- หน้าแรก
- อย่าหาว่าผมงมงาย ก็ศพมันคายความลับ
- บทที่ 007 อากาศแบบนี้เลวร้ายพอหรือยัง?
บทที่ 007 อากาศแบบนี้เลวร้ายพอหรือยัง?
บทที่ 007 อากาศแบบนี้เลวร้ายพอหรือยัง?
ปฏิกิริยาของหลินเซินทำให้พนักงานหญิงขบขันขึ้นมาทันที
หมอนี่ติงต๊องหรือเปล่า?
แน่นอนว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพที่ดีเยี่ยม เธอจึงไม่แสดงความคิดในใจออกมา
"เอ่อ... มีอะไรให้ดิฉันช่วยอีกไหมคะ?"
หลินเซินถามต่อ "สภาพอากาศแบบไหนถึงจะเรียกว่าเลวร้ายครับ?"
พนักงานหญิงชะงักไปทันที
ปากก็พูดคำว่าสภาพอากาศเลวร้ายอยู่บ่อยๆ แต่... ดูเหมือนจะไม่เคยมีใครนิยามความหมายของคำคำนี้ให้พวกเธอฟังชัดๆ เลยแฮะ
"เอ่อ... คือ... ดิฉันเป็นแค่พนักงานต้อนรับ คงให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ค่ะ" พนักงานหญิงเริ่มหมดความอดทน เธอกล่าวว่า "คุณคะ ถ้าคุณมีภารกิจด่วนของตำรวจจริงๆ รบกวนแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ แล้วดิฉันจะประสานงานให้..."
"แต่ถ้าคุณเป็นพวก... คุณคงเข้าใจความหมายของดิฉันนะคะ?"
น้ำเสียงของเธอเจือแววสงสัยอย่างชัดเจน
หลินเซินโบกมือ "ช่างเถอะ เดี๋ยวผมลองดู"
"ลองอะไรคะ?"
"ลองทำสภาพอากาศเลวร้ายดูครับ"
พนักงานหญิง: "???"
ทันใดนั้น เด็กสาวคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาพร้อมถือโทรศัพท์ในมือ สายตามองสำรวจหลินเซินสลับกับหน้าจอโทรศัพท์อย่างระมัดระวัง
ไม่กี่วินาทีต่อมา เด็กสาวก็สูดหายใจเฮือกใหญ่
"กรี๊ด!"
"คุณคือตำรวจในไลฟ์ของท่านลอร์ดเซียวเสี่ยวคนนั้นนี่นา"
"คุณ... คุณตามมาถึงสนามบินจริงๆ ด้วย"
"ฉันแค่แวะเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว คุณเหาะมาเหรอคะเนี่ย?"
หลินเซินไม่ค่อยเข้าใจคำว่าไลฟ์สดอะไรนั่นเท่าไหร่ และตอนนี้เขาก็ไม่อยากสนใจเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคดี เขาชำเลืองมองเด็กสาวที่กำลังตื่นเต้น แล้วเผลอยิ้มบางๆ ให้อย่างเป็นนิสัย
รอยยิ้มนี้เล่นเอาเด็กสาวแทบจะละลายตายคาที่
"หล่อมาก!"
"หล่อวัวตายความล้ม!"
"เป็นตำรวจ แถมยังหล่อ แล้วก็ดูลึกลับ... นี่มันสเปกชายในฝันชัดๆ"
เด็กสาวแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว
จะโทษเธอก็ไม่ได้ หลินเซินหน้าตาดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งบวกกับกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญเพียรที่ชวนให้ผู้คนเลื่อมใสศรัทธา ก็มากพอที่จะพิชิตใจคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ได้
เด็กสาวจ้องหลินเซินตาค้าง ราวกับตกลงไปในหุบเหวไร้ก้นบึ้ง
เมื่อข่าวเรื่องหลินเซินปลุกศพขึ้นมาสอบปากคำแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ คนในสนามบินก็เริ่มจำเขาได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ไม่ใช่แค่ในโลกออนไลน์ แต่โลกออฟไลน์ข่าวก็กระจายไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
หลายคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหลินเซินรัวๆ
"นึกว่าเรื่องแต่งซะอีก ไม่คิดว่าจะมีตัวตนอยู่จริง"
"ทำไมเขามาคนเดียวล่ะ? ไม่เรียกกำลังเสริมเหรอ?"
"หล่อจัง เขาต้องเล่นมายากลเป็นแน่ๆ!"
"ตำรวจเล่นมายากลได้ ฉันชอบจังเลย..."
...หลินเซินคร้านจะสนใจพวกเขา เขาโยนวิญญาณในมือทิ้งไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็เริ่มประสานอินอย่างรวดเร็ว ปากท่องมนตร์เสียงแผ่วเบา
อยากได้สภาพอากาศเลวร้ายใช่ไหม? เดี๋ยวจัดให้แบบแฮนด์เมดเลย
โชคดีที่พลังบำเพ็ญของหลินเซินฟื้นคืนมาบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีปัญญาทำให้เครื่องบินบินกลับมาได้จริงๆ
พวกไทยมุงเห็นหลินเซินเริ่มทำท่าประสานอินและท่องมนตร์อีกครั้งก็ยิ่งตื่นเต้น ผู้คนเริ่มมุงดูมากขึ้นจนโถงสนามบินแน่นขนัด
"ฟีลนี้เลย ตอนอยู่ริมแม่น้ำเขาก็ทำท่าแบบนี้"
"แต่ที่นี่ไม่มีศพนะ จะทำอะไรอีก?"
"พวกนายไม่รู้อะไร เขาจะทำให้เครื่องบินบินกลับมาต่างหาก"
"ว่าไงนะ? เดี๋ยวนี้วิวัฒนาการถึงขั้นใช้ไสยเวทคุมเครื่องบินกันแล้วเรอะ?"
"บ้าบอ สมองกลับหรือไง? ไม่ได้ยินที่เขาพูดเหรอว่าเขาจะสร้างสภาพอากาศเลวร้ายเพื่อบังคับให้เครื่องบินบินกลับมา?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ขำจะตายอยู่แล้ว ไอ้มั่วเอ๊ย นี่จะเป็นตำรวจได้ไง?"
"เอาล่ะๆ เดี๋ยวนี้เขาฮิตถ่ายละครสั้นปัญญาอ่อนแบบนี้กันแล้วเหรอ?"
"ฉันไม่ขึ้นเครื่องแล้วโว้ย จะรอดูว่าเขาจะเสกฝนเสกฟ้ายังไง ให้ตายเถอะ เกิดมาเคยเห็นแต่คนขี้โม้ ไม่เคยเห็นใครโม้ได้หลุดโลกขนาดนี้มาก่อน"
...ไทยมุงต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
บางคนที่ดูคลิปหลินเซินปลุกศพมาแล้วก็เชื่อสนิทใจ แต่คนส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องตลกขบขัน บางคนถึงขั้นคิดในใจว่าจะรอสมน้ำหน้าตอนหลินเซินหน้าแตก
แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตะลึงก็เกิดขึ้น
เมื่อสิ้นเสียงท่องมนตร์ของหลินเซิน ท้องฟ้าที่เดิมทีแดดจ้าพลันมืดครึ้ม เต็มไปด้วยสายฟ้าและเสียงฟ้าร้องคำราม
ครืน...
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดผ่าลงมาเหนือสนามบินอย่างบ้าคลั่ง ราวกับท้องฟ้าจะถล่มทลาย
ไม่ใช่แค่สายฟ้า แต่ลมพายุรุนแรงก็พัดกระหน่ำมาพร้อมกัน
ฝนห่าใหญ่เทลงมาราวฟ้ารั่ว
เสียงประกาศของสนามบินดังขึ้นทันที:
"เรียนผู้โดยสารผู้มีอุปการคุณทุกท่าน เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงกะทันหัน เที่ยวบินทั้งหมดจำเป็นต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เวลาออกเดินทางที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง..."
ทุกคน: "???"
ทุกคนตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ถ้าไม่มีหลินเซินอยู่ตรงนี้ นี่คงเป็นแค่สภาพอากาศแปรปรวนกะทันหันตามธรรมชาติ
แต่ตอนนี้ทุกคนต่างเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้เข้ากับหลินเซิน
มันออกจะเหลือเชื่อเกินไปหน่อย
แต่... โลกนี้มันจะมีความบังเอิญขนาดนี้เชียวหรือ?
หลินเซินคลายมือที่ประสานอิน ลืมตาขึ้นมองพนักงานหญิงที่ยืนแข็งทื่อ "อากาศแบบนี้เลวร้ายพอหรือยังครับ?"
พนักงานหญิง: "..."
หลินเซินเหลือบมองวิญญาณที่กอดถังขยะแน่นด้วยความกลัวเสียงฟ้าร้อง
"มา ตามฉันไปชี้ตัวคนร้าย"
ในสภาพอากาศวิกฤตขนาดนี้ หลินเซินไม่เชื่อว่าเครื่องบินที่เพิ่งขึ้นไปจะกล้าเสี่ยงบินต่อ
หลินเซินพาวิญญาณผีสาวเดินออกไปจับคน
ทันทีที่เขาเดินออกไป หลี่เฟิงที่กำลังร้อนรนก็นำกำลังมาถึงพอดี
เงียบกริบ
โถงสนามบินทั้งโถงเงียบสงัดผิดปกติ
นอกจากเสียงฟ้าร้องครืนครางบนท้องฟ้า ก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีก
จนกระทั่งทีมของหลี่เฟิงปรากฏตัว ผู้คนในที่เกิดเหตุก็กรูกันเข้ามาล้อมทันที รวมถึงนักข่าวสื่อมวลชนที่เพิ่งมาถึง พวกเขาล้อมหน้าล้อมหลังหลี่เฟิงไว้อย่างแน่นหนา
"ขอโทษนะครับ ทางตำรวจมีการนำเทคโนโลยีไสยศาสตร์มาใช้แล้วเหรอครับ?"
"คุณตำรวจครับ มีความคิดเห็นอย่างไรกับสภาพอากาศเลวร้ายที่สร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ครับ?"
"ชายหนุ่มคนที่ปลุกศพมาสอบปากคำและเรียกฝนเรียกฟ้าได้คนนั้น เป็นตำรวจจริงๆ ใช่ไหมครับ?"
...เมื่อได้ยินคำถามที่หลุดโลกขึ้นเรื่อยๆ หัวของหลี่เฟิงแทบจะระเบิด
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ: อะไรนะ? หลินเซินเรียกฝนเรียกฟ้าได้ด้วยเรอะ?
ผู้จัดการสนามบินรีบวิ่งเข้ามาด้วยความงุนงงไม่แพ้กัน
ในที่สุด พนักงานหญิงคนนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ดิ... ดิฉันอาจจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นค่ะ คือตำรวจคนเมื่อกี้บอกว่าจะจับคนร้าย ดิฉันแจ้งว่าเครื่องบินขึ้นไปแล้ว เขาไม่มีเอกสารมาแสดง ก็เลยถามว่ามีวิธีอื่นที่จะทำให้เครื่องบินบินกลับมาไหม"
"ดิฉันก็เลยบอกว่า เว้นแต่จะเกิดสภาพอากาศเลวร้าย ไม่งั้นก็..."
"แล้วหลังจากนั้น... ก็เกิดสภาพอากาศเลวร้ายแบบนี้แหละค่ะ"
หลี่เฟิง: "???"
ทุกคน: "???"
หลี่เฟิงพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เจ้าหลินเซิน!!!
แต่ต่อหน้าฝูงชน ภาพลักษณ์ของตำรวจยังคงต้องรักษาไว้ หลี่เฟิงไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องนี้มากนัก ยิ่งถามมากเดี๋ยวความแตก และเขาก็ไม่ตอบคำถามนักข่าวแม้แต่ข้อเดียว พูดน้อยผิดน้อย ไม่พูดไม่ผิด
หลี่เฟิงหันไปถามพนักงานหญิง "แล้วเขาอยู่ไหน?"
"เพิ่งออกไปค่ะ"
พนักงานหญิงกล่าว "เขาเหมือนพูดกับอากาศว่าจะพาไปชี้ตัวคนร้าย แล้วก็เดินไปทางนั้น... อุ๊ย นั่นไงคะ เขามาแล้ว"
ทุกคนมองตามนิ้วของพนักงานหญิง เห็นหลินเซินกำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมคุมตัวคนคนหนึ่งมาด้วย
ชายคนที่เดินมาข้างๆ เขาหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ปากพึมพำไม่หยุดว่า "นี่มันไม่วิทยาศาสตร์เลย มันไม่วิทยาศาสตร์ชัดๆ..."