เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 เพลงหมัดโลหิตมังกร

บทที่ 24 เพลงหมัดโลหิตมังกร

บทที่ 24 เพลงหมัดโลหิตมังกร


เมื่อเห็นจำนวนคนไม่น้อยจากหมู่บ้านเฮยเฟิงแตกกระเจิงอย่างไร้ทิศทาง หยางเฉาและคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความสังสัยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่

เวลาเดียวกัน ผู้คนจากหมู่บ้านกลุ่มที่สองก็วิ่งกระเจิงลงเขา ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเหมือนกับกลุ่มแรก

ทำหยางเฉาและคนอื่นๆ ยิ่งสับสนเพิ่มขึ้นไปอีก

“เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่กันแน่” องครักษ์ตระกูลหยางซุนฮัว เอ่ยออกมาด้วยความสงสัยบนใบหน้า

หลังสังเกตจากสีหน้าท่าทางที่ตื่นตระหนกของผู้คนจากหมู่บ้านเฮยเฟิงแตกกระเจิงลงมาก่อนหน้า คงต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นบนนั้นเป็นแน่

“ขึ้นไปดูกัน” หยางเฉาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เมื่อหยางเฉาพร้อมคนอื่นๆ ตัดสินใจเดินทางขึ้นไปยังหมู่บ้านเฮยเฟิงเพื่อไขข้อเคลือบแคลงของเหตุการณ์แปลกประหลาดนี้ ระหว่างทาง สิ่งที่พวกเขาเห็นก็ยังคงเป็นกลุ่มคนจากหมู่บ้านเฮยเฟิงซึ่งกำลังหลบหนีลงมาเพราะอะไรบางอย่างด้วยท่าทีหวาดกลัวจนขวัญกระเจิง

และโจรเหล่านี้ ยังมุ่งความสนใจไปที่การวิ่งหนีเท่านั้น ไม่มีใครสนใจพวกเขาที่กำลังเดินสวนทางขึ้นไปข้างบนเลย

หยางเฉาได้แต่ขมวดคิ้วอย่างรู้สึกแปลกใจกับพฤติกรรมประหลาดเหล่านี้

ก่อนที่หยางเฉาพร้อมกับคนอื่นๆ จะรู้แจ้งถึงสาเหตุ เมื่อมายืนอยู่ยังใจกลางของหมู่บ้านเฮยเฟิงด้วยใบหน้าตกตะลึงต่อภาพที่เห็นเบื้องหน้า

สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าพวกเขา คือร่างผู้นำหมู่บ้านเฮยเฟิงนอนจมกองเลือดพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของเหล่าวิญญาจารย์มากมายกลาดเกลื่อนไปทั่วบริเวณ ทั้งพื้นและกำแพงต่างเต็มไปด้วยรอยเลือดที่สาดกระเซ็นจนเป็นภาพน่าสยดสยอง

ดวงตาเบิกตากว้างของทุกคนจากหมู่บ้านสกุลหยาง บ่งบอกว่าพวกเขาขวัญเสียแค่ไหนกับภาพตรงหน้า

ยิ่งจ้องมองมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น

“นั่น… นั่นหม่าตงผิง!” จู่ๆ หนึ่งในองครักษ์ก็กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยออกมา

หยางเฉาตกใจถึงนามที่ไม่คิดจะถูกเอ่ยขึ้น เขาหันมองตามต้นเสียงพร้อมกวาดสายตาดูร่างอื่นๆ โดยรอบ

แน่นอนว่าหนึ่งในร่างไร้วิญญาณเหล่านี้ มีร่างของชายเครายาวนอนอยู่ไกลๆ หรือหม่าตงผิงผู้นำหมู่บ้านเฮยเฟิง นอกจากศพของเขาแล้ว ยังมีศพวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์อีกนับสิบคนกระจัดกระจายแถวนั้น

“ทั้งหมด ตะ ตายทั้งหมด!” เมื่อเห็นร่างของเหล่าวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์ของเฮยเฟิง ตายสิ้นอยู่ตรงหน้าชัดเจนเต็มลูกตา พวกเขาก็ยิ่งประหลาดใจ

และภาพสยดสยองเหล่านี้ จะเป็นภาพที่ติดตาพวกเขาทุกคนไปอีกนานแสนนาน

ทุกคนจากบ้านสกุลหยางเริ่มขยับตัว ก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบบาดแผลของหม่าตงผิงและคนอื่นๆ ขณะเดินผ่านร่างแต่ละร่าง สีหน้าพวกเขาก็เริ่มเหยเกราวรู้สึกเจ็บปวดกับสยองกร้าวไปด้วย

“แทงทะลุคอด้วยกระบี่ เพียงกระบวนท่าเดียว!”

“เป็นหมัดที่น่ากลัวจริงๆ”

“ไม่เพียงเท่านั้น ปราณกระบี่นี่ยังพุ่งเข้าจากด้านบนของหัวอีก เป็นเพลงกระบี่แบบใดกันน่ะ”

ในขณะที่พวกเขากำลังตรวจสอบศพทุกร่างที่กลาดเกลื่อนอยู่ ใบหน้าทุกคนก็เริ่มหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ

“หัวหน้ารอง ดูนี่สิ” หนึ่งในองครักษ์ชี้ไปที่หน้าอกของหม่าตงผิงพร้อมกับตะโกนเรียกเขาทันที เมื่อหยางเฉามองใกล้ๆ ก็เห็นรอยหมัดอันน่าสะพรึงบนหน้าอกของหม่าตงผิง เป็นรอยช้ำจากหมัดขนาดใหญ่ห้อเลือดคล้ายกับหัวของมังกร แต่จางมากแล้ว ซึ่งหากไม่สังเกตให้ดีจะมองเห็นได้ยาก

และรอยนั้น ไม่ได้มีเพียงร่างของหม่าตงผิงคนเดียวเท่านั้น แต่พวกเขายังพบรอยช้ำเลือดคล้ายกันบนศพอีกสองสามร่างที่นอนอยู่ไม่ห่าง

หยางเฉาถึงกับพูดอะไรไม่ออก เขากำลังสงสัยว่าวรยุทธจากเพลงหมัดอันใดกัน ที่สามารถสังหารคนพร้อมทิ้งร่องรอยช้ำเลือดราวหัวของมังกรได้เช่นนี้

หรือว่านี่จะเป็น เพลงหมัดโลหิตมังกรในตำนานงั้นหรือ…

“เพลงกระบี่ที่ใช้สังหารคนเหล่านี้ ดูคล้ายคลึงกับเพลงกระบี่ที่ใช้สังหารหูลี่ด้วยหรือเปล่า” องครักษ์คนหนึ่ง กล่าวขึ้นอย่างสงสัยไม่มั่นใจ

“เป็นไปได้งั้นหรือ” องครักษ์อีกคนเสริม

แต่เมื่อหยางเฉาหันไปสังเกตบาดแผลเหล่านั้นอย่างรอบคอบอีกครั้ง ก็พบว่ารอยฉกรรจ์จากกระบี่ที่คร่าชีวิตผู้คนในหมู่บ้านเฮยเฟิงนั้น คล้ายคลึงกับบาดแผลของหูลี่มากจริงๆ

เป็นคนเดียวกันอย่างงั้นหรือ…

“หัวหน้ารอง เราควรทำอย่างไรต่อดี” องครักษ์ซุนฮัวถามเขาด้วยใคร่รู้ถึงแนวทางต่อไป

“เราจะแยกกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละห้าคนเพื่อค้นหาแร่ของพวกเรา” หยางเฉาคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวขึ้น แม้เหตุการณ์สยดสยองตรงหน้าจะทำให้พวกเขาขวัญเสียไปบ้าง แต่ก็ยังไม่ลืมถึงเหตุผลว่ามาที่นี่ทำไม

ขณะที่สถานการณ์ในหมู่บ้านเฮยเฟิงต่างทุกข์ร้อนไปด้วยหายนะ เวลาเดียวกันหยางไห่และหยางหมิงยังคงไม่ร่วงรู้

ณ จวนสกุลหยาง

หยางไห่ถือสารพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข มุ่งหาหยางหมิงแล้วร้องบอกด้วยดีอกดีใจ “ท่านพ่อ จงเอ๋อร์เพิ่งส่งคนกลับมาพร้อมสาร เขาเขียนไว้ว่าจะกลับมาในอีกสองวัน”

“อีกทั้งเขายังได้ทะลวงเข้าสู่ระดับที่สามแล้ว”

“ท่านพ่อ ตอนนี้เขาอยู่ในขั้นนักยุทธ์ระดับสามแล้ว!”

หยางไห่รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากขณะกล่าวถึงเรื่องราวในสาร

เมื่อหยางหมิงได้ยินเช่นนั้น เขาก็พลันหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างสุขสม “ระดับที่สาม ดี ดีมาก เขาช่างคู่ควรเป็นหลานชายของหยางหมิงผู้นี้นัก ด้วยความเร็วในการบ่มเพาะระดับนี้ เพียงพอจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรเสินไห่แล้ว ฮ่าๆๆ”

เขาใช้เวลาบ่มเพาะไม่ถึงสองเดือนก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสามได้ ช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

“ผู้อาวุโสเฉินหยวน เขาจะมาด้วยหรือไม่” หยางหมิงถามกลับอย่างกระตือรือร้น

“ผู้อาวุโสเฉินหยวนก็จะมาด้วย” หยางไห่ฉีกยิ้มอย่างครึ้มอกครึ้มใจก่อนจะเปิดปากพูดต่อ “ไม่เพียงเท่านั้น องค์หญิงสี่ก็จะมาเช่นกัน อีกทั้งนางยังเป็นศิษย์พี่ของจงเอ๋อร์ในตอนนี้ด้วย”

ยิ่งหยางหมิงได้ยินว่าองค์หญิงสี่แห่งอาณาจักรเซินไห่กำลังมาเยือนยังหมู่บ้านสกุลหยางด้วย เขายิ่งรู้สึกปีติยินดีราวกับจะตัวลอยขึ้นบนสวรรค์ ก่อนรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอีกครั้ง

“จงเอ๋อร์เป็นความภาคภูมิใจของตระกูลหยางเรา ข้าหยางหมิงช่างโชคดีนัก ที่มีหลานชายอย่างจงเอ๋อร์ ฮ่าๆๆ”

จบบทที่ บทที่ 24 เพลงหมัดโลหิตมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว