เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 เปิดฉากรุก

บทที่ 62 เปิดฉากรุก

บทที่ 62 เปิดฉากรุก


เมื่อโจวหยวนกลับมาถึงตระกูลเซวีย ทุกคนแทบช็อก

เซวียหนิงเยว่วิ่งถลาเข้ามา ไม่สนใจพ่อแม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ โผเข้ากอดโจวหยวนทั้งน้ำตา

โจวหยวนกลืนน้ำลาย สัมผัสได้ถึงรังสีสังหารจากหลายสายตา โดยเฉพาะสายตายิ้มๆ ของท่านแม่ยาย...

หนิงเยว่... เจ้าทำแบบนี้ข้ากดดันนะเว้ย!

"ไม่เป็นไรแล้วๆ ข้ากลับมาครบสามสิบสองประการนี่ไง!"

โจวหยวนรีบดันนางออก แล้วคารวะเฉินซื่ออย่างนอบน้อม "ขออภัยที่ทำให้ท่านแม่ยายเป็นห่วงครับ"

เฉินซื่อสีหน้าดีขึ้นหน่อย ถอนหายใจ "คนปลอดภัยก็ดีแล้ว เจียนเจียเป็นห่วงเจ้าจนเป็นลมไปเลยนะ"

ห๊ะ? นางมีจิตสำนึกด้วยเหรอ? สงสัยเมื่อกี้ข้าเล่นใหญ่ไปหน่อย!

โจวหยวนรีบเปลี่ยนเรื่อง "เข้าไปคุยข้างในกันเถอะครับ"

เดินเข้าห้องโถง โจวหยวนได้พบกับชายชราระดับตำนานเป็นครั้งแรก อดีตผู้บัญชาการมณฑลต้าถง แม่ทัพใหญ่ผู้คุมกำลังพลนับหมื่น

เขารูปร่างผอมแห้ง หนังหุ้มกระดูก ดูทรุดโทรม แต่แววตาที่ฉายออกมาเป็นครั้งคราว ยังคงความดุดันน่าเกรงขาม

"ผู้น้อยโจวหยวน คารวะท่านแม่ทัพเซวีย"

เซวียฉางเยว่มองสำรวจโจวหยวนตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพูดช้าๆ "แม่ทัพอะไรกัน เรื่องเก่าๆ ทั้งนั้น ข้ากับจ้าวเฉิงสนิทกัน เรียกท่านลุงเถอะ"

โจวหยวนยิ้ม "ขอรับ ท่านลุง"

เซวียฉางเยว่กล่าวเรียบๆ "เรื่องวันนี้ข้าได้ยินมาหมดแล้ว เจ้าใช้ได้เลยนี่ กล้าถือกระบี่บุกฝ่าเมือง ไม่ใช่พวกขี้ขลาดตาขาว"

โจวหยวนถ่อมตัว "ท่านลุงชมเกินไปแล้ว เทียบกับตอนท่านนำทัพปราบพวกตาด (มองโกล) ความกล้าแค่นี้ของผู้น้อยเทียบไม่ติดหรอกครับ"

"เรื่องเก่าอย่าไปพูดถึงเลย"

เซวียฉางเยว่โบกมือ แต่ดูอารมณ์ดีขึ้นมาก "ดูสิ เลือดท่วมตัว เดี๋ยวสาวๆ จะตกใจ หนิงเยว่ พาโจวหยวนไปล้างเนื้อล้างตัว เปลี่ยนชุดใหม่ซะ"

"ค่ะท่านพ่อ!"

เซวียหนิงเยว่ดีใจสุดขีด รับคำแข็งขัน

แต่เฉินซื่อขัดขึ้น "จื่อหยวน นังเด็กขี้เกียจ เขยเจ้าจะไปอาบน้ำ ยังไม่รีบไปปรนนิบัติอีก"

"อ๊ะ? อ้อ! เจ้าค่ะ ฮูหยิน"

จื่อหยวนเดินเอ๋อๆ ไปหาโจวหยวน กลิ่นคาวเลือดฉุนกึก

โจวหยวนไม่สนว่าใครจะคิดยังไง รีบไปอาบน้ำให้สบายตัว แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่

แม้ชุดจะคับไปนิด แต่พออยู่บนตัวเขา กลับดูทะมัดทะแมง

เซวียหนิงเยว่ยิ้มหวาน "พี่โจว เสื้อผ้าท่านพ่อตอนหนุ่มๆ เหมาะกับท่านมากเลยค่ะ"

โจวหยวนขยับเข้าไปใกล้ กระซิบ "ชอบไหม?"

เซวียหนิงเยว่หน้าแดง ก้มหน้าตอบเสียงเบา "ชะ... ชอบค่ะ..."

โจวหยวนดึงนางมากอด "วันนี้ตกใจแย่เลยสินะ"

เซวียหนิงเยว่พยักหน้า "อื้อ ถ้าไม่มีพี่โจว หนิงเยว่ก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ยังไง"

"พูดจาเหลวไหล"

โจวหยวนบีบแก้มเนียนของนาง "ไป ออกไปข้างนอกกันเถอะ"

จื่อหยวนมองทั้งสองคนสวีทกัน ทำปากยื่น แล้วกระแทกเสียง "ฮึ!"

นางเอียงคอเก็บกวาดห้อง พึมพำ "ข้าจะฟ้องคุณหนู จะแฉให้หมดเลย"

พอกลับมาที่ห้องโถง ภาพลักษณ์ของโจวหยวนที่ดูองอาจผ่าเผยทำเอาทุกคนตื่นตะลึง

แม้แต่ฮูหยินเซวียยังอุทาน "หล่อเหลาเอาการ! เหมือนท่านพี่ตอนหนุ่มๆ ไม่มีผิด!"

เฉินซื่อฟังแล้วคันยิบๆ แต่หาเรื่องเถียงไม่ได้ เลยหันไปมองโจวหยวนด้วยสายตายิ้มๆ เหมือนเดิม

โจวหยวนเสียวสันหลังวาบ นึกถึงที่พ่อตาบอกว่าตอนหนุ่มๆ โดนคุมเข้ม ท่าทางจะเป็นเรื่องจริงแฮะ

เซวียฉางเยว่ถอนหายใจด้วยความเสียดาย พยักหน้าชื่นชม "ลูกผู้ชายต้องดูกันที่สง่าราศี โจวหยวน ราศีเจ้าไม่เหมือนบัณฑิตเลย"

"เมื่อกี้หลิงเอ๋อร์บอกข้าว่า 'สามก๊ก' เป็นฝีมือเจ้า เขียนได้ดีมาก ยิ่งใหญ่อลังการ อ่านแล้วเลือดลมสูบฉีด"

ทหารหาญพวกนี้ ขอแค่อ่านหนังสือออก มีใครบ้างจะไม่ชอบ 'สามก๊ก'

โจวหยวนประสานมือ "ท่านลุงชมเกินไปแล้ว ว่าแต่ตอนนี้สถานการณ์ในอวิ๋นโจวเป็นยังไงบ้าง ทหารสามพันนายของกองรักษาการณ์เมืองไปไหนหมดครับ?"

เซวียฉางเยว่โบกมือ "ข้าก็แค่คนแก่ธรรมดา รู้ไม่มากไปกว่าเจ้าหรอก แต่จากประสบการณ์ พวกกบฏลัทธิอู๋เซิงเตรียมการมาดีขนาดนี้ คงไม่ปล่อยกองรักษาการณ์เมืองไว้แน่"

"ข้าส่งคนไปสืบดูแล้ว อีกเดี๋ยวคงกลับมา"

พูดไม่ทันขาดคำ กวนเทียนซื่อก็เดินเข้ามารายงาน คุกเข่าลงข้างหนึ่ง "ท่านแม่ทัพ ได้ความแล้ว ทหารกองรักษาการณ์เมืองสามพันนาย นอนซมกันหมด ได้ข่าวว่าแหล่งน้ำถูกวางยา ท้องเสียกันทั้งกองทัพ ลุกไม่ขึ้นเลยครับ"

เชี่ย! พวกมันคิดวิธีนี้ได้ด้วยเหรอ?

โจวหยวนตกใจ ยาพิษที่จะล้มคนสามพันคนหาไม่ง่าย ต้องใช้ปริมาณมหาศาล แถมยังออกฤทธิ์เร็วเกินไปจนผิดสังเกต

แต่ยาถ่ายนี่สิ ออกฤทธิ์ช้า ราคาถูก หาซื้อง่าย เหมาะกับการวางยาในวงกว้างที่สุด

เซวียฉางเยว่ขมวดคิ้ว "แล้วจ้าวเฉิงล่ะ? เขาทำอะไรอยู่!"

กวนเทียนซื่อตอบ "ใต้เท้าจ้าวนำมือปราบไม่กี่ร้อยนาย และเกณฑ์ชาวบ้านมาช่วย กำลังปราบจลาจลไล่มาจากทางตะวันออก"

"แต่พวกจลาจลมีเยอะ ชาวบ้านที่เกณฑ์มาก็สู้ไม่เป็น เลยไม่ค่อยคืบหน้า"

เซวียฉางเยว่สั่ง "เอาแผนที่มา!"

องครักษ์รีบไปหยิบแผนที่มาจากห้องหนังสือ

เซวียฉางเยว่กางแผนที่ออก ขมวดคิ้วแน่น

โจวหยวนขยับเข้าไปดู แล้ววิเคราะห์ "ฝั่งตะวันออกของเมืองที่ดินแพง เจริญรุ่งเรือง แต่คนอยู่น้อย ส่วนใหญ่เป็นคฤหาสน์เศรษฐี"

"บุกมาจากทางตะวันออก คนที่เกณฑ์มาได้คงไม่เยอะ น่าจะเป็นพวกบ่าวไพร่เสียส่วนใหญ่ ซึ่งทั้งฝีมือและขวัญกำลังใจมีปัญหาแน่"

"ต่อให้ท่านพ่อตาเกลี้ยกล่อมเก่งแค่ไหน ก็คงยากที่จะให้บ่าวไพร่พวกนั้นยอมเอาชีวิตเข้าแลก สุดท้ายก็ต้องพึ่งมือปราบไม่กี่ร้อยคนนั่นแหละ"

เซวียฉางเยว่เงยหน้าขึ้น "เจ้าดูออกด้วยเหรอ?"

ฉวี่หลิงและคนอื่นๆ ก็อึ้ง ไหนว่าเป็นบัณฑิต ทำไมทั้งฆ่าคนเป็น ทั้งรู้กลยุทธ์การทหาร?

เซวียหนิงเยว่ยิ่งยิ้มแก้มปริ คิดในใจว่า พี่โจวของข้าเก่งที่สุด

โจวหยวนยิ้ม "แค่รู้นิดหน่อยครับ"

เซวียฉางเยว่กล่าว "ไม่ต้องถ่อมตัว ในสนามรบไม่มีคำว่าถ่อมตัว วิเคราะห์ต่อซิ"

โจวหยวนทำหน้าจริงจัง "พวกจลาจลมีเป็นหมื่น แต่ตัวหลักจริงๆ มีน้อย ลัทธิอู๋เซิงในอวิ๋นโจวมีไม่เกินร้อยคนหรอก ไม่งั้นคงก่อเรื่องใหญ่กว่านี้ไปนานแล้ว แถมยังต้องแบ่งคนไปล่อเสือออกจากถ้ำที่อำเภอชิงซานอีก"

"ความเห็นของข้าคือ ขอแค่กดดันขวัญกำลังใจพวกจลาจลให้ได้ในเวลาสั้นๆ พวกมันก็จะแตกพ่ายไปเอง"

"เพราะธรรมชาติของฝูงชนบ้าคลั่ง คือรังแกคนอ่อนแอ แต่กลัวคนเข้มแข็ง ทำลายขวัญกำลังใจ คุมสถานการณ์ให้ได้ แล้วค่อยแยกสลายการชุมนุม"

เซวียฉางเยว่เสียงเข้ม "พูดได้ดี! แต่ตอนนี้องครักษ์เสื้อแพรยังไม่กลับมา กองรักษาการณ์เมืองก็เดี้ยง จะเอามือปราบไม่กี่ร้อยคนไปทำลายขวัญกำลังใจพวกมันยังไง?"

โจวหยวนคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจ "เปิดฉากโจมตี! ประสานกับมือปราบและบ่าวไพร่ของท่านพ่อตา ตีโอบตัดกลางขบวนพวกจลาจล บีบให้พวกมันถอยไปทางใต้!"

เขาชี้ที่แผนที่ "ทางตะวันออกมีคนของท่านพ่อตาคอยไล่ต้อน แต่ไม่ค่อยได้ผล"

"ถ้าข้านำกำลังพลเดนตายห้าสิบนาย บุกจากตรอกทางเหนือ ชูธงกองรักษาการณ์เมือง เข้าโจมตีสายฟ้าแลบ พวกจลาจลต้องขวัญเสียวิ่งหนีแน่นอน"

กวนเทียนซื่อหน้าเปลี่ยนสี ตะโกนลั่น "ไม่ได้! หน้าที่ของเราคือปกป้องท่านแม่ทัพ! ไม่ใช่ปราบกบฏ!"

โจวหยวนสวนกลับ "ปราบกบฏคือการป้องกันที่ดีที่สุด ถ้าพวกเจ้าเรียกตัวเองว่าทหาร พวกเจ้าก็ต้องเป็นกำแพงปกป้องประชาชนตลอดไป!"

เซวียฉางเยว่ลุกพรวด แผ่รังสีอำมหิต

เขาประกาศก้อง "พูดได้ดี! ทหาร! ต้องเป็นกำแพงปกป้องประชาชน!"

"กวนเทียนซื่อ! นำคนห้าสิบคนไปกับโจวหยวน! ฟังคำสั่งเขา ประสานกับจ้าวเฉิง ตีพวกกบฏให้แตกพ่าย!"

ทหารต้องเชื่อฟังคำสั่ง

กวนเทียนซื่อแม้จะไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องจำใจรับคำ "รับทราบ!"

จบบทที่ บทที่ 62 เปิดฉากรุก

คัดลอกลิงก์แล้ว