- หน้าแรก
- อย่าหาว่าผมงมงาย ก็ศพมันคายความลับ
- บทที่ 006 ชาวเน็ตนับแสนเป็นพยาน
บทที่ 006 ชาวเน็ตนับแสนเป็นพยาน
บทที่ 006 ชาวเน็ตนับแสนเป็นพยาน
เฉินเซียวเสี่ยวเล่าเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ พอเล่าจบ เธอก็มองหลี่เฟิงด้วยสายตาคาดหวังแล้วถามว่า "คุณตำรวจ คุณคงไม่เชื่อที่ฉันพูดสินะ?"
หลี่เฟิงพูดไม่ออก
แม้แต่ตำรวจนายอื่นที่ติดตามมาด้วยก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของพวกเขา เฉินเซียวเสี่ยวก็พอจะเข้าใจ "ตอนแรกฉันเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน แต่ความจริงมันก็คือความจริงวันยังค่ำ"
พูดจบ เฉินเซียวเสี่ยวก็วิ่งไปที่ขาตั้งกล้องใกล้ๆ ปลดโทรศัพท์ลงมาแล้วพูดใส่กล้อง "เพื่อนๆ ทุกคน ต้องขอโทษด้วยนะ วันนี้ฉันต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจในการสืบสวน ขอปิดไลฟ์ก่อนนะคะ"
ยอดคนดูออนไลน์ในไลฟ์สตรีมของเธอพุ่งทะลุหลักล้านไปนานแล้ว
คอมเมนต์วิ่งกันให้วุ่น
"แม่เจ้าโว้ย ฉันยังมึนตึ๊บอยู่เลย ศพฟื้นคืนชีพจริงๆ ด้วย"
"ตอนแรกนึกว่าสตรีมเมอร์จัดฉาก แต่พอเห็นตำรวจมาจริง ฉันนี่... อึ้งกิมกี่ไปเลย"
"เฮ้ยๆ ใครก็ได้สรุปให้ฟังหน่อยว่าตกลงเกิดอะไรขึ้น?"
"รักเธอจังเลย! สตรีมเมอร์ที่ใจเด็ดพอกับหน้าอกหน้าใจ ใครห้ามแย่งนะเว้ย!"
"ใครอยากรู้เรื่องราว จิ้มโปรไฟล์ฉันเบาๆ ได้เลย ฉันอัดคลิปไว้แล้ว แต่อย่าจิ้มแรงนะ ฉันกลัวเจ็บ!"
...
เฉินเซียวเสี่ยววิ่งกลับมาหาหลี่เฟิงพร้อมโทรศัพท์ "ถึงปกติฉันจะชอบพูดจาเลอะเทอะ แต่เรื่องนี้ฉันสาบานได้เลยว่าไม่ได้ใส่ไข่แม้แต่นิดเดียว"
"นี่ค่ะ บันทึกการไลฟ์สดเมื่อกี้ ดูเอาเองได้เลย"
"คลิปวิดีโอคงโกหกไม่ได้ใช่ไหมคะ?"
เฉินเซียวเสี่ยวกลัวหลี่เฟิงจะไม่เชื่อ จึงเปิดคลิปย้อนหลังให้ดูแล้วยื่นโทรศัพท์ให้
แถมยังย้ำอีกว่า "ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นมีชาวเน็ตอย่างน้อยห้าแสนคนเป็นพยานเห็นฉากมหัศจรรย์นั้นพร้อมกับฉัน พวกเขาเป็นพยานให้ฉันได้ค่ะ!"
หลี่เฟิงแทบจะยืนไม่อยู่
ไต่เต้ามาจนถึงตำแหน่งผู้กำกับสถานี ผ่านเรื่องราวระทึกขวัญมานับไม่ถ้วน
แต่หลังจากกวาดตามองคลิปวิดีโออย่างรวดเร็ว เขาก็แทบจะเป็นลมล้มพับ
เขารู้ดีว่าเรื่องนี้บานปลายไปกันใหญ่แล้ว
ไม่ใช่แค่เพราะวิธีการสืบสวนแบบไม่อิงวิทยาศาสตร์ของหลินเซิน แต่เป็นเพราะเหตุการณ์ทั้งหมดถูกถ่ายทอดสด และมีคนดูเป็นแสนๆ คน
แบบนี้... จะให้เขาอธิบายยังไงไหว?
มุมปากของหลี่เฟิงกระตุกไม่หยุด เปลือกตากระตุกยิกๆ
มือที่กำโทรศัพท์แน่นจนสั่น เขาถามย้ำกับเฉินเซียวเสี่ยวอีกครั้งอย่างไม่อยากเชื่อ "คุณ... คุณไลฟ์สดจริงๆ เหรอ?"
เฉินเซียวเสี่ยวที่ไม่กลัวแม้กระทั่งศพยืนได้ ตอนนี้กลับเริ่มหวั่นเกรงสายตาอำมหิตของหลี่เฟิง เธอตอบตะกุกตะกักเล็กน้อยแต่ก็พยายามตั้งสติอธิบาย "ไลฟ์สดจริงๆ ค่ะ"
"แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ"
"คือตอนนั้นฉันกำลังไลฟ์อยู่พอดี เจอสถานการณ์แบบนั้นใครจะไปทันคิดเรื่องอื่นล่ะคะ?"
นั่นสินะ
แม้จะโกรธแค่ไหน หลี่เฟิงก็ไม่ได้ดุด่าเฉินเซียวเสี่ยวรุนแรงนัก
"จางหมิงหยาง!"
จางหมิงหยางที่ยืนกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ข้างๆ เพราะคิดว่าคราวนี้คงไม่ต้องรับผิด ใครจะคิดว่าจู่ๆ หลี่เฟิงจะหันมาลงที่เขาอีก?
"ครับท่าน มีอะไรครับ?"
หลี่เฟิงกระแทกโทรศัพท์ใส่อกอีกฝ่าย สีหน้าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก "รีบให้คนไปจัดการเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นทั้งแกทั้งฉันได้ซวยกันหมดแน่!"
"หะ?"
"รับทราบครับ รับทราบ!"
จางหมิงหยางได้สติ รีบคว้าโทรศัพท์แล้ววิ่งหน้าตั้งกลับไปที่สถานีทันที
ต้องรู้ก่อนนะว่า ถ้าเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้หลุดออกไป ผลกระทบมันรุนแรงยิ่งกว่าการจับแพะสิบคนซะอีก
หลี่เฟิงพยายามควบคุมอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ แล้วหันไปถามเฉินเซียวเสี่ยวที่ยังคงตัวสั่น "เอ่อ... คนที่อ้างว่าเป็นตำรวจนั่น คุณแน่ใจนะว่าเขาไปสนามบิน?"
"เขา... เขาไปสนามบินใช่ไหม?"
เฉินเซียวเสี่ยวไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่รู้ว่าตัวเองอาจกำลังงานเข้า อารมณ์เลยดิ่งวูบทันที
เธอนึกขึ้นได้ "อ้อ จริงสิ ลืมไปเลย คุณตำรวจคนนั้นฝากบอกก่อนไป... จริงๆ ก็ไม่ได้ฝากบอกคุณหรอก เขาแค่พูดเปรยๆ ว่าถ้าตำรวจมา ให้บอกว่าเขาไปสนามบิน ไม่ต้องเป็นห่วง..."
"เขาช่างรอบคอบจริงๆ เป็นตำรวจที่ดีนะคะเนี่ย"
หลี่เฟิงพูดไม่ออก
เขามีลางสังหรณ์ร้ายแรงว่าหลินเซินต้องไปก่อเรื่องใหญ่ที่สนามบินแน่ๆ
หลี่เฟิงไม่กล้าชักช้า รีบบึ่งรถไปสนามบินพร้อมโทรหาหลินเซินยิกๆ แต่ปลายสายก็ไม่รับ
เฉินเซียวเสี่ยวไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร ได้แต่มองตาปริบๆ ขณะตำรวจเก็บกู้ศพ
"ฉันทำอะไรผิดเหรอ?"
"ฉันผิดตรงไหนเนี่ย!"
"ตกศพได้ แถมอัดคลิปเป็นหลักฐาน มันควรได้รางวัลพลเมืองดีไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่สิ ชาวเน็ตตั้งเยอะเป็นพยานให้ฉันได้"
ยิ่งคิด เฉินเซียวเสี่ยวก็ยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ เธอหยิบโทรศัพท์สำรองออกมาจากเป้ ล็อกอินเข้าแอปไลฟ์สดแล้วโพสต์ข้อความด่วน: "เพื่อนๆ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะมีปัญหา ใครยังไม่กดติดตามฝากกดด้วยนะ เดี๋ยวออกจากคุกแล้วจะมาตกศพให้ดูต่อ"
ในขณะเดียวกัน
โลกอินเทอร์เน็ตได้ระเบิดไปเรียบร้อยแล้ว
เริ่มแรก
คลิปหลินเซินปลุกศพและสอบปากคำในไลฟ์ของ "ท่านลอร์ดเซียวเสี่ยว" แพร่กระจายออกไปเพราะคนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องตลกขบขัน
คนส่วนมากคิดว่าเฉินเซียวเสี่ยวจัดฉากตามบทละคร แต่เป็นการแสดงที่แปลกแหวกแนวดี
คนดูเลยยังไม่เยอะเท่าไหร่
แต่พอทีมของหลี่เฟิงปรากฏตัว สถานการณ์ก็พลิกผันทันที
เพราะการมาของตำรวจเป็นการยืนยันชั้นดีว่าไลฟ์ของเฉินเซียวเสี่ยวไม่ใช่การแสดง แต่เป็นเหตุการณ์จริง!
ในโลกที่ใครๆ ก็พูดเรื่องผีแต่ไม่เคยมีใครเห็น จู่ๆ มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นจริงแบบนี้ มันมากพอที่จะทำลายโลกทัศน์ของทุกคนให้พังทลาย
คลิปวิดีโอต่างๆ ถูกแชร์ว่อนเน็ต บล็อกเกอร์มากมายต่างใส่สีตีไข่เพื่อเรียกยอดวิว
ชั่วพริบตาเดียว โลกออนไลน์ก็ปั่นป่วนไปหมด
กว่าจางหมิงหยางจะกลับไปถึงและประสานงานกับแผนกตรวจสอบทางไซเบอร์ สถานการณ์ก็เกินจะควบคุมแล้ว
มันเยอะเกินไป
คลิปต้นฉบับและคลิปรีโพสต์เกลื่อนกลาดไปหมด ลบยังไงก็ไม่หมด
ไม่เพียงแค่นั้น นักข่าวที่ได้กลิ่นข่าวเริ่มมุ่งหน้าไปสนามบินกันแล้ว ส่วนอีกกลุ่มใหญ่ก็บุกไปที่สถานีตำรวจเขตฉางหนิง ทุกคนต่างต้องการเกาะกระแสข่าวใหญ่นี้
ส่วนยอดผู้ติดตามของเฉินเซียวเสี่ยว พุ่งพรวดขึ้นกว่าสามล้านคนภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
สนามบินเซี่ยงไฮ้
หลินเซินรีบเร่งจนมาถึงสนามบินในเวลา 11:55 น.
"เฮ้อ!"
หลินเซินถอนหายใจยาว ถ้าพลังบำเพ็ญฟื้นคืนมามากกว่านี้ ระยะทางไม่กี่สิบกิโลเมตรคงใช้เวลาแค่กะพริบตา
หลินเซินไม่รู้ว่าจะต้องไปติดต่อใครเพื่อระงับเที่ยวบิน ทันใดนั้น พนักงานหญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาถามด้วยความสุภาพ "คุณคะ ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหมคะ? ดิฉันเป็นพนักงานของสนามบิน ถ้ามีอะไรบอกได้นะคะ..."
"ผมเป็นตำรวจ"
หลินเซินแสดงตัว "ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่จับกุมคนร้าย ผมต้องการ..."
หลินเซินแจ้งความต้องการออกไป พนักงานหญิงทำหน้าลำบากใจ "คุณคะ ต้องขอประทานโทษด้วยค่ะ รบกวนแสดงบัตรประจำตัวตำรวจก่อนนะคะ อีกอย่าง ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ เที่ยวบินที่คุณแจ้งเพิ่งจะเทคออฟไปเมื่อสักครู่นี้เอง..."
บินไปแล้ว?
"งั้นช่วยบอกวิธีทำให้เครื่องบินบินกลับมาหน่อย!"
หลินเซินพูดไม่ออก อุตส่าห์รีบแทบตายแต่ก็มาช้าไปก้าวเดียว
พนักงานหญิงตอบตามหน้าที่ "อันดับแรก รบกวนแสดงบัตรตำรวจก่อนค่ะ การจะให้เครื่องบินบินกลับมา ต้องติดต่อหอควบคุมการบิน... และต้องใช้เอกสารที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย"
หลินเซิน: "...นอกจากวิธีนั้น ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ?"
พนักงานหญิงเริ่มเข้าใจว่าหมอนี่น่าจะมาป่วน อ้างตัวเป็นตำรวจแต่ไม่มีบัตร
กวนประสาทกันชัดๆ!
ได้สิ ได้!
"ก็พอมีวิธีอยู่นะคะ ตราบใดที่มีสภาพอากาศเลวร้ายสุดขีด เครื่องบินก็จะบินต่อไปไม่ได้และต้องบินกลับมาเองโดยอัตโนมัติ"
พูดจบ พนักงานหญิงก็ชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้า
ได้ยินดังนั้น หลินเซินก็ถอนหายใจโล่งอกทันที "โธ่เอ๊ย ทำไมไม่บอกแต่แรก!"