เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 สะเทือนเลือนลั่นเจียงหนาน

บทที่ 36 สะเทือนเลือนลั่นเจียงหนาน

บทที่ 36 สะเทือนเลือนลั่นเจียงหนาน


การสืบสวนสอบสวนต้องใช้เวลา จะให้คลี่คลายคดีภายในชั่วโมงสองชั่วโมงคงเป็นไปไม่ได้ หวังอ๋างบอกว่าถ้ามีความคืบหน้าจะรีบแจ้งให้โจวหยวนทราบ

โจวหยวนก็ยินดีที่จะได้พักผ่อน กลับบ้านไปปั่น "สามก๊ก" อีกวัน ใช้พู่กันเขียนนี่ไม่ทันใจเหมือนพิมพ์คีย์บอร์ดเลย ความคืบหน้าช้าเป็นเต่าคลาน

แต่เรื่องที่น่ายินดีคือ ภายใต้การโปรโมทของ "โม่ยวิ่นไจ" บทกวี "หลินเจียงเซียน" แพร่กระจายไปทั่วอวิ๋นโจวด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการวรรณกรรมอวิ๋นโจวทันที

บัณฑิตมากมายต่างแย่งกันเผยแพร่ วงกว้างและความกระตือรือร้นสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ภายในสามวัน "หลินเจียงเซียน" ไม่เพียงแต่กลายเป็นหัวข้อสนทนายอดฮิตของบัณฑิตเมืองอวิ๋นโจว แต่ยังแพร่ไปถึงหูโจว, หลินอัน, เหิงโจว และเมืองอื่นๆ แม้แต่ในจินหลิง ก็ยังมีคนรู้เรื่องบทกวีอมตะบทนี้

ทั่วทั้งเจียงหนานตื่นตะลึง ชื่อเสียงของ "นักพรตหยวนอี้"ดังกระฉ่อนไปทั่วสองฟากฝั่งแม่น้ำแยงซี ส่วนนิยายเรื่อง "สามก๊ก" ที่ยังไม่วางจำหน่าย ก็กลายเป็นผลงานที่ผู้คนนับไม่ถ้วนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

สาขาต่างๆ ของโม่ยวิ่นไจทั่วเจียงหนานคึกคักไปด้วยผู้คน ยอดสั่งจองเบื้องต้นทะลุสองพันชุด ผลงานอันน่าทึ่งเช่นนี้ถือว่าไม่เคยมีมาก่อน

สองพันชุดฟังดูเหมือนไม่เยอะ แต่ในยุคที่คนรู้หนังสือมีน้อย หนังสือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ราคาเล่มละกว่าสิบตำลึง นี่คือเงินสองหมื่นตำลึง!

หักต้นทุนการพิมพ์และการขนส่ง โม่ยวิ่นไจน่าจะฟันกำไรอย่างต่ำหกพันตำลึง!

และนี่เป็นเพียงแค่ยอดจอง!

ยังมีคนอีกมากมายที่ยังลังเลเพราะยังไม่เห็นคุณภาพของหนังสือ

ผู้บริหารของโม่ยวิ่นไจแทบคลั่ง ตามหาตัวนักพรตหยวนอี้ให้ควัก แต่ก็ไม่กล้าเอิกเกริก

เพราะกลัวว่าโรงพิมพ์อื่นจะชิงตัดหน้าแย่งตัวคนไป

ส่วนโจวหยวนผู้ใจเย็น เพิ่งจะตื่นนอน ล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็ฝึกยุทธ์นั่งสมาธิ ออกกำลังกายเรียกเหงื่อ แล้วค่อยเดินนวยนาดไปกินอาหารเช้า

"โจวหยวน"

จ้าวเจียนเจียดูเหนื่อยล้า ขอบตาดำคล้ำ แต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนผิดปกติ

โจวหยวนสะดุ้งโหยง ผิดปกตินะเนี่ย ภรรยาข้าช่วงนี้ควรจะเหม็นขี้หน้าข้าสิ ทำไมจู่ๆ มาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน

เรื่องผิดปกติย่อมมีเลศนัย!

เขารีบยิ้มประจบ "เจียนเจียกินข้าวหรือยัง? วันนี้ไม่ออกไปข้างนอกเหรอ?"

จ้าวเจียนเจียอารมณ์ซับซ้อน เรื่องของหนิงเยว่ทำให้นางนอนไม่หลับ หลายวันมานี้วิ่งเต้นหาคนช่วยแต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้สักที

เมื่อคืนนางอดรนทนไม่ไหวไปหาท่านพ่อ แต่คำตอบที่ได้คือ -- "เจียนเจีย เจ้าแต่งงานแล้ว เวลาเจอเรื่องที่แก้ไม่ได้ คนแรกที่ควรปรึกษาคือสามีของเจ้า ให้เขาช่วยแก้ปัญหา"

"หยวนเอ๋อร์เป็นคนฉลาด บางทีเขาอาจจะมีคำตอบสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้วก็ได้ เจ้าเองแหละที่มองข้ามไป"

จ้าวเจียนเจียรู้สึกว่าคำพูดของท่านพ่อมีความนัยแฝงอยู่ จึงตั้งใจมาหาโจวหยวน ปรับอารมณ์ให้ดูอ่อนโยนเข้าไว้

ถึงแม้... พอเห็นหน้ากวนๆ ของเขาแล้วจะอดหงุดหงิดไม่ได้ก็ตาม

"โจวหยวน ช่วยข้าหน่อยนะ"

จ้าวเจียนเจียยอมจับมือโจวหยวนก่อนเป็นครั้งแรก ทำหน้าตาน่าสงสาร "ช่วยหนิงเยว่หน่อยได้ไหม? พวกเราหมดหนทางแล้วจริงๆ แม้แต่เสด็จพ่อของหร่วนจื่อก็ไม่ยอมช่วย พวกเราสามพี่น้องต้องพึ่งท่านแล้วนะ"

โจวหยวนเกาหัว "เจ้า... ข้าสับสนไปหมดแล้ว ขอเวลาตั้งสติแป๊บ"

มาอยู่โลกนี้ตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่โจวหยวนทำตัวไม่ถูก คุณหนูจ้าวเจียนเจียจอมเหวี่ยง จู่ๆ ก็เปลี่ยนโหมดมาอ้อนแบบนี้ ปรับตัวไม่ทันจริงๆ

โจวหยวนถาม "เมื่อกี้เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?"

จ้าวเจียนเจียรีบตอบ "สามีเจ้าคะ! ช่วยพวกเราหน่อยนะ!"

เสียงอ้อนซะด้วย!

ที่แท้เสียงอ้อนของเมียข้าก็น่ารักขนาดนี้ ฟังแล้วกระดูกอ่อนไปหมด

โจวหยวนถอนหายใจยาว อดหัวเราะไม่ได้ บีบมือนุ่มนิ่มของภรรยาเบาๆ "เจ้าก็ ช่วงนี้ก็คอยอยู่เป็นเพื่อนหนิงเยว่เถอะ อย่าให้นางคิดสั้นก็พอ"

"เรื่องอื่นไม่ต้องห่วง ถึงเวลาเรือถึงสะพานหัวเรือก็ตรงเอง"

จ้าวเจียนเจียอึ้งไป ถามงงๆ "แล้วไงต่อ?"

โจวหยวนย้อน "แล้วไงต่ออะไร?"

จ้าวเจียนเจียร้อนรน "ไม่ใช่สิ วิธีการของท่านล่ะ? ท่านจะทำยังไง? หรือจะเอาประโยคนี้มาปัดความรับผิดชอบ?"

ความลับทำให้งานสำเร็จ ปากโป้งทำให้งานพัง เรื่องนี้สำคัญมาก โจวหยวนไม่กล้าประมาท

นี่เป็นงานแรกที่เขาทำในโลกนี้ จะพลาดไม่ได้ และจะล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด

เขาได้แต่ยิ้ม "เจียนเจีย อย่าใจร้อนสิ งานแต่งอีกตั้งครึ่งเดือน ถึงเวลาค่อยว่ากัน"

จ้าวเจียนเจียจะไม่ร้อนใจได้ยังไง รีบสวนกลับ "ท่านกำลังขอไปทีชัดๆ โจวหยวน หนิงเยว่ก็เพื่อนท่านนะ!"

"สองสามวันมานี้ข้าอยู่กับนาง นางพูดถึงท่านในแง่ดีตลอด ท่านจะนิ่งดูดายได้จริงๆ เหรอ?"

เมียข้ารักเพื่อนจริงๆ! ข้อนี้ข้าขอชื่นชม!

โจวหยวนตัดบท "เอ่อ ข้ามีธุระ ขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมหนิงเยว่กับเจ้าด้วย"

พูดจบ เขาก็วิ่งแน่บออกไปทันที

จ้าวเจียนเจียมมองตามหลัง กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจ "เฮ้อ... ไม่ควรคาดหวังกับเขาเลยจริงๆ"

……

"เถ้าแก่! ชงชา!"

โจวหยวนเดินกร่างเข้าไปในโม่ยวิ่นไจ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างสบายใจ

ทันใดนั้น เถ้าแก่ร้านก็วิ่งแจ้นเข้ามา ตื่นเต้นสุดขีด "โอ้พระเจ้าช่วย ท่านหยวนอี้ ในที่สุดท่านก็ปรากฏตัว!"

โจวหยวนยิ้ม "ทำไม? ตอนนี้อยากได้ต้นฉบับแล้วเหรอ? วันนั้นท่านเป็นคนไล่ข้าเองนะ"

เถ้าแก่รีบแก้ตัว "วันนั้นข้าตาบอด มีตาหามีแววไม่ ท่านหยวนอี้อย่าถือสาเลย เร็วเข้า ข้าเตรียมเงินสดไว้ให้ท่านหนึ่งพันตำลึงแล้ว ต้นฉบับมาหรือเปล่าขอรับ?"

โจวหยวนหรี่ตา พูดเสียงเบา "หนึ่งพันตำลึง? ข้าบอกแล้วไง วันนั้นพันตำลึง อีกสามวันมาใหม่ ราคาต้องเป็นสามพันตำลึงแล้ว"

"เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งปฏิเสธ!"

เห็นเถ้าแก่หน้าถอดสี โจวหยวนรีบเสริม "สำนักพิมพ์เจียงหนานกำลังตามหาตัวข้าให้วุ่น พวกเขายินดีจ่ายห้าพันตำลึงเชียวนะ เถ้าแก่ อย่าทำให้ข้าโมโหเดินหนีไปล่ะ"

ประโยคนี้ปิดทางถอยหมดทุกทาง เถ้าแก่อึ้งไปนาน ก่อนจะถอนหายใจอย่างยอมจำนน "เชิญท่านหยวนอี้ขึ้นชั้นบนเถิด เจ้านายของข้ารอท่านอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"

โจวหยวนลุกขึ้น เดินตามเขาขึ้นไปชั้นบน

ที่นี่เป็นห้องรับรองส่วนตัว เก้าอี้บุนวมอย่างดี โต๊ะชาหรูหรา กลิ่นกำยานหอมกรุ่น ไม่ฉุนเกินไป ให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย

ฉากกั้นไม้แกะสลักกั้นระหว่างทางเข้ากับห้องด้านใน มองเห็นเงาร่างเลือนรางของสตรีชุดขาวนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่เห็นหน้าตาไม่ชัดเจน

"ท่านนักพรตหยวนอี้ นำต้นฉบับมาด้วยหรือเปล่า?"

น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอำนาจ น่าจะเป็นคนระดับสูง มีบารมีพอตัว

แต่บารมีแค่นี้ขู่ได้แค่บัณฑิตทั่วไป สำหรับโจวหยวนที่ผ่านโลกมาโชกโชน ไม่มีผลหรอก

"ข้ามีความจริงใจอยู่แล้ว ต้นฉบับย่อมต้องเอามา"

พูดถึงตรงนี้ โจวหยวนยิ้มมุมปาก "สามพันตำลึง บวกส่วนแบ่งสี่ส่วนนี่คือเงื่อนไขของข้า สำหรับโม่ยวิ่นไจ ราคานี้น่าจะรับไหวพอดี"

หญิงสาวตอบเรียบๆ "เราให้ได้หกพันตำลึง แต่ไม่รับข้อเสนอส่วนแบ่ง"

โจวหยวนขมวดคิ้ว "หกพันตำลึงยอมจ่าย แต่ส่วนแบ่งกลับไม่ยอม? พูดตามตรง ต่อให้แบ่งสี่ส่วน ข้าก็ไม่คิดว่ามูลค่ารวมจะเกินหกพันตำลึงหรอกนะ"

หญิงสาวตอบ "เงินเป็นเรื่องรอง กฎระเบียบสำคัญกว่า ถ้ามีกรณีตัวอย่าง ต่อไปใครๆ ก็จะขอส่วนแบ่ง มันไม่เป็นผลดีต่อผลประโยชน์ระยะยาวของโม่ยวิ่นไจ"

โจวหยวนคิดครู่หนึ่ง "ไม่มีช่องว่างให้ต่อรองเลยเหรอ?"

หญิงสาวพูดเสียงเบา "ข้ามาอวิ๋นโจวด้วยตัวเอง ก็แสดงความจริงใจแล้ว ขอให้ท่านหยวนอี้เชื่อคำพูดข้า ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ไม่มีข้อยกเว้น"

โจวหยวนเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะยิ้ม "ตราบใดที่เป็นธุรกิจ ทุกอย่างเจรจากันได้ แต่เพื่อแสดงความจริงใจของข้า ข้าจะช่วยพิจารณาผลประโยชน์ระยะยาวของพวกท่านด้วย"

"ห้าพันตำลึง บวกกับส่วนแบ่งสี่ส่วนเฉพาะยอดขายที่เกินห้าพันเล่ม"

โจวหยวนหรี่ตา "ข้อเสนอนี้ท่านไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ยอดขายเกินห้าพันเล่ม หนังสืออื่นทำไม่ได้อยู่แล้ว ไม่กระทบกฎระเบียบในอนาคตของท่าน"

"และถ้า 'สามก๊ก' ขายได้เกินห้าพันเล่มจริงๆ ก็แปลว่าโม่ยวิ่นไจได้กำไรมหาศาลจากชื่อเสียงแล้ว จะแบ่งกำไรส่วนเกินแค่นี้ไม่ได้เชียวหรือ?"

เงียบ

หลังฉากกั้นเงียบไปนาน

ในที่สุด หญิงสาวก็ถอนหายใจเบาๆ "ท่านหยวนอี้ วันหน้าถ้าสนใจ เชิญมาหาข้าที่โม่ยวิ่นไจสาขาหลินอัน ท่านเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจจริงๆ"

โจวหยวนยิ้ม "สักวันคงได้ไป แม่นางมีนามว่าอะไร?"

หญิงสาวตอบเสียงเบา "ไม่บอก ถือเป็นการเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ ที่ข้าเจรจาล้มเหลวก็แล้วกัน"

โจวหยวนหัวเราะ แม่นางคนนี้น่าสนใจดีแฮะ

จบบทที่ บทที่ 36 สะเทือนเลือนลั่นเจียงหนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว