เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 สมาคมการค้าเคหสถาน

บทที่ 50 สมาคมการค้าเคหสถาน

บทที่ 50 สมาคมการค้าเคหสถาน


ในเวลาเดียวกัน หลินหยงและเฉินหยวนที่กำลังสนทนาเกี่ยวกับการประมูลโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสวรรค์ของเมืองซิงเยว่สีหน้าเคร่งเครียด

เนื่องเพราะสำนักเสินเจี้ยนต้องการชนะการประมูลโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสวรรค์ทั้งสิบสี่ชุด ทว่า ต้องมีหลายฝ่ายประมูลแข่งกับพวกเขาแน่นอน และการเสนอราคาคงจะดุเดือดมากเป็นแน่

หลินหยงใคร่ครวญจนปวดเศียร พลางกลัดกลุ้มทุกครั้งยามนึกถึงเรื่องนี้

แต่ทันใดนั้น เสียงชุลมุนวุ่นวายที่ดังออกจากสนามประลองกลับดึงดูดให้พวกเขาหันมาสนใจ จนลืมเรื่องเมื่อครู่

หลินหยงและเฉินหยวนใคร่สังสัยถึงสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นในเสียงนั้น จึงพลันเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ

“เฉินปิงเหยาแพ้แล้ว! เขาพ่ายแพ้ด้วยกระบวนท่าเดียว!”

“หยางเสี่ยวเทียนผู้อยู่ในระดับสี่ สามารถเอาชนะเฉินปิงเหยาด้วยมือเปล่าเพียงกระบวนท่าเดียว!”

“นี่มันเพลงมวยแบบไหนกัน”

น้ำเสียงตื่นเต้นของเหล่าศิษย์ที่ดังระงมออกไปข้างนอก ทำให้หลินหยงและเฉินหยวนตกใจเมื่อได้ยิน

อะไรนะ เฉินปิงเหยาพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียวงั้นหรือ

ด้วยฝีมือของหยางเสี่ยวเทียนงั้นหรือ

หลินหยงรู้สึกประหลาดใจ จึงสั่งศิษย์ที่เดินอยู่แถวนั้นไปตามหูซิงให้เข้ามาพบ

หูซิงผู้ถูกเรียก ได้ปรี่มาหาหลินหยงเพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา เขายกมือประสานหมัดทำความเคารพก่อนเริ่มต้นสนทนา

หูซิงอธิบายถึงเหตุการณ์ในการประลองอย่างละเอียด มิช้าก็พลันกล่าวว่า “หยางเสี่ยวเทียน ดูเหมือนจะล่วงรู้กระบวนท่าของเฉินปิงเหยาเป็นอย่างดี เขาคงศึกษากระบวนท่าเพลงกระบี่เหล็กนิลมาแล้ว จึงสามารถเอาชนะเฉินปิงเหยาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้”

เฉินหยวนผู้นั่งฟังพลันเกิดความสงสัย ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร “แต่เขาพึ่งมา ไฉนจะล่วงรู้กระบวนท่าได้ ไว้ข้าจะถามหยางเสี่ยวเทียนเองเมื่อมีโอกาส”

จากนั้นเขาหันมายิ้มอมภูมิให้หลินหยงแล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะสามารถเอาชนะเฉินปิงเหยาได้จริงๆ”

“ฮึ! แค่ชนะเฉินปิงเหยาได้ มันน่าภูมิใจตรงไหนกัน” หลินหยงโบกแขนเสื้อสะบัดขึ้นพลางส่ายศรีษะ

หยางเสี่ยวเทียนออกจากสนามประลองหลังได้ของที่ต้องการ ซึ่งไม่ได้กลับยังเรือนพักศิษย์แต่อย่างใด

เขาปรี่ไปถึงประตูหน้าสำนักมุ่งหน้าเข้าเมือง เสาะหาสมาคมการค้าเฟิงยวินสาขาเมืองเสิ้นเจี้ยน

เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด เขาจึงต้องรีบนำโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงสุดไปขาย เพื่อส่งเงินให้บิดามารดา

อีกทั้งยังต้องการสอบถามราคาเคหสถานในเมืองเสินเจี้ยน เพื่อวางแผนจะซื้อเรือนใหม่หนึ่งหลัง

ถือเป็นเรื่องดี ที่สำนักเสินเจี้ยนไม่ได้มีข้อจำกัดให้ศิษย์ต้องอาศัยอยู่ในเรือนพักศิษย์ของสำนักเท่านั้น ซึ่งหากเขามีเรือนพักส่วนตัวในเมืองเสินเจี้ยนเป็นของตนเอง มันก็จะง่ายต่อการฝึกฝนของเขาในอนาคต

เมื่อหยางเสี่ยวเทียนมาถึงสมาคมการค้าเฟิงยวินประจำเมืองเสินเจี้ยน เขาก็ขายโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงสุด ในราคาหนึ่งพันหนึ่งร้อยเหรียญทอง

จากนั้นตรงไปยังสมาคมการค้าเคหสถานของเมือง และสอบถามเกี่ยวกับราคาเรือนต่างๆ ที่ประกาศขายในเมืองเสินเจี้ยนแห่งนี้

หลังได้คำตอบ หยางเสี่ยวเทียนก็ตกใจทันที เพราะเรือนที่ดีในเมืองเสินเจี้ยนอย่างต่ำก็มีราคาสี่หมื่นหรือห้าหมื่นเหรียญทองขึ้นไป

แต่หากเป็นเรือนที่ตั้งอยู่ใกล้กับสำนักเสินเจี้ยน ราคาจะยิ่งสูงขึ้นไปอีกอย่างต่ำก็ราวๆ หนึ่งแสนเหรียญทอง

“หนึ่งแสนงั้นหรือ” หยางเสี่ยวเทียนฝืนยิ้มอย่างขมขื่น ในตอนนี้ ทั้งตัวเขามีเหรียญทองเพียงสามหมื่นเหรียญเท่านั้น

เหรียญทองจำนวนนี้ ถือเป็นเงินก้อนใหญ่มากหากอยู่ในเมืองซิงเยว่ อาจเรียกได้ว่ามีเพียงเจ้าเมืองเท่านั้นที่มีโอกาสสัมผัสมัน ถึงกระนั้นแม้นเป็นเจ้าเมืองก็มิแน่ว่าจะมีมากมายเช่นเขามั้ย

แต่ทว่า ในเมืองเสินเจี้ยนแห่งนี้ กลับเป็นเพียงเงินจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ว่าตระกูลน้อยใหญ่ต่างก็สามารถสัมผัสมันได้

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่อาจอยู่เฉยได้อีแล้ว ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหาเงิน

จะหลอมโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสวรรค์และขายมันอีกครั้งดีหรือไม่ หลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางเสี่ยวเทียนก็ตัดสินใจจะหลอมโอสถขั้นเซียนเทียน เพราะราคาของโอสถขั้นเซียนเทียนนั้นสูงกว่า

ทั้งยังใช้จำนวนน้อย แต่ได้เงินเป็นจำนวนมากในการขายแต่ละเม็ด เช่น โอสถขั้นเซียนเทียนหนึ่งเม็ดเทียบเท่ากับโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงสุดราวสิบชุด

ทว่าตอนนี้ สมุนไพรที่จะหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการกลับหาได้ยากมาก ดังนั้นหยางเสี่ยวเทียนจึงมองหาโอสถที่ดีในลำดับถัดไป นั่นคือโอสถวิญญาณหลงหู่

เพราะสมุนไพรที่ใช้หลอมโอสถวิญญาณหลงหู่นั้นหาได้ง่าย ทั้งยังสิ้นเปลืองน้อยและการหลอมก็ง่ายกว่าด้วย

หลังตัดสินใจได้อย่างนั้น เขาก็ซื้อสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่กลับมาด้วยจำนวนมาก และส่งเงินที่ได้จากการขายโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสูงสุดให้บิดามารดาของตน แล้วจึงกลับสำนักเสินเจี้ยน

แต่ขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าประตูของสำนักเสินเจี้ยน ก็ดันถูกขวางไม่ให้เข้าโดยเฉินหง ศิษย์เฝ้าประตูสำนัก

หยางเสี่ยวเทียนจึงอธิบาย ว่าเขาเป็นศิษย์ใหม่ของสำนักเสินเจี้ยน แต่เฉินหงก็ไม่สนใจในสิ่งที่เขาชี้แจงแต่อย่างใด “ตามกฎของสำนักแล้ว เจ้าไม่สามารถเข้าได้ หากไม่สวมอาภรณ์ของสำนัก”

“มีปัญหาอะไรงั้นหรือ” ในเวลานั้นเอง เสียงตะโกนถามจากคนผู้หนึ่งก็พลันดังขึ้น มันคือเสียงของหูซิงซึ่งกำลังเดินมาจากถนนที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย และเห็นได้ชัดว่าเขาก็ออกไปข้างนอกแล้วเพิ่งกลับมายังสำนักเช่นกัน

“ศิษย์พี่หู เจ้าเด็กนี่บอกว่าเขาเป็นศิษย์ใหม่ของสำนัก แต่ตามกฎแล้ว จะไม่สามารถเข้าสำนักได้หากไม่สวมอาภรณ์ของสำนัก” เมื่อเฉินหงเห็นว่าเป็นหูซิง จึงรีบเข้าโค้งคำนับพร้อมอธิบายอย่างรวดเร็ว

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หูซิงก็หันมายกยิ้มมุมปากให้หยางเสี่ยวเทียนพร้อมกล่าว “นั่นเป็นเรื่องจริง หากเจ้าไม่สวมอาภรณ์ของสำนัก ก็มิอาจเข้าสำนักได้” หลังกล่าวจบ เขาเพิกเฉยต่อหยางเสี่ยวเทียนและเข้าสู่สำนักเสินเจี้ยนทันที

“ช้าก่อน!” หยางเสี่ยวเทียนชี้ไปยังหูซิงและกล่าวกับเฉินหง “เขาก็ไม่ได้สวมอาภรณ์ของสำนักเช่นกัน เหตุใดถึงสามารถเข้าไปได้”

เฉินหงหัวเราะทันทีเมื่อได้ยิน “ฮ่าๆๆ เพราะว่าเจ้าคือเจ้า ศิษย์พี่หูก็คือศิษย์พี่หู หากเจ้าสามารถเอาชนะการประลองระดับสำนักเป็นอันดับหนึ่งดังเช่นศิษย์พี่หู เจ้าก็สามารถเข้าออกได้โดยไม่ต้องสวมอาภรณ์ของสำนักเช่นกัน”

จบบทที่ บทที่ 50 สมาคมการค้าเคหสถาน

คัดลอกลิงก์แล้ว