เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 หอเฟิ่งหมิง

บทที่ 46 หอเฟิ่งหมิง

บทที่ 46 หอเฟิ่งหมิง


ดึกสงัด โจวหยวนวางพู่กันลง ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

"สามก๊ก" เขียนถึงตอนที่สามสิบ "ศึกกัวต๋อ อ้วนเสี้ยวพ่ายแพ้ โจโฉเผาเสบียงที่อูเจ๋อ" เพียงพอสำหรับการตีพิมพ์ไปอีกนานโข

อย่างน้อยภายในครึ่งเดือนนี้ เขาไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งคัดลอกอีก ไปถึงเมืองหลินอันก็เที่ยวเล่นได้สบายใจเฉิบ พบปะพูดคุยกับเหล่าบัณฑิตและขุนนางได้อย่างเต็มที่

ฤดูร้อนอากาศร้อนอบอ้าว มีเพียงยามค่ำคืนที่ลมพัดเย็นสบาย พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่น

โจวหยวนเดินออกจากเรือนพักไปยังศาลาริมน้ำหลังบ้าน

ช่วงนี้ยุ่งวุ่นวายไปหน่อย เดิมทีตั้งใจจะหมักเบียร์สักหน่อย แต่ตอนนี้คงไม่มีเวลาและปัจจัยไม่เอื้ออำนวย

เมืองอวิ๋นโจวตอนนี้เต็มไปด้วยวิกฤต ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก หวังแค่ให้หน่วยองครักษ์เสื้อแพรเร่งมือจัดการเรื่องยุ่งๆ พวกนี้ให้จบๆ ไป ชาวบ้านจะได้เลิกตื่นตระหนกกันสักที

เรื่องของหนิงเยว่ อย่างมากอีกสองวันก็รู้ผล แม่นางคนนี้รักมั่นคงและหนักแน่น ต่อไปจะจัดวางนางไว้ตรงไหนดี?

แล้วยังมีไฉ่หนี ฐานะนางพิเศษ แต่ก็รักลึกซึ้ง จะจัดการความสัมพันธ์หลังจากนี้ยังไง?

ในฐานะลูกผู้ชาย โจวหยวนต้องคิดการณ์ไกล

และปัญหาพวกนี้ สุดท้ายก็ต้องแก้ด้วยความสำเร็จในหน้าที่การงาน ฐานะเขยแต่งเข้าบ้าน ไม่เพียงพอจะรองรับความปรารถนาที่พองโตขึ้นทุกวันได้อีกแล้ว

ถึงเวลาต้องไต่เต้าขึ้นไปแล้วสินะ

นั่นหมายความว่า ความสัมพันธ์กับจ้าวเจียนเจียก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย อย่างที่พ่อตาบอก จะให้ต่างคนต่างอยู่แต่ในนามตลอดไปก็คงไม่ได้

ขณะกำลังคิดเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้า หันไปมองก็เห็นจ้าวเจียนเจียในชุดขาวเดินเข้ามา

โจวหยวนขมวดคิ้ว ถามงงๆ "ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมยังไม่นอน?"

อาจเพราะบรรยากาศยามค่ำคืนพาไป หรือเพราะอารมณ์ไม่ดี จ้าวเจียนเจียไม่ได้ทำหน้าบึ้งตึงใส่อย่างเคย

นางเพียงแค่พยักหน้าทักทายเบาๆ แล้วพูดเสียงค่อย "พรุ่งนี้สวีกวงเฉินเชิญตระกูลเซวียไปกินข้าว จัดงานเลี้ยงใหญ่ที่หอเฟิ่งหมิง แม้จะไม่พูดตรงๆ แต่ก็หมายถึงงานหมั้นนั่นแหละ"

"หนิงเยว่... สุดท้ายก็หนีชะตากรรมไม่พ้น"

โจวหยวนตอบ "รถถึงหน้าเขาย่อมมีทาง (เดี๋ยวก็มีทางออกเอง) เรื่องอาจจะไม่เลวร้ายขนาดนั้นก็ได้"

จ้าวเจียนเจียส่ายหน้า "ไม่ต้องพูดปลอบใจแบบขอไปทีหรอก มันไม่มีความหมายแล้ว"

"แต่โจวหยวน หนิงเยว่หนีชะตากรรมไม่พ้น แต่ข้าอยากหนี"

"วันนี้ข้าคุยกับท่านพ่อแล้ว ว่าจะขอหย่ากับท่าน ท่านพ่อไม่ได้คัดค้าน แค่ให้เราตกลงกันให้ดี"

โจวหยวนยิ้มขื่น "มิน่าถึงนอนไม่หลับ ที่แท้ก็แอบวางแผนทิ้งข้านี่เอง"

จ้าวเจียนเจียปรายตามอง ถอนหายใจ "ไม่ได้ทิ้ง ความจริงเราไม่เคยคบกันด้วยซ้ำ ไม่ใช่เหรอ?"

"ท่านก็มีชีวิตของท่าน ข้าก็มีชีวิตของข้า เราไม่มีวาสนาต่อกัน ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็แค่เพราะมิตรภาพของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเท่านั้น"

พูดถึงตรงนี้ นางเงยหน้ามองพระจันทร์

พึมพำว่า "ช่วงเวลาหนึ่ง หรือพูดตรงๆ คือสามเดือนหลังจากงานชุมนุมกวี ข้าเคยมีความหวังในตัวท่าน"

"เพราะท่านแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่โดดเด่น ถ้าตั้งใจมุมานะ อนาคตอาจจะก้าวหน้าได้"

"ถึงตอนนั้น เราอาจจะครองคู่กันอย่างมีความสุขก็ได้"

นางก้มหน้าลง พูดอย่างจนใจ "แต่น่าเสียดาย ที่เราต่างกันเกินไป ข้าทำใจให้เฉยชาเหมือนท่านไม่ได้ ไม่ไขว่คว้าอะไรเลย เอาแต่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย"

"ท่านดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไรสักอย่าง ทำตัวลอยไปลอยมา ไม่มีแก่นสาร"

"ในสายตาข้า มันคือความขี้ขลาด ไม่รักดี แต่ในสายตาท่านอาจจะเป็นวิถีชีวิตที่ท่านชอบ ข้าคงไม่ไปตำหนิอะไรอีกแล้ว"

"เพียงแต่..."

นางมองโจวหยวน น้ำตาคลอเบ้า "อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ว่า เราเข้ากันไม่ได้ ฝืนอยู่ด้วยกันต่อไปก็ไม่มีความสุข"

โจวหยวนถาม "เจ้าตัดสินใจเด็ดขาดแล้วเหรอ? ข้าบอกว่าอีกสิบวันจะให้คำตอบ นี่เพิ่งผ่านไปหกวันเองนะ"

จ้าวเจียนเจียยิ้มขมขื่น "ใช่ ยังไม่ถึงสิบวัน แต่ข้าไม่อยากรอแล้ว"

"เรื่องของหนิงเยว่ ทำให้ข้ารู้สึกสะเทือนใจ ข้ากลัว ข้าไม่กล้ารออีกแล้ว"

น้ำตาของนางเอ่อล้น พยายามข่มอารมณ์ พูดอย่างจริงจัง "โจวหยวน แม้เราจะไม่ได้ร่วมหอ แต่ก็ถือว่าได้ชื่อเป็นสามีภรรยากันช่วงหนึ่ง"

"วันหน้าถ้าท่านลำบาก ข้าเชื่อว่าตระกูลจ้าวยินดีจะช่วยเหลือท่าน"

"แต่ตอนนี้ ถ้าท่านยังให้เกียรติข้าอยู่ ก็ตกลงเถอะ หย่ากัน"

โจวหยวนถอนหายใจ

ชะตาชีวิตนี่นะ ใครจะไปรู้ เรื่องของหนิงเยว่อีกแค่สองวันก็จบแล้ว แต่จ้าวเจียนเจียกลับรอไม่ไหว

พูดมาขนาดนี้ ถ้าไม่ตกลงก็ดูจะไม่เหมาะสม

วันข้างหน้า นางจะเสียใจกับการตัดสินใจในช่วงเวลานี้ไหมนะ?

อาจจะเสียใจ แต่มันก็คงสายเกินไปแล้ว

ในที่สุดโจวหยวนก็พยักหน้า "ตกลง ข้าตกลง ไปเตรียมการเถอะ"

"ขอบคุณ"

จ้าวเจียนเจียรู้สึกโล่งอก ย่อกายคารวะโจวหยวนอย่างนอบน้อม แล้วเดินจากไปช้าๆ

ใต้แสงจันทร์ ร่างของนางดูบอบบางและต่ำต้อย โดดเดี่ยวและเงียบเหงา

นางไม่ได้เป็นคนเลวร้าย แค่ต้องการผู้ชายที่เก่งกาจสักหน่อย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร

โจวหยวนไม่โทษนางหรอก เพียงแต่คนเราต้องรับผลจากการกระทำของตัวเอง บางอย่างอาจต้องใช้เวลาถึงจะเห็นผล

"เฮ้อ เจียนเจียเอ๋ยเจียนเจีย ปฏิบัติการส่งผัวตัวเองให้คนอื่นครั้งนี้ ช่าง..."

โจวหยวนส่ายหน้าพึมพำ "วันข้างหน้าข้าอาจจะไม่ใช่ของเจ้าคนเดียวแล้วนะ เจ้าสงสารหนิงเยว่ แต่วันข้างหน้านางอาจจะมาแย่งสามีเจ้าก็ได้"

……

หอเฟิ่งหมิงตั้งอยู่ในทำเลทอง ตกแต่งหรูหราที่สุด

อย่างน้อยตอนโจวหยวนเดินเข้าไป ก็ยังอดตื่นตาตื่นใจกับความอลังการภายในไม่ได้ ต่างจากความฉูดฉาดของหอไป่ฮวา ที่นี่ดูเรียบหรูมีรสนิยม บ่งบอกถึงฝีมือช่างชั้นครู

วันนี้ไม่มีลูกค้าอื่น ร้านปิดรับรองแขกเหรื่อเป็นการภายใน แต่บรรยากาศก็ยังคึกคัก

คนตระกูลเซวียมากันครบ ตระกูลสวีก็พาผู้ใหญ่มาด้วย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มของใต้เท้าหวัง และเหล่าขุนนางรวมถึงท่านพ่อตาด้วย

สรุปคือ สำหรับโจวหยวน มีแต่คนกันเองทั้งนั้น

"อ้าว? เจ้ามาทำไม?"

หลิวเจ๋อทำหน้างง แต่เนื่องจากมีผู้ใหญ่เยอะ เขาเลยไม่กล้าทำตัวเสียมารยาทมากนัก

แค่ส่งสายตาดูถูก แล้วกระซิบเยาะ "โจวหยวน เจ้าเป็นแค่เขยแต่งเข้าบ้าน จะมาเสนอหน้าทำไม?"

แน่นอนว่าเขาพูดเบาๆ ไม่ให้คนอื่นได้ยิน

โจวหยวนยิ้ม "คุณชายหลิว วันนี้จะเลี้ยงอีกแล้วเหรอ?"

คำพูดนี้ทำเอาหลิวเจ๋อเจ็บจี๊ด คราวก่อนที่หอไป่ฮวาต้องเลี้ยงเหล้าทั้งร้านก็เพราะโจวหยวน โดนจี้ใจดำเข้าให้

"หึ!"

หลิวเจ๋อกำหมัดแน่น กัดฟันพูด "อย่าได้ใจไป เศษเงินแค่นั้นข้าจ่ายไหว"

"อีกอย่าง ข้าจะบอกอะไรให้นะ รู้ไหมทำไมสวีกวงเฉินถึงสนใจเซวียหนิงเยว่? เพราะตอนที่เขามาอวิ๋นโจว ข้าเป็นคนแนะนำเองแหละ"

"เจ้ากับเซวียหนิงเยว่รักกันปานจะกลืนกินไม่ใช่เหรอ? ข้าก็เลยส่งนางไปให้คนอื่นซะเลย ตอนนี้ทุกอย่างลงตัวแล้ว ชีวิตนางต่อจากนี้คงน่าเวทนาพิลึก"

"บอกให้ก็ได้ สวีกวงเฉินคนนี้โหดกับผู้หญิงจะตาย หอนางโลมทั่วหลินอันรู้กิตติศัพท์ดี เขาชอบซ้อมผู้หญิง"

โจวหยวนอึ้งไปเลย

อย่างนี้นี่เอง! ข้าก็ว่าทำไมสวีกวงเฉินจู่ๆ ถึงเล็งตระกูลเซวีย ที่แท้ไอ้เวรนี่เป็นคนเสี้ยม!

ตอนนั้นสั่งสอนมันไปตั้งหลายรอบ โจวหยวนยังสงสัยว่าทำไมคุณชายเอาแต่ใจคนนี้ถึงเงียบไป ไม่มาแก้แค้น

ที่แท้ก็แอบลอบกัดนี่เอง!

โจวหยวนต้องยอมรับว่า หมอนี่มันร้ายลึกจริงๆ ถ้าเขาไม่มีของดีอยู่กับตัว คงรับมือไม่ไหวแน่

เห็นโจวหยวนทำหน้าตกตะลึง หลิวเจ๋อสะใจสุดขีด!

ด้วยสถานะที่ค้ำคอ เขาไม่สามารถหักหน้าโจวหยวนตรงๆ ได้ แต่วันนี้ถือว่าได้แก้แค้นแล้ว

"โกรธล่ะสิ? ผู้หญิงที่ตัวเองชอบต้องไปเป็นทาสรับใช้คนอื่น แถมยังต้องโดนทุบตีระบายอารมณ์ รสชาติมันเจ็บปวดใช่ไหมล่ะ?"

หลิวเจ๋อหรี่ตายิ้ม "เจ้าทำตัวเองทั้งนั้น ใครใช้ให้มางัดข้อกับคุณชายอย่างข้า!"

โจวหยวนโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว พูดเสียงเรียบ "ไอ้หนู ระวังตัวไว้หน่อยนะ"

จบเรื่องนี้เมื่อไหร่ โจวหยวนมีวิธีจัดการมันแน่ ไม่ต้องถึงมือตัวเองด้วยซ้ำ

แค่ไปกระซิบกวนเทียนซื่อ ไอ้หน้าบากนั่น หึหึ รับรองมีหนังสนุกให้ดูแน่

จบบทที่ บทที่ 46 หอเฟิ่งหมิง

คัดลอกลิงก์แล้ว