เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ชิงยาโลหิต

บทที่ 12 ชิงยาโลหิต

บทที่ 12 ชิงยาโลหิต


หลังจากกลุ่มของชายชุดม่วงออกจากหอการค้าว่านเป่า พวกเขาก็ไม่ได้แวะพักในเมืองฟู่ แต่รีบเร่งเดินทางออกจากเมืองทันที

โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ของล้ำค่าที่พกติดตัวมาได้ทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าหมายเสียแล้ว

พวกเขาทุ่มเทกำลังทั้งหมดควบม้าอย่างสุดชีวิต

ไม่นานนัก ก็เข้าสู่ยามดึกสงัด

กลุ่มคนเดินทางมาถึงหน้าวัดร้างเก่าแก่แห่งหนึ่ง

ผู้อาวุโสข้างกายชายชุดม่วงมองดูม้าศึกที่หายใจหอบถี่ แล้วเอ่ยขึ้นว่า "ท่านประมุข เราพักสักหน่อยเถอะขอรับ ขืนวิ่งต่อแบบนี้ ม้าคงขาดใจตายก่อนแน่"

ชายชุดม่วงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หากม้าตายกลางทางจริงๆ การเดินทางคงล่าช้าออกไปอีก

เขาจึงพยักหน้า

กำชับว่า "พักได้แค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น เราต้องรีบกลับตระกูลให้เร็วที่สุด กลับถึงตระกูลเมื่อไหร่ถึงจะปลอดภัย"

เมื่อเห็นเขาพยักหน้า ทุกคนก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก

ต่างพากันหยิบน้ำและเสบียงกรังออกมานั่งกินบนพื้นอย่างหิวโหย

ทว่า ชายชุดม่วงกลับไม่มีกะจิตกะใจจะกินอะไร

เขาเดินเลี่ยงออกมา นั่งลงบนก้อนหินเรียบ แล้วล้วงกล่องไม้จันทน์หอมที่บรรจุยาโลหิตออกมาจากอกเสื้ออย่างระมัดระวัง

จ้องมองกล่องไม้ในมือ แววตาของชายชุดม่วงเริ่มเหม่อลอย

ใจของเขาเริ่มร้อนรน

เสียดายที่เวลานั้นยังมาไม่ถึง

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ สายลมเย็นเยือกเริ่มพัดผ่าน

ดวงจันทร์บนท้องฟ้าถูกเมฆบดบังจนมืดมิด

เสียงกาเหว่าร้องโหยหวนแหวกความเงียบยามค่ำคืน น้ำเสียงแหบพร่าบาดแก้วหู ความรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรงผุดขึ้นในใจ

เขากวาดตามองรอบด้าน

ในเวลานี้ เขารู้สึกเพียงว่าความมืดมิดอันไร้สิ้นสุดนี้ ถูกปกคลุมไปด้วยจิตสังหารอันหนาวเหน็บ

ขนทั่วร่างลุกชัน

"ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้ว"

ชายชุดม่วงลุกพรวดขึ้น หันกลับไปตะโกนเรียกพรรคพวกให้รีบเดินทาง

แต่ทันทีที่หันกลับไป ร่างของเขาก็แข็งทื่อ

เบื้องหน้า... ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างประหลาดร่างหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น

ร่างนั้นยืนไพล่มือ หันหลังให้เขา

เมื่อมองเลยไปด้านหลังร่างนั้น เขาเห็นพรรคพวกของตนนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น ดวงตาเบิกโพลงแต่ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว สิ้นใจไปเรียบร้อยแล้ว

เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผากและไหลย้อยลงมา

"เจ้าเป็นใคร?"

ข่มความกลัวในใจ ชายชุดม่วงเอ่ยถามเสียงสั่น

ร่างนั้นหัวเราะเบาๆ

ค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาอ่อนเยาว์

"ท่านประมุขซู จำกันไม่ได้เร็วจังนะ?"

ทันทีที่เห็นหน้าชัดเจน ชายชุดม่วงก็ตะลึงงัน อุทานออกมา "หลี่ซิงเก๋อ เป็นเจ้าไปได้อย่างไร?"

เขาจะจำหน้านี้ไม่ได้ได้อย่างไร?

ต่อให้กลายเป็นเถ้าถ่าน เขาก็ยังจำได้

และตัวตนของชายชุดม่วงผู้นี้ก็เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน

เขาคือ 'ซูเจ๋อ' ประมุขตระกูลซูแห่งเขาหมั่งซานนั่นเอง

"เจ้าต้องการอะไร หลี่ซิงเก๋อ? บรรพชนตระกูลซูของข้ายังไม่ตายนะ!"

ซูเจ๋อทำใจดีสู้เสือขู่ฟ่อ แต่ในใจกลับหวาดกลัวสุดขีด

เขารู้ดีว่าการที่หลี่ซิงเก๋อมาปรากฏตัวที่นี่ ชีวิตเขาแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว

ตอนนี้ได้แต่หวังว่าชื่อเสียงของบรรพชนจะพอข่มขวัญหลี่ซิงเก๋อได้บ้าง

แต่เขาก็รู้ดีว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้

เพราะสองตระกูลได้กลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันไปแล้ว

"ท่านประมุขซู ข้าเคยคิดว่าท่านเป็นคนฉลาด แต่ดูเหมือนข้าจะคิดผิด ส่งของมา แล้วข้าจะเหลือศพสวยๆ ไว้ให้"

หลี่ซิงเก๋อกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"ฝันไปเถอะ!"

ซูเจ๋อทั้งโกรธทั้งตกใจ หลี่ซิงเก๋อรู้ได้อย่างไรว่าเขามียาโลหิตอยู่กับตัว?

ทันใดนั้น เขาก็ฉุกคิดขึ้นได้

เขาเบิกตากว้าง "คนในห้องธรณียี่สิบเก้าคือเจ้า?"

หลี่ซิงเก๋อยิ้มและพยักหน้า

"บัดซบ เจ้ารู้ตำแหน่งของข้าได้อย่างไร?"

ซูเจ๋อถามด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว

เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้า หอการค้าว่านเป่าจะเก็บข้อมูลและตำแหน่งของลูกค้าเป็นความลับสุดยอด

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซูเจ๋อก็นึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง

เขากัดฟันกรอด "หอการค้าว่านเป่า... ต้องเป็นหอการค้าว่านเป่าแน่ๆ บัดซบ พวกมันไม่รักษากฎ!"

ต้องเป็นหอการค้าว่านเป่าที่แพร่งพรายตัวตนและตำแหน่งของเขาให้หลี่ซิงเก๋อรู้

แน่นอนว่าหอการค้าว่านเป่าย่อมไม่ทำลายชื่อเสียงตัวเอง

แต่หลี่ซิงเก๋อก็คงไม่บอกซูเจ๋อหรอกว่าเขามีตัวช่วยโกง

"อยากได้ยาโลหิตงั้นรึ ไม่มีทาง!"

ในฐานะประมุขตระกูลซู ซูเจ๋อย่อมรู้ดีถึงความน่ากลัวของผู้ฝึกตนขอบเขตปราณโลหิต

แม้เขาจะเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตกายเนื้อขั้นสมบูรณ์ แต่การจะหนีจากเงื้อมมือผู้ฝึกตนขอบเขตปราณโลหิตนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝัน

ในเมื่อหนีไม่พ้น... เขาก้มมองกล่องไม้จันทน์ในมือแล้วกัดฟัน "เจ้าจะไม่มีวันได้มันไป!"

เขาออกแรงบีบมือทั้งสองข้าง หวังจะขยี้กล่องไม้ให้แหลกคามือพร้อมกับยาโลหิต

หลี่ซิงเก๋อย่อมไม่ยืนดูเฉยๆ

เขาแค่นเสียงเย็น

ร่างพุ่งวาบดุจภูตพราย ปรากฏตัวตรงหน้าซูเจ๋อในพริบตา

ฟาดฝ่ามือเข้าใส่หน้าอกซูเจ๋ออย่างจัง

ร่างของซูเจ๋อลอยละลิ่วไปกระแทกผนังหินอย่างแรงก่อนจะร่วงลงมา

ซูเจ๋อตะเกียกตะกายจะลุกขึ้น

แต่กลับรู้สึกหน้ามืดวูบ

ฝ่าเท้าของหลี่ซิงเก๋อเหยียบลงบนใบหน้าของซูเจ๋อ ชีวิตที่เคยเสพสุขและมีเกียรติยศ ไม่เคยต้องมาเจอความอัปยศเช่นนี้มาก่อน

ในเวลานี้ ซูเจ๋ออยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด

"หลี่ซิงเก๋อ ขอให้เจ้าตายไม่ดี!"

ซูเจ๋อสาปแช่งด้วยสายตาอาฆาต

หลี่ซิงเก๋อค่อยๆ นั่งยองลง แล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม "เหยียบหน้าคนเนี่ย รู้สึกดีจริงๆ แฮะ!"

เขามองกล่องไม้จันทน์ที่กำแน่นอยู่ในมือซูเจ๋อ ดวงตาเป็นประกาย

เขาหักนิ้วซูเจ๋อทีละนิ้ว แล้วหยิบกล่องไม้จันทน์มาไว้ในมือ

"ตอนนี้ มันเป็นของข้าแล้ว!"

หลี่ซิงเก๋อกล่าวพร้อมรอยยิ้มไร้เดียงสา

มองดูกล่องไม้จันทน์ในมือหลี่ซิงเก๋อ

ดวงตาของซูเจ๋อแดงก่ำด้วยความแค้น

ยาโลหิตที่ตระกูลซูของเขาทุ่มเทจนหมดหน้าตัก ถึงขั้นจำนองเหมืองแร่ บัดนี้กลับตกไปอยู่ในมือศัตรูคู่อาฆาต

ความโกรธแค้นอัดแน่นจนอกแทบระเบิด ซูเจ๋อกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายกระตุกเกร็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสิ้นใจตายตาไม่หลับ

วีรบุรุษแห่งยุค ประมุขตระกูลซูแห่งเขาหมั่งซาน ยอดฝีมือขอบเขตกายเนื้อขั้นสมบูรณ์ กลับต้องมาตรอมใจตายด้วยความแค้น

แม้แต่หลี่ซิงเก๋อยังแปลกใจเล็กน้อย

มองดูศพซูเจ๋อที่นอนตาค้างจ้องเขานิ่ง

หัวใจของหลี่ซิงเก๋อไม่กระเพื่อมไหวแม้แต่น้อย

เขาเพียงส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "ความอดทนต่ำจริงๆ เดินทางไปปรโลกดีๆ ล่ะ เดี๋ยวข้าจะส่งคนในตระกูลตามไปอยู่เป็นเพื่อน ช่วยไม่ได้ ก็ข้ามันคนดีนี่นา"

หลี่เหยียนเจ้าปรากฏตัวข้างกายหลี่ซิงเก๋อตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

มองดูศพของซูเจ๋อบนพื้น รูม่านตาเขาหดเกร็งเล็กน้อย

จากนั้นจึงถามว่า "ท่านประมุข สำเร็จไหมขอรับ?"

หลี่ซิงเก๋อชูกล่องไม้จันทน์ในมือขึ้น

หลี่เหยียนเจ้ารีบรับมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง

มองดูยาเม็ดกลมสีแดงดุจโลหิตในกล่อง

หลี่เหยียนเจ้ากลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่ "ท่านประมุข ใช่แล้ว นี่คือยาโลหิต! ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตระกูลหลี่เราจะมีผู้ฝึกตนขอบเขตปราณโลหิตเพิ่มอีกคนแล้ว!"

หนึ่งตระกูลมีผู้ฝึกตนขอบเขตปราณโลหิตสองคน... นี่เป็นสิ่งที่หลี่เหยียนเจ้าไม่เคยกล้าฝันมาก่อน

แต่ตอนนี้ มันกำลังจะเป็นความจริง

เขามองท่านประมุขหนุ่มข้างกาย ใบหน้ายังคงอ่อนเยาว์

เขาราวกับมองเห็นอนาคตอันรุ่งโรจน์ของตระกูลหลี่

"บางที ภายใต้การนำของท่านประมุข ตระกูลหลี่อาจก้าวพ้นอำเภอไป๋เหอ และไปไกลกว่าแคว้นเซิงหลงก็ได้"

จบบทที่ บทที่ 12 ชิงยาโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว