เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เที่ยวชมธรรมชาติกับชมรมกวี

บทที่ 13 เที่ยวชมธรรมชาติกับชมรมกวี

บทที่ 13 เที่ยวชมธรรมชาติกับชมรมกวี


ชีวิตในยุคโบราณมีความสนุกอะไรบ้าง?

ในมุมมองของโจวหยวน คำถามนี้เป็นเรื่องที่แล้วแต่มุมมอง

ไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากหอนางโลมแล้ว ก็ไม่มีชีวิตกลางคืนที่แท้จริง รูปแบบความบันเทิงมีน้อยมาก

แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน อย่างน้อยโจวหยวนก็สนุกไปกับมัน

ชาติก่อนผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเกินไป ตอนนี้ได้กินอาหารง่ายๆ ทุกวันจดจ่ออยู่กับสุขภาพของตัวเองและชีวิตที่เรียบง่าย สำหรับเขาแล้วมันช่างสุขสบาย

วิ่งออกกำลังกาย ชมดอกไม้ พาแมวเดินเล่น และแกล้งจื่อหยวนสาวใช้ตัวน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความสุขในการใช้ชีวิตจริงๆ

ฟ้าเพิ่งสาง แสงสีแดงเรื่อๆ ปรากฏทางทิศตะวันออก วันนี้ต้องเป็นวันที่อากาศดีแน่ๆ

โจวหยวนหยิบคันเบ็ดที่ทำเอง แล้วออกจากบ้าน วิ่งเหยาะๆ ไปจนถึงริมแม่น้ำอวิ๋นเจียง ได้ทั้งออกกำลังกายและเริ่มต้นชีวิตนักตกปลาในภพนี้ท่ามกลางแสงรุ่งอรุณ

ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่เหมาะแก่การตกปลา อากาศเริ่มอุ่นขึ้น ปลาต้องการอาหารมาก หากินเป็นวงกว้าง ติดเบ็ดง่าย แม้แต่มือใหม่ก็คงไม่คว้าน้ำเหลว

โจวหยวนไม่ได้เป็นเซียนตกปลา เพราะชาติก่อนไม่ค่อยมีเวลา แต่เขาก็รักการตกปลามาก

หาทำเลเหมาะๆ กางเก้าอี้ตัวเล็ก ชาร้อนหนึ่งกาเตรียมไว้พร้อมสรรพ

อ่อยเหยื่อ ผสมเหยื่อ ปรับสายเบ็ด ทุกอย่างทำได้อย่างคล่องแคล่ว

ตอนนั้นเองที่พระอาทิตย์ทางทิศตะวันออกโผล่พ้นขอบฟ้าออกมาครึ่งดวง โลกทั้งใบกำลังตื่นขึ้น

มือกำคันเบ็ดไม้ไผ่ จิตใจของโจวหยวนผ่อนคลายอย่างที่สุด เขาคิดว่าต่อให้วันนี้ไม่ได้ปลาสักตัวก็ไม่เป็นไร แค่ได้สัมผัสบรรยากาศก็ฟินสุดๆ แล้ว

อีกอย่างวันนี้ยังมีนัดสำคัญ...

เขามองไปที่ศาลาริมน้ำห่างออกไปร้อยเมตร นั่นคือจุดนัดพบกับเย่ชิงอิง มือปราบสาวรับปากว่าจะสอนวรยุทธ์ให้

เรื่องนี้ทำให้โจวหยวนตื่นเต้นมาก ถ้าได้เรียนวิชาจริงๆ ก็ดี แต่ถ้าขั้นตอนการสอนมีความโรแมนติกสักหน่อย ก็จะยิ่งสมบูรณ์แบบ

"เฮ้ย! ปลากินเบ็ดแล้ว!"

แรงสั่นสะเทือนจากคันเบ็ดดึงโจวหยวนออกจากภวังค์ เขารีบลุกขึ้นยืน สองมือกำคันเบ็ดแน่น แล้วกระตุกขึ้นอย่างแรง

จากนั้น... เขาก็ก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ที่ปลายเบ็ดมีปลาตะเพียนตัวเท่าสองนิ้วห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ

โธ่เอ๊ย นึกว่าปลายักษ์ ทำเอาข้าตื่นเต้นแทบตาย

โจวหยวนปลดปลาออก โยนกลับลงแม่น้ำ

เขาไม่เสียใจ แต่กลับดีใจด้วยซ้ำ ขอแค่มีปลากินเบ็ด ก็ต้องมีโอกาสได้ปลาใหญ่ วันนี้มีลุ้นแน่ๆ

แต่ความดีใจของเขาอยู่ได้ไม่นาน เสียงม้าร้อง เสียงล้อรถบดถนน ขบวนรถม้านับสิบคันเรียงรายเป็นมังกรยาว วิ่งมาตามถนนหลวงอย่างรวดเร็ว

เสียงดังอึกทึก ปลาที่เพิ่งจะมารวมตัวกันเพราะเหยื่ออ่อย ถูกทำให้ตกใจหนีไปหมด

โจวหยวนหันกลับไปมอง เห็นเหล่าบัณฑิตหนุ่มและคุณหนูตระกูลใหญ่ทยอยลงจากรถม้า

กะคร่าวๆ น่าจะมีเป็นร้อยคน คนขับรถและบ่าวไพร่เริ่มมารวมตัวกันที่ศาลาริมน้ำ จัดโต๊ะเก้าอี้และสถานที่กันอย่างวุ่นวาย

ส่วนพวกหนุ่มสาวก็จับกลุ่มกัน ชื่นชมทิวทัศน์รอบข้าง ส่งเสียงอุทานชื่นชมไม่ขาดสาย

"ซวยชิบหาย!"

โจวหยวนโมโหจนแทบควันออกหู เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันออกค่ายของชมรมกวีอวิ๋นโจว แล้วดันเลือกสถานที่มาลงตรงนี้พอดี

มีไอ้พวกเวรนี่มาส่งเสียงดัง แล้วข้าจะตกปลาหาพระแสงอะไรได้อีก!

ประเด็นคือโจวหยวนย้ายที่ไม่ได้ เพราะเทียบกับการตกปลาแล้ว เขากลัวจะพลาดนัดกับเย่ชิงอิงมากกว่า การเรียนวรยุทธ์คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้

เห็นจ้าวเจียนเจียและจื่อหยวนเดินลงมาจากรถม้า โจวหยวนรีบหันกลับมา ไม่กล้ามองอีก

เขาไม่อยากให้จ้าวเจียนเจียจำได้ ไม่อย่างนั้นอาจถูกบังคับให้ไปร่วมงานชุมนุมกวีบ้าบอนั่น เทียบกับการตกปลาแล้ว มันน่าเบื่อกว่าเยอะ

ช่างหัวมันเถอะ คิดมากไปทำไม อ่อยเหยื่อใหม่ ตกปลาต่อ!

อีกด้านหนึ่ง จ้าวเจียนเจียมมองทิวทัศน์แม่น้ำอวิ๋นเจียง รู้สึกเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ

แสงอาทิตย์ยามเช้าย้อมท้องฟ้าไปครึ่งแถบ สะท้อนลงบนผิวน้ำ น้ำไหลเอื่อยๆ สองฝั่งแม่น้ำเขียวขจีด้วยต้นหลิว ดอกผักกาดก้านขาวบานสะพรั่งสีเหลืองทอง งดงามเหลือเกิน

ยังมีนักตกปลานั่งโดดเดี่ยวอยู่ริมฝั่ง ราวกับเป็นจุดแต้มที่เติมเต็มชีวิตชีวาให้กับภาพวาดนี้ ทำให้โลกทั้งใบดูกลมกลืนกัน

เพียงแต่... เอ๊ะ? แผ่นหลังของนักตกปลาคนนั้น ทำไมคุ้นๆ จังนะ?

ทันใดนั้น เสียงเรียกจากข้างๆ ก็ดังขึ้น "เจียนเจีย สถานที่จัดเสร็จแล้ว รีบมาเป็นพิธีกรเถอะ เธอเป็นหัวใจหลักของงานนี้นะ"

"อ้อ ได้จ้ะ"

จ้าวเจียนเจียรับคำ เชิญทุกคนให้นั่งลง เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว

"สหายร่วมชมรมกวีทุกท่าน เหล่าบัณฑิตและพี่น้องทั้งหลาย กิจกรรมท่องเที่ยวประจำปีของชมรมกวีอวิ๋นโจว เริ่มต้นขึ้น ณ ริมแม่น้ำอวิ๋นเจียงในวันนี้"

"โต๊ะเก้าอี้ในงานนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทุกท่าน ส่วนเครื่องเขียน อาหาร ผลไม้ และชา ได้รับการสนับสนุนจากหอไป่ฮวา"

เหล่าบัณฑิตส่งเสียงเชียร์ ส่วนเหล่าคุณหนูต่างหน้าแดงด้วยความขัดเขิน

จ้าวเจียนเจียกล่าวต่อ "หอไป่ฮวาแม้จะเป็นหอนางโลม แต่ก็มีความจริงใจ เพื่อรักษาความสง่างามของกิจกรรมนี้ แม่นางไฉ่หนี ยอดบุปผาแห่งหอไป่ฮวา ได้แต่งบทกวีมอบให้ชมรมของเราหนึ่งบท"

แววตาของเหล่าคุณหนูเต็มไปด้วยความสงสัย ส่วนบัณฑิตหนุ่มเริ่มตะโกนกันแล้ว

"ร่ำลือกันว่าแม่นางไป่ฮวาเปี่ยมพรสวรรค์ รักในบทกวี พวกเราอยากเห็นนักว่านางมีความสามารถแค่ไหน"

"ใช่แล้ว ถ้าเป็นบทกวีที่ดีจริง การรับเงินสนับสนุนจากหอนางโลมก็ไม่ถือว่าเสียหาย"

"แม่นางจ้าว โปรดอ่านเถิด ให้พวกเราได้ชื่นชม"

จ้าวเจียนเจียยิ้มบางๆ นางชอบบทกวีนี้มาก ท่องจำได้จนขึ้นใจ

นางสูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ แล้วอ่านบทกวีออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมความรู้สึก

ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ ผ่านไปกว่าสิบอึดใจ ถึงได้มีเสียงตอบรับดังสนั่นหวั่นไหว

"กลอนดี! เป็นบทกลอน 'หม่านถิงฟาง' ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

"กลอนนี้ซึ้งกินใจ สะเทือนอารมณ์ แม่นางไป่ฮวานับเป็นคนรู้ใจจริงๆ!"

"จบงานนี้ข้าต้องไปหอไป่ฮวาสักครั้ง ไปชมโฉมแม่นางไป่ฮวาให้ได้!"

คุณหนูท่านหนึ่งกล่าวอย่างกล้าหาญ "แม่นางไป่ฮวาแม้จะเป็นยอดบุปผาในหอนางโลม แต่มีความรู้ความสามารถแท้จริง ข้าเลื่อมใสยิ่งนัก"

"ใช่แล้ว งานชุมนุมกวีครั้งนี้เปิดตัวด้วยกลอนบทนี้ นับเป็นเรื่องเล่าขานที่งดงาม"

อารมณ์ของทุกคนพุ่งสูงขึ้น บรรยากาศเริ่มคึกคัก

โจวหยวนที่ได้ยินทุกอย่างแอบยิ้ม หลังจากเหตุการณ์นี้ บทกวี 'หม่านถิงฟาง' จะต้องแพร่สะพัดไปทั่วอวิ๋นโจว หอไป่ฮวาจะกลับมาคึกคักอย่างถึงขีดสุดในเร็ววัน

จากนั้นแค่บริหารจัดการให้ดี ใช้บทกวีคุณภาพดึงดูดลูกค้าไว้อย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างก็จะราบรื่น

กิจกรรมท่องเที่ยวจริงๆ แล้วง่ายมาก คือมารวมตัวกันกินดื่ม เล่นเกมต่อกลอน ทายคำปริศนา แล้วก็ชมทิวทัศน์ แต่งกลอน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ ภายใต้บรรยากาศที่เปิดตัวด้วยกลอนดีๆ กิจกรรมวันนี้ดูจะสนุกกว่าปีก่อนๆ

หลังจากจบเกมทายคำและต่อกลอน จ้าวเจียนเจียก็กล่าว "ทุกท่านเชิญชมทิวทัศน์รอบๆ เดินเล่นตามสองฝั่งแม่น้ำเพื่อหาแรงบันดาลใจได้เลยค่ะ"

"ตอนเที่ยง เราจะกลับมารับประทานอาหารร่วมกัน หวังว่าจะได้เห็นผลงานดีๆ ของทุกคนนะคะ"

ทุกคนหัวเราะชอบใจ แล้วทยอยแยกย้ายกันไป

ตอนนั้นเอง คุณชายในชุดหรูหราก็ยิ้มพูดว่า "แม่นางเจียนเจีย ริมแม่น้ำมีคนตกปลาอยู่ เราไปลองตกปลาเล่นกันไหม?"

จ้าวเจียนเจียขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอบเรียบๆ "คุณชายหลิว เจียนเจียยังต้องดูแลทุกคนคงไปด้วยไม่ได้"

นางไม่ค่อยชอบลูกชายเจ้าเมืองอวิ๋นโจวคนนี้เท่าไหร่ ความสามารถงั้นๆ แต่ชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่ กะล่อนเกินไปหน่อย

ในสายตาของจ้าวเจียนเจีย บทกวีคือศิลปะ ไม่ใช่เครื่องมือแสวงหาชื่อเสียง หรือที่สำหรับโอ้อวด

หลิวเจ๋อหรี่ตาลง "ในเมื่อแม่นางเจียนเจียไม่สะดวก ข้าก็ไม่บังคับ คอยดูเถอะ ข้าจะตกปลาใหญ่มาฝากเจ้า!"

เขาดูมั่นใจมาก เดินดุ่มๆ ไปทางริมแม่น้ำ

จบบทที่ บทที่ 13 เที่ยวชมธรรมชาติกับชมรมกวี

คัดลอกลิงก์แล้ว