เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ขั้นราชันยุทธ์

บทที่ 23 ขั้นราชันยุทธ์

บทที่ 23 ขั้นราชันยุทธ์


เหล่าวิญญาจารย์ทุกคนในหมู่บ้านเฮยเฟิงต่างหันมองยังหยางเสี่ยวเทียนผู้เป็นต้นเหตุของการนองเลือดทั้งหมด

และเขาในตอนนี้ ได้สวมหน้ากากมังกรปกปิดตัวตนเอาไว้ ซึ่งเป็นเพียงหน้ากากมังกรธรรมดาที่เขาซื้อตอนไปเที่ยวงานเทศกาลกับครอบครัวในเมืองเมื่อวาน เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

“รีบจัดการมัน แล้วช่วยผู้นำหมู่บ้าน!” วิญญาจารย์ผู้หนึ่งของหมู่บ้านเฮยเฟิงตะโกนเสียงดัง พร้อมคนกลุ่มหนึ่งชักอาวุธออกมาวิ่งกรูเข้าหาหยางเสี่ยวเทียนตามคำสั่งในทันที

เห็นดังนั้น เขาก็ทำเพียงขมวดคิ้วก่อนเหวี่ยงกระบี่ตงเทียนในมือ ทันทีหลังจากตวัดแกว่ง กระบี่ก็ส่องแสงเป็นประกายพร้อมปลดปล่อยปราณกระบี่สองเล่มพุ่งออกไปอีกครั้ง

นั่นทำให้วิญญาจารย์สองคนที่โผเข้าใกล้เขาก่อนใคร ถูกแทงยังลำคอทรุดตัวลงพร้อมกันอย่างปุบปับจนน่าใจหาย

ถึงกระนั้น พวกคนที่เหลือก็ยังคงดาหน้าปรี่เข้าหาเขาเรื่อยๆ แบบไม่หยุดหย่อนไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดบนใบหน้า

นัยน์ตาเขาจึงเหลือเพียงความเยือกเย็นและสูญสิ้นความเมตตาให้แก่คนพวกนี้ ที่สมควรโดนคมกระบี่จากเขาฟาดฟันจนดับสลาย

แสงสว่างจากจันทราตอนนี้ ต้องกระทบตัวกระบี่เป็นประกายงดงามในความมืดมิด ช่างขัดกับสีแดงฉานพร้อมกลิ่นคาวเลือดที่สาดกระเซ็นทั่วพื้นดินยังลานกลางหมู่บ้านอันน่าสยดสยอง

เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งของเหล่าวิญญาจารย์หมู่บ้านเฮยเฟิงที่ยังโจนเข้าหาด้วยโทสะ ต่างถูกคมกระบี่จากเขากวัดแกร่งจนร่วงลงไปกองกับพื้นทีละคนราวใบไม้แห้งยามสารทฤดู

ทำบริเวณโดยรอบลานกลางหมู่บ้านตอนนี้ เต็มไปด้วยเลือดแดงฉานไหลนองและกระเซ็นไปทั่วพื้นที่

เมื่อหยางเสี่ยวเทียนสังหารเหล่าวิญญาจารย์ของเฮยเฟิงจนหมดสิ้น เขาก็หันกลับมาพร้อมกระบี่ในมือจ่อไปที่คอของหม่าตงผิง ผู้ได้แต่นอนเฝ้าดูคนของตนล้มตายไปทีละศพ หลังสังหารผู้คนไปตั้งมากมาย แววตาเขากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดต่อคนตรงหน้า

“ข้าจะถามเจ้าอีกแค่ครั้งเดียว คือใครใต้เท้าเว่ย”

ตอนนี้ กลับเป็นแววตาของหม่าตงผิงเอง ที่เต็มไปด้วยความกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองแล้วตอบคำถามนั้นน้ำเสียงสั่นเครือ

“ข้าไม่รู้ ข้ารู้เพียงนามของเขาคือใต้เท้าเว่ย แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัว เขาจะสวมหน้ากากทองแดง”

เมื่อคำตอบที่ได้ ทำเขาต้องขมวดคิ้วไม่พึงใจจนดันกระบี่แนบชิดยังคอหอยผู้นอนกองอยู่ตรงหน้า

“ขะ... เขาแข็งแกร่งมาก อย่างน้อยก็อยู่ในขั้นราชันยุทธ์” หม่าตงผิงกล่าวเสริมน้ำเสียงอึกอัก

อยู่ในขั้นราชันยุทธ์งั้นหรือ…

ใบหน้าหยางเสี่ยวเทียนเคร่งขรึมมากขึ้น

สูงกว่าวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์ คือขั้นราชันยุทธ์

เช่นนั้น ขั้นราชันยุทธ์คงต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งสุดในอาณาจักรเสินไห่แห่งนี้แน่นอน

แต่ด้วยเหตุใด ชายผู้แข็งแกร่งถึงขั้นนั้นจึงจ้องเล่นงานคนสกุลหยางกันล่ะ

ขณะที่เขานึกสงสัยใคร่รู้ถึงมูลเหตุของคนผู้นั้น กำลังเสริมจากหมู่บ้านเฮยเฟิงก็เริ่มกรูกันเข้ามายังลานกลางหมู่บ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ยังไม่ทันที่หม่าตงผิงจะเอ่ยปากอ้อนวอนขอความเมตตา หยางเสี่ยวเทียนก็ดันกระบี่ในมือแทงเข้าตรงกลางคอหอยของเขา ดับลมหายใจอันไร้ค่านั้นลงทันที

เลือดไหลพุ่งออกจากคอไม่ขาดสาย

ม่านตาของหม่าตงผิงเบิกกว้างขณะยื่นมือออกไปข้างหน้าพยายามไขว่คว้าไปในอากาศ จนที่สุดก็สิ้นใจแล้วฟุบลงกับพื้นต่อหน้าผู้คนตรงนั้น

เหล่ากำลังเสริมของหมู่บ้านเฮยเฟิงที่หลั่งไหลเข้ามา ต่างพากันตัวแข็งทื่อยืนหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นร่างอันไร้วิญญาณของหม่าตงผิงพร้อมกับเหล่าวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์ทั้งหมดนอนจมกองเลือดกลาดเกลื่อนอยู่บนพื้น

แม้กลุ่มโจรเหล่านี้จะโหดเหี้ยม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่กลัวตาย

เมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทียนเดินมุ่งหน้าหาพวกเขาพร้อมกระบี่ในมือ เหล่ากำลังเสริมของเฮยเฟิงต่างตกใจจนต้องล่าถอย

แต่ยังมีบางคนกล้าชักดาบออกมาเตรียมพุ่งเข้าหาเขาด้วยความโกรธ ก่อนจะถูกชกเข้าด้วยหมัดตัวปลิวออกไปชนเข้ากับประตูลาน

แม้แต่ประตู ก็ถูกแรงกระแทกจนกระเด็นลอยไปราวกับใบไม้ไม่ต่างกัน

บรรดาโจรคนอื่น ที่เห็นถึงความแข็งแกร่งนี้ต่างหยุดทุกการเคลื่อนไหวไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาอีก ก่อนจะมีบางคนตัดสินใจวิ่งเอาตัวรอด นำผู้อื่นหันหนีตามด้วยความแตกตื่นไปคนละทิศละทาง

แต่เพราะโจรชั่วเหล่านี้ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากมาย หากหลบหนีไปได้ จะมีหญิงและเด็กอีกกี่คนที่ต้องตายด้วยน้ำมือของพวกเขา ดังนั้น หยางเสี่ยวเทียนจึงไม่คิดปล่อยพวกเขาไป อากาศโดยรอบสั่นสะเทือนจากการที่เขาเริ่มใช้กระบวนท่าโจมตีของมวยไท้เก๊ก

หนึ่งหมัด หนึ่งศอก หนึ่งฝ่ามือ

หยางเสี่ยวเทียนโจมเข้าไปท่ามกลางเหล่าโจรที่กำลังเกาะกลุ่มหลบหนีจากความตาย ทุกการเคลื่อนไหวของเขา มีคนต้องบาดเจ็บกระเด็นปลิวไปหลายฉื่อ

คนเหล่านี้ที่ถูกชกด้วยหมัดของหยางเสี่ยวเทียน ต่อให้ไม่ตายก็ต้องพิการเป็นแน่

เมื่อเห็นว่าหยางเสี่ยวเทียนยังคงล่า ไล่จัดการไปทีละคน กลุ่มโจรของหมู่บ้านเฮยเฟิงจำนวนมากต่างกรีดร้องขณะรีบหนีเอาตัวรอดด้วยความกลัวจะเป็นรายต่อไป ส่งเสียงดังระงมทั่วหุบเขาอย่างน่าสะพรึง

เพลานั้นเอง คณะเดินทางของหยางเฉาก็ได้มาถึงยังเชิงเขาต้าหลัว

หยางเฉามองขึ้นไปยังหุบเขาต้าหลัวที่อยู่เบื้องหน้า ซึ่งไม่ต่างจากบึงมังกรหรือถ้ำเสือ*ใบหน้าก็ยิ่งแสดงถึงความเป็นกังวลมากขึ้น

แต่ในขณะที่เขากำลังกัดฟันข่มอารมณ์ทำเป็นใจดีสู้เสือนำเหล่าองครักษ์ขึ้นไป ก็เห็นกลุ่มคนจำนวนมากของหมู่บ้านเฮยเฟิงวิ่งกรูกันลงมาจากหุบเขา ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกราวกับหวาดกลัวสิ่งใด

“เหล่าพี่น้องเฮยเฟิง พวกเรามาจากหมู่บ้านสกุลหยาง…” เมื่อหยางเฉากำลังจะกล่าวต่อ กลับพบว่าผู้คนจากหมู่บ้านเฮยเฟิงไม่แยแสเขาเลย เอาแต่ตั้งหน้ารีบวิ่งผ่านกลุ่มของพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว

ขณะที่กลุ่มคนเหล่านี้กำลังวิ่งหลบหนี พวกเขาก็หันกลับไปมองยังเบื้องหลังเป็นครั้งคราวพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวั่นกลัว

เชิงอรรถ

*龙潭虎穴  [lóng tán hǔ xué] อุปมาว่า แหล่งที่เต็มไปด้วยอันตราย

จบบทที่ บทที่ 23 ขั้นราชันยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว