- หน้าแรก
- อย่าหาว่าผมงมงาย ก็ศพมันคายความลับ
- บทที่ 005 ศพคืนชีพ
บทที่ 005 ศพคืนชีพ
บทที่ 005 ศพคืนชีพ
อย่าว่าแต่หญิงสาวเลย ต่อให้เป็นชายอกสามศอกมาเจอเรื่องแบบนี้ก็คงขวัญหนีดีฝ่อกันทั้งนั้น
แต่ตอนนี้เฉินเซียวเสี่ยวไม่เพียงไม่มีท่าทีหวาดกลัว กลับสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นอย่างรุนแรงจากคำพูดของเธอ
ความรู้สึกนั้น... ราวกับว่าเธอได้ทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่สะท้านฟ้ายังไงยังงั้น
เข็มนาฬิกาหมุนย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน
หลังจากหลินเซินออกมาจากสถานีพักขยะในเขตเมืองเก่า เขาก็มุ่งหน้ามายังริมแม่น้ำ การจะผสานพลังบุญกุศลนั้นห้ามมีสิ่งรบกวนจากภายนอกเด็ดขาด และเวลานี้ริมแม่น้ำก็แทบไม่มีผู้คน เหมาะเจาะพอดี
หลังโขดหินใหญ่
หลินเซินใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มในการผสานพลังบุญกุศลที่ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายจนสมบูรณ์
ด้วยการผสานพลังบุญกุศลนี้ พลังบำเพ็ญของหลินเซินฟื้นคืนกลับมาอย่างน้อย... หนึ่งในสิบล้านส่วน
หนึ่งในสิบล้าน ตัวเลขนี้อาจดูน้อยนิดเหลือเกิน
ทว่า พลังบำเพ็ญของหลินเซินก่อนที่จะพ่ายแพ้ต่อทัณฑ์สวรรค์นั้นสูงส่งจนยากหยั่งถึง เพียงแค่หนึ่งในสิบล้านส่วนนี้ก็นับว่าเป็นพลังที่แข็งแกร่งมหาศาลแล้ว
ตราบใดที่ฐานเดิมมีขนาดมหึมา ต่อให้เหลือเพียงหนึ่งในร้อยล้านส่วนก็ยังน่าสะพรึงกลัวอยู่ดี
ก่อนหน้านี้ตอนที่หลินเซินใช้วิชาเรียกวิญญาณ เขารู้สึกกินแรงอย่างชัดเจน แต่หากให้ใช้วิชาเรียกวิญญาณในตอนนี้ เพียงแค่พลิกฝ่ามือหรือแค่ความคิดวูบเดียวก็คงสำเร็จผล
เดิมทีหลินเซินคิดว่าโลกใบนี้ไม่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรของเขาเลยแม้แต่น้อย ชาตินี้คงต้องใช้ชีวิตเป็นตำรวจต๊อกต๋อยไปจนตาย
ใครจะไปคาดคิดว่าการถูกบังคับให้เป็นตำรวจจะนำมาซึ่งลาภลอยก้อนโตขนาดนี้?
จากการคำนวณของหลินเซิน ด้วยอัตราความเร็วระดับนี้ ขอแค่ไขคดีได้สักพันคดี...
ตามทฤษฎีแล้วควรจะเป็นเช่นนั้น ไขคดีสักพันกว่าคดี หลินเซินก็น่าจะพร้อมเผชิญทัณฑ์สวรรค์ได้อีกครั้ง
เมื่อมีพลังบำเพ็ญอยู่ในมือ การไขคดีฆาตกรรมพรรค์นี้ก็ง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคำนวณตามทฤษฎีของหลินเซิน พลังบุญกุศลนั้นลึกลับซับซ้อนเกินไป คดีนี้อาจจะมี แต่คดีหน้าอาจจะไม่มีก็ได้
อย่างไรก็ตาม หลินเซินไม่ใช่คนประเภทชอบตีตนไปก่อนไข้
จะมีหรือไม่มี ลองทำดูก็รู้เอง
หลินเซินกู้คืนพลังบำเพ็ญมาได้ส่วนหนึ่งและค้นพบหนทางแห่งการบำเพ็ญเพียรแล้ว อารมณ์ของเขาจึงดีขึ้นทันตาเห็น
ตอนนี้เขารู้สึกว่าการเป็นตำรวจ แม้จะไม่ตื่นเต้นเร้าใจเท่าการปราบมารสยบปีศาจ แต่ก็ยังได้กำจัดคนชั่วสร้างความสงบสุขให้แก่ราษฎร รับใช้ประชาชน
ก็ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน
หลินเซินลุกขึ้น เตรียมจะกลับไปที่สถานีเพื่อถามว่ายังมีคดีอื่นอีกไหม
ทันทีที่กำลังจะก้าวขา เสียงอุทานด้วยความตกใจก็ลอยเข้าหู
"เพื่อนๆ ฉันตกปลาได้แล้ว ตกได้แล้ว..."
"กดไลก์เลย ตัวนี้ต้องมีห้าสิบชั่งขึ้นไปแน่ๆ"
"เบ็ดไม่ติดหินหรอก ไม่ใช่แน่นอน"
...หลินเซินมองทอดสายตาไปไกล เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยื้อยุดฉุดกระชากปลาขึ้นฝั่ง
แม้จะอยู่ห่างเกือบร้อยเมตร แต่หลินเซินก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
หญิงสาวสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ขับเน้นรูปร่างสัดส่วนออกมาได้อย่างลงตัว
ยิ่งไปกว่านั้น เพียงแค่แวบแรก หลินเซินก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความสดใสของวัยรุ่นเต็มเปี่ยม
แน่นอนว่าหลินเซินไม่ได้สนใจในอิสตรี... อย่างน้อยก็ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทนี้
จังหวะที่เขาจะเดินจากไป ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นอีกครั้ง
"คุณพระช่วย เพื่อนๆ ทายซิว่าฉันตกอะไรได้"
"ศพ!"
"ฉันตกศพขึ้นมาได้จริงๆ ด้วย"
"นี่มัน... ชีวิตช่างเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์จริงๆ ไม่ได้โม้นะ จริงๆ... ศพแน่ๆ... เน่าเปื่อยหมดแล้วเนี่ย..."
พอได้ยินดังนั้น หลินเซินก็หูผึ่งด้วยความสนใจทันที
ช่างเหมือนมีคนส่งหมอนมาให้ตอนกำลังง่วงจริงๆ คดีวิ่งเข้าหาถึงที่
หลินเซินเคลื่อนกายวูบเดียว ข้ามระยะทางเกือบร้อยเมตรภายในไม่กี่อึดใจ
และหญิงสาวคนนั้นก็คือสตรีมเมอร์สายตกปลา เฉินเซียวเสี่ยว
เฉินเซียวเสี่ยวเพียงแค่ลากศพขึ้นมาปริ่มน้ำ แต่ไม่มีแรงพอจะลากขึ้นฝั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวหรือตื่นเต้น หน้าอกหน้าใจที่โดดเด่นของเธอกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง เสียงหายใจดังหอบ
แฮ่ก
แฮ่ก
จนเธอไม่ทันสังเกตเห็นหลินเซินที่โผล่มายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง
"ผมเป็นตำรวจ ให้ผมจัดการเถอะ"
"ว้าย!"
เฉินเซียวเสี่ยวสะดุ้งโหยงกับเสียงที่ดังขึ้นกะทันหันของหลินเซิน เธอหันขวับมามองสำรวจเขาด้วยความสงสัย "บังเอิญจัง? คุณเป็นตำรวจเหรอ?"
"อืม"
หลินเซินไม่คิดอธิบายมากความ เขาเดินเข้าไปนั่งยองๆ เตรียมใช้วิชาเรียกวิญญาณที่เรียบง่ายที่สุดเพื่อเรียกวิญญาณผู้ตายขึ้นมาสอบถามคดีและไปจับคนร้ายทันที
หลินเซินไม่อยากเสียเวลามากนัก ตอนนี้เขาหมกมุ่นอยู่กับการฟื้นฟูพลังบำเพ็ญสุดๆ
นอกจากตัวผู้ใช้วิชาแล้ว วิชาเรียกวิญญาณยังต้องมีเงื่อนไขบางอย่าง
เช่น วันเดือนปีเกิดของผู้ตาย หรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ตาย
หลินเซินก้มลงหยิบเส้นผมจากศพขึ้นมาหนึ่งเส้น
เฉินเซียวเสี่ยวเป็นคนนิสัยห้าวหาญ ไม่ได้หวาดกลัวศพเน่าเปื่อยเท่าไหร่นัก แต่พอเห็นหลินเซินแตะต้องศพเน่าเฟะด้วยท่าทีสงบนิ่ง เธอกลับเกิดความสนใจในตัวเขาขึ้นมาอย่างจัง
"นี่ๆ สุดหล่อ นายเป็นตำรวจจริงเหรอ?"
"นายชันสูตรศพเป็นด้วยเหรอ?"
"ดูแล้วอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน นายทำคดีแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?"
"เอ่อ... ฉันตกศพนี้ได้ มีเงินรางวัลไหมอะ?"
"...ไร้สาระ!"
เฉินเซียวเสี่ยวพล่ามใส่หลินเซินเป็นชุด แต่เขาไม่มีทีท่าจะตอบโต้ ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อย
หลินเซินจะไปสนใจเฉินเซียวเสี่ยวได้ยังไง? เขาเอาเส้นผมมาแล้วเริ่มใช้วิชาเรียกวิญญาณทันที
เพียงแค่สิบวินาที ลมเย็นยะเยือกก็พัดวูบผ่าน ทำให้เฉินเซียวเสี่ยวรู้สึกหนาวสั่นราวกับฤดูหนาวมาเยือน
และศพที่แช่อยู่ในน้ำก็ลุกพรวดพราดขึ้นมา
เนื่องจากแช่น้ำมานาน ร่างกายจึงบวมอืด ใบหน้าเดิมแทบจำไม่ได้ พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยมาเป็นระลอก
ภาพสยดสยองพรรค์นี้มีหรือหลินเซินจะไม่เคยเห็น?
ฉากตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนเลยแม้แต่น้อย
ศพนั้นเดินทื่อๆ ขึ้นมาบนฝั่ง เศษเนื้อเน่าเปื่อยมีน้ำหยดติ๋งๆ ดูเหมือนมันยังงุนงงที่จู่ๆ ก็ถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพ
"ฉัน... ฉันฟื้นได้ยังไง?"
"นายชุบชีวิตฉันเหรอ?"
"จำได้ว่าฉันตายไปแล้วนี่นา ลอยตุ๊บป่องอยู่ในน้ำ... หนาวจัง..."
หลินเซินพูดแทรกขึ้น "ผมเป็นตำรวจ ผมแค่อยากรู้สาเหตุการตายของคุณ เรื่องอื่นผมไม่สน"
"ตำรวจ?"
"ไม่ ไม่ถูกสิ ตำรวจจะเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ได้ยังไง... ไม่ใช่ๆๆ..."
หลินเซินสะบัดมือวูบหนึ่ง แม้จะไม่สัมผัสถูกตัวศพ แต่พลังที่มองไม่เห็นก็จับศีรษะของศพหมุนคว้าง 360 องศา
"บอกสาเหตุการตายมา!"
ศพสงบปากสงบคำทันที ละล่ำละลักบอก "บอกแล้วๆ ครับคุณตำรวจ อย่าเพิ่งโมโห"
จากคำบอกเล่าของศพ หลินเซินได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจจะไปไล่จับคนร้ายด้วยตัวเอง แต่ศพกลับพูดขึ้นด้วยความร้อนรน "คุณตำรวจ ถ้าคุณเป็นตำรวจจริงๆ ช่วยรีบไปจับมันทีเถอะครับ"
"เมื่อกี้ฉันกำลังตามติดมันอยู่ แต่นายดันเรียกตัวฉันมาซะก่อน"
"มันซื้อตั๋วเครื่องบินรอบเที่ยงวันนี้"
หลินเซินก้มดูเวลาในโทรศัพท์ อีกไม่ถึงสิบนาทีจะเที่ยง จากตรงนี้ไปสนามบินประมาณสามสิบกิโลเมตร หลินเซินประเมินแล้วว่าถ้าแจ้งไปตามขั้นตอนปกติคงไม่ทันการณ์ ขืนเครื่องบินขึ้นไปแล้วการจับกุมจะยิ่งยากลำบาก
ถ้าคนร้ายหนีไปได้ คดีนี้ก็ถือว่ายังไม่จบ
หลินเซินไม่กล้าชักช้า เขาฟื้นฟูพลังบำเพ็ญมาได้ส่วนหนึ่งแล้ว น่าจะไปถึงสนามบินทันก่อนเครื่องขึ้น
"ไปชี้ตัวคนร้ายกับฉัน!"
หลินเซินคว้ามือจับกลางอากาศ กระชากกลุ่มไอสีดำออกมาจากร่างศพ จากนั้นร่างของเขาก็หายวับไปในพริบตา