไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงหยกเย็นแล้วบ่มเพาะปราณมังกรแรกเริ่ม เพื่อฟื้นฟูพลังยุทธ

เมื่อเวลาผ่านไปสักพักจนปราณแท้ของตนฟื้นคืน เขาก็พลันลุกออกจากเตียงแล้วกลับไปหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ต่อ

สมุนไพรจำนวนมากที่เขาซื้อในครั้งนี้ มันสามารถหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่ได้สิบเม็ด

หลังจากหยางเสี่ยวเทียนหลอมสมุนไพรทั้งหมดแล้ว โอสถวิญญาณหลงหู่สีแดงฉาน ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนก็ปรากฎอยู่เบื้องหน้าครบทั้งสิบเม็ด

ขณะมองดูโอสถวิญญาณหลงหู่ทั้งสิบเม็ดที่ตนเพิ่งหลอมเสร็จ หยางเสี่ยวเทียนก็สุขสมเต็มไปด้วยความพึงพอใจบนใบหน้าทันที

แม้นโอสถวิญญาณหลงหู่ทั้งสิบเม็ดนี้จะมิใช่ระดับสวรรค์ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับสูงสุดทั้งหมด

ซึ่งโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับสูงสุดหนึ่งเม็ด สามารถขายได้ราคาอย่างน้อยหนึ่งหมื่นหนึ่งพันเหรียญทอง

สิบเม็ดก็เท่ากับหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเหรียญทอง

หากรวมกับเงินที่เขามีก่อนหน้านี้ มันก็เพียงพอจะซื้อเรือนดีๆ สักหลัง ใกล้ๆ กับสำนักเสินเจี้ยน

เมื่อเห็นว่าแสงจับต้องขอบนภาใกล้เพลารุ่งสาง เขาจึงนั่งอยู่บนเตียงหยกเย็นต่อพักหนึ่ง กระทั่งแสงอรุณเริ่มสัมผัสกับใบหน้า

จากนั้นถึงสวมอาภรณ์ของสำนักและเดินไปที่หอแห่งการศึกษา

วันนี้ เป็นวันแรกที่เขาเข้าเรียน หลังสิ้นสุดวันหยุดพักผ่อน

ไม่นาน เขาก็มาถึงห้องสี่ของศิษย์ชั้นปีที่หนึ่ง ครั้นที่ผลักประตูเข้าไป หยางเสี่ยวเที่ยนก็ได้พบพานกับความตระการตา

ห้องเรียนมีขนาดกว้างมาก อีกทั้งยังมีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ตรงกลาง ซึ่งน่าจะเป็นลานฝึก บนพื้นลานฝึกถูกปูด้วยหินสีขาวที่มีทั้งความหนาและแข็งแรง

หลังหยางเสี่ยวเทียนเข้ามานั่งลงได้ไม่นาน เฉินปิงเหยาก็เพิ่งเดินมาถึงด้วยเช่นกัน

ดั่งคำโบราณที่ว่า เมื่อศัตรูพบหน้า ความอิจฉาจะมากขึ้น หรือก็คือ เมื่อพบกับศัตรูความเกลียดชังจะมากขึ้นนั่นเอง

ทันทีที่เฉินปิงเหยาเห็นหยางเสี่ยวเทียน มุมปากเขาก็บิดโค้งลงล่างแสดงสีหน้าเกลียดชังทันที เขาปรี่เข้าไปหา พลางชี้หน้าหยางเสี่ยวเทียนด้วยกระบี่

“หยางเสี่ยวเทียน การประลองเมื่อวานนั้นไม่นับ ข้าอยากประลองกับเจ้าอีกครั้งในวันนี้และตอนนี้!”

จบบทที่ บทที่ 52 วิญญาณยุทธ์วาฬมหาสมุทร

คัดลอกลิงก์แล้ว