เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 021 มอบตัวคือทางรอดเดียวของพวกแก

บทที่ 021 มอบตัวคือทางรอดเดียวของพวกแก

บทที่ 021 มอบตัวคือทางรอดเดียวของพวกแก


ความอยากรู้อยากเห็น?

ความตกตะลึง?

ทุกถ้อยคำ ทุกประโยค แม้กระทั่งปฏิกิริยาเล็กๆ น้อยๆ ของท่านรองฯ หลิว ล้วนดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วน

เขาเล่าเรื่องราวชีวิตในอดีตและเส้นทางอาชญากรรมของตัวเองราวกับกำลังฉายภาพยนตร์ มันตื่นเต้นระทึกขวัญยิ่งกว่านิยายหรือหนังอาชญากรรมเรื่องไหนๆ

ไม่มีใครในที่นั้นเอ่ยปากถามแทรก

เพราะทุกคนต่างยุ่งอยู่กับการบันทึกและเผยแพร่ข่าว

ให้ตายเถอะ ข่าวที่ระเบิดเถิดเทิงและเรียกแขกได้มากที่สุดแห่งปี เพิ่งจะออกจากเตาร้อนๆ เลย

แค่เรื่องเดียวที่ท่านรองฯ หลิว "สารภาพ" ออกมา ก็มากพอที่จะกลายเป็นข่าวไวรัลไปทั่วประเทศ

"ท่านรองฯ หลิว เชิญเล่าต่อเลยครับ พวกเรากำลังฟังอยู่!"

ใครบางคนในฝูงชนที่เงียบกริบโพโพล่งขึ้นมา ท่านรองฯ หลิวที่มีสีหน้าผ่อนคลายก็พยักหน้าแล้วยิ้มตอบ "ได้ครับ เพราะประสบการณ์การทำผิดกฎหมายหลายอย่างของผมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็เกิดขึ้นที่นี่แหละ"

"ยกตัวอย่างเช่นเมื่อไม่กี่วันก่อน"

"ขอโทษที ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่ากี่วันแล้ว หลักๆ คือแต่ละวันถ้าผมไม่ได้กำลังทำผิดกฎหมาย ก็คือกำลังเดินทางไปทำผิดกฎหมาย"

"วันนั้นที่ชั้นสาม ห้องวีไอพีลับสุดยอดด้านในสุด ผมข่มขืนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ หลินหยวนหยวน เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย"

"ผมไม่รู้ว่าพวกนั้นใช้วิธีไหนพาเธอมาที่นี่ ผมรู้แค่ว่าตอนนั้นผมเหมือนหมาบ้า ผมไม่ได้มองเด็กคนนั้น... หลินหยวนหยวน เป็นมนุษย์เลย ผมระบายอารมณ์อย่างบ้าคลั่ง เหมือนมีแต่วิธีนั้นที่จะทำให้ผมตื่นเต้นและมีความสุข..."

"ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นทำอะไรลงไปบ้าง มารู้ทีหลังว่าเด็กคนนั้นตาย... ตายเพราะถูกผมทรมาน ศพถูกพวกนั้นเอาไปจัดการ ซึ่งก็จัดการได้สะอาดหมดจด เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำให้ผม"

"ทุกอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น"

"อีกเหตุผลที่ผมเลือกมาที่นี่ในวันนี้ คือผมต้องการมาชี้จุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง เพื่อให้การสืบสวนง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และรวดเร็วขึ้น ผมไม่อยากสร้างความลำบากให้องค์กรไปมากกว่านี้แล้ว"

"มาครับทุกคน ตามผมขึ้นไปชั้นสาม ผมจะพยายามจำลองเหตุการณ์ตอนนั้นให้พวกคุณดูอย่างละเอียดที่สุด"

...เป็นที่รู้กันดีว่า

นักข่าวสายอาชญากรรมมักปากคมกริบ คำถามแต่ละดอกมักแทงใจดำ

แต่วันนี้ สื่อมวลชนทุกคนกลับพูดไม่ออก

ปกติคนร้ายมักจะหาทางแก้ตัวสารพัด จะมีคนร้ายที่ไหนออกมาแฉความชั่วของตัวเองแบบนี้?

นี่มัน... ไม่สมเหตุสมผลและขัดกับตรรกะทางวิทยาศาสตร์อย่างสิ้นเชิง

แต่คนหัวไวดังเช่นชาวเน็ตบางคนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ

ตัวอย่างเช่น คอมเมนต์หนึ่งที่เด้งขึ้นมาในไลฟ์สดของเซี่ยงไฮ้มีเดีย:

"เดี๋ยวนะ เจ้าหน้าที่หลินอีกแล้วเหรอ? ใช่เจ้าหน้าที่หลินคนเดียวกับที่ทำให้ศพลุกขึ้นมาพูดได้เมื่อเช้า แล้วก็เรียกฝนเรียกฟ้าผ่าตอนไขคดีหรือเปล่า?"

"เฮ้ย พอพูดขึ้นมา ฉันว่าใช่แน่ๆ ต้องเป็นเขา!"

"ฉันดูมาตั้งนาน รู้สึกตะหงิดๆ ว่าทำไมมันดู 'จริง' เกินไป ใครจะมาสารภาพหมดเปลือกขนาดนี้ แต่ถ้ามีตัวแปรเป็นเจ้าหน้าที่หลิน ทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที ถึงจะไม่ใช่วิทยาศาสตร์ก็เถอะ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า... ขำจนน้ำตาไหล นี่เจ้าหน้าที่หลินเป็นเทพเซียนลงมาจุติหรือเปล่าเนี่ย?"

"อ๋อ ถ้ามีเจ้าหน้าที่หลินเข้ามาเกี่ยว งั้นท่านรองฯ หลิวก็คงไม่โดนใส่ร้ายหรอก!"

"ขอบคุณเจ้าหน้าที่หลิน! ขอบคุณจริงๆ! นึกว่าคดีลูกสาวฉันจะไม่มีวันได้รับความเป็นธรรมซะแล้ว! ขอบคุณเจ้าหน้าที่หลิน!"

...ขณะที่ท่านรองฯ หลิวกำลังชี้จุดเกิดเหตุและเล่ารายละเอียดการก่ออาชญากรรมอย่างมีหลักฐานและเหตุผล ตู้ผิงที่อยู่ข้างๆ ก็ติดต่อผู้บังคับบัญชาได้ในที่สุด

"ท่านครับ ฟังผมก่อน!"

"ไม่ครับ ไม่ ท่านต้องฟังผมก่อน!"

"สถานการณ์ตอนนี้หลุดการควบคุมไปแล้วครับ ท่านรองฯ หลิวแฉข้อมูลออกมาไม่หยุด แต่ละเรื่องนี่ระเบิดลงตูมตาม แค่เรื่องเดียวก็สั่นสะเทือนวงการแล้ว!"

"อะไรนะครับ?"

"ท่านถามว่าเขาทำอะไรอยู่?"

"ตอนนี้กำลังชี้จุดเกิดเหตุครับ ใช่ครับ! เปิดเผยต่อสาธารณชนเต็มรูปแบบ! เรากันนักข่าวไม่อยู่ ท่านก็รู้ว่าถ้าตำรวจเราใช้กำลังบังคับ... ใช่ครับ ใช่ครับ ผมหมายความว่าอย่างนั้นแหละ..."

"ท่านครับ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมท่านรองฯ หลิวถึงทำแบบนี้ ได้ยินมาแค่ว่าดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลจากหลินเซิน... ใช่ครับ หลินเซินคนเมื่อเช้าจากสถานีเขตฉางหนิงนั่นแหละครับ โอ๊ย... ผมไม่รู้ ผมไม่รู้จริงๆ"

...ตู้ผิงแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว

เป็นตำรวจมาหลายสิบปี ไม่เคยเจอคดีแบบนี้มาก่อน

ตำรวจกลายเป็นส่วนเกิน ท่านรองฯ หลิวเล่นเองชงเองหมดทุกอย่าง สมกับที่บอกว่าไม่อยากสร้างความลำบากให้องค์กรจริงๆ

ทันทีที่วางสาย หลี่เฟิงที่หน้าตาบอกบุญไม่รับก็เดินเข้ามา

"หาเขาเจอไหม?"

"เขาก่อเรื่องไว้ขนาดนี้ แล้วหายหัวไปไหนเนี่ย?!"

หลี่เฟิงจนปัญญา "ผม... ผมไม่รู้!"

"อย่ามาแย่งบทฉัน!"

หลี่เฟิง: "..."

ก็ผมไม่รู้จริงๆ นี่หว่า!

บรรยากาศอึดอัดสุดขีด ตู้ผิงกัดฟันกรอดจนแทบได้ยินเสียงฟันกระทบกัน "เรื่องนี้มันบานปลายจนกู่ไม่กลับแล้ว หึ ดังระเบิดแน่! พวกเราดังทั่วประเทศแน่นอน! เผลอๆ จะดังไปทั่วโลกด้วยซ้ำ"

ฟังดูก็รู้ว่าไม่ใช่คำชม หลี่เฟิงสัมผัสได้

"ผอ.ตู้ครับ ในเมื่อ..."

"ต้องให้ฉันบอกอีกเหรอ?!"

ตู้ผิงระเบิดอารมณ์ใส่หลี่เฟิงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ช่างเถอะ ช่างเถอะ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ต้องแก้ไปทีละเปลาะ สั่งระดมกำลังพลทั้งหมดจากสถานีของคุณมาที่นี่เดี๋ยวนี้ ผมติดต่อสถานีเขตอื่นแล้ว กำลังเสริมกำลังเดินทางมา"

"บ้าเอ๊ย!"

ตู้ผิงผู้สุภาพเรียบร้อยถึงกับสบถคำหยาบ "คนเกี่ยวข้องมันเยอะเกินไป กำลังตำรวจที่มีอยู่ไม่พอใช้งานแน่"

หลี่เฟิงพูดเสียงอ่อย "ผอ.ตู้ครับ สถานีเราไม่เหลือคนแล้วครับ"

"แค่หลินเซินหายไปคนเดียว คนทั้งสถานีหายตามไปหมดเลยหรือไง?"

หลี่เฟิงรีบแก้ตัว "ไม่ใช่ครับ! เมื่อกี้ตอนคดีเฉาคุนแตก คนทั้งสถานีก็ถูกส่งไปจับกุมหมดแล้ว ผู้ต้องหาเยอะมาก จับกันไม่หวาดไม่ไหว ตอนนี้คนเดียวทำงานเท่ากับสามคน จะให้ไปหาคนมาจากไหนล่ะครับ?!"

ตู้ผิง: "..."

หลินเซิน ฉันควรจะลงโทษแกหรือให้โล่แกดีเนี่ย?

หลี่เฟิงถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ผอ.ตู้ครับ แล้วเบื้องบน... ว่ายังไงบ้าง?"

"ว่ายังไงน่ะเหรอ?!"

เบื้องบนไม่พูดอะไรเลย แต่เหมือนพูดทุกอย่างออกมาหมดแล้ว

ตู้ผิงหันขวับด้วยความโมโห เดินดุ่มๆ ไปทางท่านรองฯ หลิวที่กำลังชี้จุดเกิดเหตุ

ในขณะนั้น

ภายในห้องวีไอพี ท่านรองฯ หลิวยังคงสาธิตวิธีการก่ออาชญากรรมของเขาให้นักข่าวและชาวเน็ตนับล้านดูอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง แต่ก็น่าสะอิดสะเอียนสุดๆ... "สถานการณ์ก็ประมาณนี้แหละครับ"

"รายละเอียดลึกๆ กว่านี้ ผมเชื่อว่าฝ่ายตำรวจจะให้คำตอบที่น่าพอใจกับทุกคนได้"

ท่านรองฯ หลิวหันหน้าเข้าหากล้องสื่อมวลชน จงใจเรียกนักข่าวที่กำลังไลฟ์สดให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วกล่าวว่า "ณ ตรงนี้ ผมขอย้ำอีกครั้ง ผมรู้ว่าคดีของผมพัวพันคนจำนวนมาก และต้องมีการวิ่งเต้นใช้เส้นสายแน่นอน"

"นั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกสารภาพด้วยวิธีนี้ ผมไม่อยากให้ใครมาเล่นตุกติกเบื้องหลัง"

"นอกจากนี้ ผมขอเตือนเพื่อนร่วมขบวนการของผม อย่าได้ฝันหวานว่าจะหนีพ้นกฎหมาย และอย่าหวังพึ่งโชคช่วย ผมบอกเลยนะ ตราบใดที่เจ้าหน้าที่หลินยังอยู่ พวกแกหนีไม่รอดหรอก"

"ต่อหน้าเจ้าหน้าที่หลิน ไม่มีอาชญากรคนไหนซ่อนตัวได้ ผมคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด การมอบตัวและสารภาพบาปคือทางรอดเดียวของพวกแก!"

ท่านรองฯ หลิวประกาศก้องด้วยท่าทางขึงขังต่อหน้ากล้องนับสิบตัว

จบบทที่ บทที่ 021 มอบตัวคือทางรอดเดียวของพวกแก

คัดลอกลิงก์แล้ว