เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 020 ชีวิตอันเปื้อนบาปของผม

บทที่ 020 ชีวิตอันเปื้อนบาปของผม

บทที่ 020 ชีวิตอันเปื้อนบาปของผม


คลับเฮาส์บริลเลียนท์

โถงชั้นหนึ่ง

กลุ่มผู้สื่อข่าวจำนวนมหาศาลที่ระแคะระคายข่าวมาจากไหนไม่ทราบ ต่างกรูกันเข้ามาเหมือนคนบ้าคลั่ง

อย่าว่าแต่รปภ.ของคลับเฮาส์เลย แม้แต่ตำรวจที่ติดตามตู้ผิงมาก็ยังควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่

คลับเฮาส์บริลเลียนท์มีชื่อเสียงโด่งดังในเซี่ยงไฮ้มานาน

ทุกคนรู้ดีว่าที่นี่เป็นสถานที่แบบไหน แต่ด้วยเบื้องหลังที่ลึกลับซับซ้อน จึงไม่เคยมีข้อมูลวงในหลุดรอดออกมาได้

และบัดนี้ รองผู้ว่าฯ หลิว กลับเลือกจะมาแถลงข่าวที่นี่ด้วยตัวเอง บรรดานักข่าวจะไม่คลั่งได้ยังไง?

ในขณะนี้

รองผู้ว่าฯ หลิวยืนอยู่บนระเบียงทางเดินชั้นสอง มองลงมายังฝูงชนสื่อมวลชนที่กำลังกระวนกระวาย ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

ความจริงแล้ว เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน รองผู้ว่าฯ หลิวก็ไม่ใช่รองผู้ว่าฯ หลิวคนเดิมอีกต่อไป พูดให้ถูกคือ เขาถูกวิญญาณของหลินหยวนหยวนเข้าสิงร่างเรียบร้อยแล้ว

เดิมทีหลินหยวนหยวนก็เป็นหนึ่งในเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย แรงอาฆาตพยาบาทของเธอจึงมีมหาศาล บวกกับอาคมของหลินเซิน การจะควบคุมคนธรรมดาคนหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

"ท่านรองฯ หลิวครับ การตัดสินใจแถลงข่าวที่นี่อย่างกะทันหัน มีปฏิบัติการพิเศษอะไรเบื้องหลังหรือเปล่าครับ?"

นักข่าวเริ่มตะโกนถาม

"ขอโทษนะครับท่านรองฯ หลิว นี่ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในจุดเกิดเหตุเลยหรือเปล่าครับ?"

"ใช่ครับ ควรทำแบบนี้ตั้งนานแล้ว คลับเฮาส์บริลเลียนท์นี่มันแหล่งซ่องสุมชัดๆ ผมรู้แล้วว่าสักวันท่านรองฯ หลิวจะต้องมาผดุงความยุติธรรม"

"ท่านรองฯ หลิวครับ การสอบสวนครั้งนี้จะทำจนถึงที่สุดไหมครับ? จะกวาดล้างทั้ง 'แมลงวัน' และ 'เสือ' ให้สิ้นซากเลยไหมครับ?"

...ในสายตาของทุกคนตอนนี้ รองผู้ว่าฯ หลิวยังคงเป็นข้าราชการตงฉินผู้ผดุงธรรม ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาชญากรรมอย่างสิ้นเชิง ภาพลักษณ์ที่สั่งสมมานานหลายปีประกอบกับการแถลงข่าวสายฟ้าแลบครั้งนี้ ทำให้คะแนนนิยมของเขาพุ่งสูงเสียดฟ้า

นักข่าวบางคนถึงกับเริ่มไลฟ์สด:

"ข่าวด่วนครับ ข่าวด่วน! ขณะนี้ผมอยู่ที่คลับเฮาส์บริลเลียนท์อันเลื่องชื่อของเมืองเรา"

"จากสถานการณ์ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากได้เข้าควบคุมพื้นที่แล้ว และท่านรองฯ หลิวกำลังจะแถลงข่าวด้วยตนเอง"

"คลับเฮาส์บริลเลียนท์คือสถานที่แบบไหน ผมเชื่อว่าชาวเซี่ยงไฮ้ทุกคนคงทราบดี..."

..."ต่อไป เรามาดูกันว่าท่านรองฯ หลิวผู้ไม่เคยก้มหัวให้อธรรม จะนำตัวมารสังคมเหล่านี้มาลงโทษได้อย่างไร..."

"เซี่ยงไฮ้มีเดีย รายงานสดเพื่อคุณ!"

...ตู้ผิงร้อนรนราวกับมดไต่กระทะร้อน เนื่องจากท่านรองฯ หลิวยังคงดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ เขาจึงไม่กล้าใช้มาตรการบังคับใดๆ สาเหตุหลักคือเขายังมึนงงไม่หาย เกิดมาไม่เคยเจอคดีที่หลุดโลกขนาดนี้มาก่อน

ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ได้แต่โทรศัพท์รายงานสถานการณ์เบื้องบนและขอคำชี้แนะอย่างกระวนกระวาย

แต่ที่น่าเจ็บใจคือ โทรศัพท์ของท่านผู้บัญชาการตำรวจกลับไม่มีคนรับสาย พอโทรเข้าสำนักงาน เลขาก็บอกว่าท่านออกไปราชการ

ตู้ผิงแทบจะอกแตกตายอยู่รอมร่อ

ส่วนหลี่เฟิงก็กำลังวิ่งวุ่นตามหาตัวหลินเซิน

แต่หลินเซินกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่เหลือแม้แต่เงา

บนระเบียงชั้นสอง ท่านรองฯ หลิวเห็นว่าบรรยากาศถูกปูมาจนได้ที่แล้ว เขายิ้มมุมปากแล้วค่อยๆ เดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ

แชะ แชะ แชะ

แสงแฟลชวูบวาบ เสียงชัตเตอร์รัวกระหน่ำใส่ท่านรองฯ หลิวไม่ยั้ง

ท่านรองฯ หลิวเดินไปหยุดอยู่กลางวงล้อมของสื่อมวลชน ยกมือขึ้นกดลงเบาๆ "ทุกท่าน โปรดอยู่ในความสงบ"

ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบลงทันตา

"พวกคุณคงมีคำถามมากมายในใจ ว่าจุดประสงค์ที่ผมมาแถลงข่าวที่นี่ในวันนี้คืออะไร"

"จริงๆ แล้ว ผมได้ยินคำถามของพวกคุณเมื่อครู่แล้ว"

"วันนี้ ผมมาที่นี่เพื่อตอบคำถามของพวกคุณ และในขณะเดียวกัน เพื่อสารภาพบาปในชีวิตของผมต่อหน้าพวกคุณ ต่อหน้าชาวเซี่ยงไฮ้สิบสองล้านคน และต่อหน้าพี่น้องร่วมชาติทั่วประเทศ!"

ทุกคนในที่นั้น: "???"

เกิดอะไรขึ้น?

นี่มันจุดหักมุมบ้าบออะไรกัน?

ไม่ใช่แค่คนในที่เกิดเหตุ แม้แต่ชาวเน็ตที่ดูไลฟ์สดผ่านสื่อต่างๆ ก็งงเป็นไก่ตาแตก

"นี่ใช่ท่านรองฯ หลิว... ใช่ตัวจริงเหรอ?"

"เดี๋ยวนะ หรือนี่คือกองถ่ายละครสั้น?"

"หลุดโลกเกินไปแล้ว ถ้าไม่ใช่ไลฟ์สดจากสื่อหลัก ให้ตายฉันก็ไม่เชื่อ!"

"ฮีโร่ผู้ปราบเสือ กลายเป็นเสือตัวใหญ่ที่สุดเสียเองงั้นรึ?"

"ท่านรองฯ หลิวไปโดนตัวไหนมา หรือเจอเรื่องสะเทือนใจอะไร?"

...ท่านรองฯ หลิวไม่สนใจสีหน้าตื่นตะลึงของสื่อมวลชน เขาเริ่ม "สารภาพ" เรื่องราวทั้งหมดของตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เขาสูดหายใจลึก ราวกับกำลังจมดิ่งสู่ห้วงความทรงจำอันยาวนาน

"เมื่อสามสิบเอ็ดปีก่อน ผมยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มใสซื่อ"

"ชาวบ้านในหมู่บ้านช่วยกันเรี่ยไรเงินค่าเล่าเรียน ทำให้ผมได้มีโอกาสออกจากหุบเขาอันแห้งแล้ง เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่"

"ตอนนั้น ผมสาบานกับตัวเองว่า เมื่อได้ดีมีอนาคต ผมจะตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างสาสม จะใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดอุทิศเพื่อสังคม"

"หลังจบมหาวิทยาลัย ผมสอบเข้ารับราชการในกระบวนการยุติธรรมได้สำเร็จ"

"ช่วงแรก ผมยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างแรงกล้า ทุกอย่างว่ากันไปตามกฎหมาย คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง"

"แม้จะขัดขาผู้มีอิทธิพลไปหลายคน แต่ก็เพราะความมุ่งมั่นนี้แหละที่ทำให้ผมไต่เต้าขึ้นมาได้ และผู้ใหญ่ก็ให้ความเมตตา"

"พูดตามตรง ตอนนั้นพวกเราคือฮีโร่ในปากชาวบ้าน คือความภาคภูมิใจของพ่อแม่พี่น้อง ได้รับเกียรติยศนับไม่ถ้วน"

"แต่ทว่า..."

"เมื่อตำแหน่งสูงขึ้น อำนาจในมือที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ก็มากขึ้นตาม สิ่งยั่วยวนที่ถาโถมเข้ามาก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะต้านทาน"

"ในที่สุด ผมก็รักษาจุดยืนไว้ไม่ได้"

"ผมจำได้ดี ครั้งแรกที่ผมถูกดึงเข้าสู่ด้านมืด... มันเป็นค่ำคืนที่บ้าคลั่งมาก..."

...ขณะที่ท่านรองฯ หลิวพรั่งพรูความในใจ คนนับร้อยในที่เกิดเหตุ และผู้ชมทางบ้านอีกนับล้าน ต่างเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง

ประวัติอาชญากรรมอันบ้าคลั่งของท่านรองฯ หลิว กลับไม่ได้เรียกเสียงด่าทอในทันที

ไม่ใช่เพราะทุกคนเห็นใจ แต่เพราะสมองของพวกเขายังประมวลผลตามไม่ทัน

บ้าไปแล้ว!

กะทันหันเกินไป รุนแรงเกินไป สมองรับไม่ไหวแล้วโว้ย!

"ผมเป็นคนระมัดระวังตัวมาก ผมรู้ดีว่าตัวเองก้าวเดินบนเส้นทางที่ไม่อาจหวนกลับ"

"แต่ผมไม่มีทางเลือก ผมลงเรือโจรลำนี้ไปแล้ว ไม่มีทางลงได้ อีกอย่าง ชีวิตอาชญากรรมมันตื่นเต้นและหรูหราฟู่ฟ่าจนน่าหลงใหลเกินไป"

"ผมคุมตัวเองไม่อยู่ และไม่อยากจะคุมมันอีกแล้ว วันๆ คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้แนบเนียน จะทำยังไงให้ตัวเองลงจากหลังเสือได้อย่างปลอดภัยในอนาคต"

"อย่างที่พวกคุณเห็น ตลอดหลายปีมานี้ ผมสร้างภาพลักษณ์ฮีโร่ผู้แสนดี เป็นพ่อเมืองที่สมบูรณ์แบบในสายตาพวกคุณ"

"ผมหลงคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ คิดว่าความผิดของผมจะไม่มีวันถูกเปิดโปง"

"จนกระทั่งวันนี้ ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองเขลาเพียงใด การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่หลิน ทำให้ผมเชื่อสนิทใจในประโยคที่ว่า 'คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต' ไม่ใช่ว่ากรรมไม่ตามสนอง แค่เวลายังมาไม่ถึง หรือที่เรียกกันว่า 'ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว' นั่นเอง"

เฮ้อ... ท่านรองฯ หลิวถอนหายใจยาว "ณ ที่นี้ ผมต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่หลินจากใจจริง เขาคือคนที่ฉุดผมกลับมาจากทางที่ผิด คือคนที่มอบโอกาสให้ผมได้มอบตัวและสารภาพบาป คือคนที่ทำให้ผมตระหนักว่า เวรกรรมมีจริงในโลกนี้"

"พวกคุณคงสงสัยใช่ไหมว่า ทำไมผมถึงไม่ไปมอบตัวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กลับเลือกวิธีนี้ เลือกมาสารภาพบาปในสถานที่แบบนี้?"

จบบทที่ บทที่ 020 ชีวิตอันเปื้อนบาปของผม

คัดลอกลิงก์แล้ว