เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 แขกคนสำคัญ

บทที่ 7 แขกคนสำคัญ

บทที่ 7 แขกคนสำคัญ


"ลูกพี่ คุณชายโจวมีความสามารถจริงๆ นะครับ ทำเอาสาวน้อยพวกนี้ร้องไห้กันระงมเลย"

บนระเบียงชั้นสาม ชายร่างใหญ่คนหนึ่งมีสีหน้าตกตะลึง

เย่ชิงอิงในชุดบุรุษกัดฟันพูด "หุบปาก ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอยู่ที่นี่ให้เรียกข้าว่าน้องชาย!"

ชายร่างใหญ่รีบแก้ตัว "ใช่ๆ น้องชาย คุณชายโจวช่างมี..."

"ไม่ต้องมาย้ำ!"

เย่ชิงอิงสีหน้าไม่สู้ดีนัก พูดเสียงเย็น "มีความสามารถแล้วยังไง? มีความสามารถแล้วต้องมาที่แบบนี้น่ะเหรอ? เสียแรงที่เป็นเขยแต่งเข้าบ้าน ทำแบบนี้แม่นางจ้าวจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

นางเบ้ปาก แล้วพูดต่อ "แขกคนสำคัญงั้นรึ? เหอะ! ระวังจะเอาชีวิตมาทิ้งซะเปล่าๆ!"

ชายร่างใหญ่เบิกตากว้าง "ลูกพี่... เอ้ย น้องชาย หมายความว่าแม่นางไป่ฮวา คือ..."

เย่ชิงอิงโมโหจนเตะลูกน้องไปทีหนึ่ง "บอกแล้วไงว่าห้ามเรียกลูกพี่ วันหลังจะไม่พาเจ้ามาทำภารกิจแบบนี้แล้ว โง่จริงๆ"

ชายร่างใหญ่เกาหัวแก้เก้อ "แล้วตอนนี้เราจะเอายังไงกันดีครับ?"

เย่ชิงอิงขมวดคิ้ว แล้วพูดเสียงเบา "มีโจวหยวนคอยดึงความสนใจก็ดีเหมือนกัน ตามข้ามา"

แน่นอนว่าไม่มีใครสังเกตเห็นการหายตัวไปของทั้งสอง เพราะตอนนี้ทุกสายตาในหอไป่ฮวาล้วนจับจ้องไปที่โจวหยวน

แม่นางไป่ฮวาปรับอารมณ์ได้แล้ว ย่อกายคารวะโจวหยวนอย่างงดงาม เอ่ยเสียงหวาน "บทกวีของคุณชายงดงามลึกซึ้ง ลื่นไหลจับใจ ตรงกับความรู้สึกของข้ายิ่งนัก"

"หากคุณชายไม่รังเกียจ เชิญที่ห้องรับรองบนตึก ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนบทกวีกับข้าสักครู่เถิดเจ้าค่ะ"

จริงๆ แล้วโจวหยวนไม่ได้สนใจเรื่องกวีอะไรนั่นหรอก แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นก็พอจะคุยแบบเจาะลึกได้อยู่

แต่ก็ไม่ผิดคาด มีเสียงตะโกนขัดจังหวะดังขึ้น "ช้าก่อน!"

บัณฑิตหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นยืน พูดช้าๆ ว่า "คุณชายโจว เท่าที่ข้าทราบ ท่านเป็นเขยแต่งเข้าบ้านของผู้ว่าการเมือง เพิ่งแต่งงานเมื่อวาน วันนี้ก็มีคดีติดตัว แล้วคืนนี้ยังมาหลอกลวงแม่นางไป่ฮวาอีก ไม่เกินไปหน่อยหรือ?"

สิ้นเสียง ทั้งโถงก็ฮือฮากันยกใหญ่

ยุคนี้เขยแต่งเข้าบ้านมีน้อยมาก เรื่องจ้าวเจียนเจียแต่งเขยเข้าบ้านรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เพียงแต่ไม่คิดว่าคนตรงหน้านี้คือโจวหยวน

"คนที่มีคดีติดตัว ยังกล้ามาเที่ยวเตร่ที่นี่อีกเหรอ?"

"แม่นางไป่ฮวาหลงกลเจ้า แต่พวกเราไม่ยอมหรอกนะ!"

เริ่มจากพวกลูกหาบออกมาสร้างกระแสก่อน

จากนั้นหลิวเจ๋อก็เอ่ยปาก "คุณชายโจว ท่านเป็นเขยสกุลจ้าว มาที่นี่คงไม่เหมาะมั้ง?"

โจวหยวนรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย

ไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่เป็นเพราะความโง่ของไอ้เจ้าทึ่มตรงหน้านี่ต่างหาก

ลูกน้องอุตส่าห์ปูทางมาให้ขนาดนี้ ดันพูดได้แค่นี้เนี่ยนะ? ไม่มีพลังโจมตีเอาซะเลย

โจวหยวนยิ้มบางๆ "มาเที่ยวที่นี่ ไม่ใช้เงิน ก็ใช้ความสามารถ ข้ามีทั้งสองอย่าง ทำไมจะมาไม่ได้?"

"หรือว่าหอไป่ฮวาต้อนรับแต่คนใหญ่คนโตอย่างคุณชายหลิว ไม่ต้อนรับเขยแต่งเข้าบ้านอย่างพวกข้า?"

พูดกันตรงๆ พ่อค้ากับเขยแต่งเข้าบ้านมันคนละเรื่องกัน แต่ประโยคนี้ของโจวหยวนกลับดึงเอาพวกไทยมุงให้มาอยู่ฝั่งเดียวกันได้

เพราะหลิวเจ๋อคงซื้อตัวทุกคนไม่ได้หรอก จ้างหน้าม้ามาแค่สิบกว่าคนที่มีปากมีเสียงหน่อยเท่านั้นเอง

เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าเริ่มไม่พอใจคำพูดของหลิวเจ๋อ

หลิวเจ๋อเองก็ตั้งสติได้ รีบแก้เกม "ใครจะมาก็ได้ แต่ผู้ต้องหาห้ามเข้า ข้าควรจะแจ้งทางการให้มาจับเจ้า"

โจวหยวนรู้ดีว่า ด้วยสถานะและอำนาจในตอนนี้ เขาไม่มีทางสู้หลิวเจ๋อได้

แต่เขาไม่คิดว่าไอ้หมูตอนนี่จะโง่ขนาดนี้ ขนาดรายละเอียดคดียังไม่รู้เรื่อง ก็กล้าเอามาใช้เป็นอาวุธโจมตี

โจวหยวนประสานมือคารวะทุกคน กล่าวว่า "สหายทุกท่านอาจยังไม่ทราบรายละเอียดคดีในวันนี้ แต่พี่น้องในหอไป่ฮวาน่าจะรู้ดี เสี่ยวเยว่แห่งหอจุ้ยชุนกับข้ามีความหลังต่อกัน นางถูกคนร้ายสังหาร ข้าเจ็บปวดใจยิ่งนัก วันนี้ข้า..."

"วันนี้คุณชายกล้าทำกล้ารับ ออกเงินจัดงานศพให้เสี่ยวเยว่ เรื่องนี้รู้กันไปทั่ววงการนางโลมแล้วเจ้าค่ะ"

ซืออวี่รวบรวมความกล้า ตะโกนบอกความจริง

เหมือนโยนหินลงน้ำ เกิดแรงกระเพื่อมไปทั่ว สาวๆ รอบข้างต่างพากันส่งเสียงสนับสนุน

"ใช่แล้วเจ้าค่ะ คุณชายโจว พี่น้องเรารู้ดีว่าท่านเป็นคนดี"

"พวกเราหญิงคณิกาวาสนาน้อย หากมีชายหนุ่มยอมจัดงานศพให้ ก็นับว่าโชคดีแล้ว"

"ข้ารู้จักน้องเสี่ยวเยว่ สมัยข้าอยู่หอจุ้ยชุน นางยังเคยเอาขนมมาให้ข้ากินเลย"

"คุณชาย ขอบคุณที่ช่วยจัดงานศพให้น้องเสี่ยวเยว่นะเจ้าคะ..."

หอไป่ฮวาเซ็งแซ่ไปด้วยเสียงพูดคุย หลิวเจ๋อถึงกับอึ้งกิมกี่ ไม่คิดว่าคดีนี้จะทำให้โจวหยวนได้รับความเห็นใจ

เรื่องนี้โจวหยวนรู้ดีที่สุด ในยุคที่สตรีมีสถานะต่ำต้อย หญิงคณิกายิ่งไม่ต้องพูดถึง

คนหัวอกเดียวกัน เสี่ยวเยว่ตายไป ก็เหมือนกระต่ายตายสุนัขจิ้งจอกเศร้า

แต่โจวหยวนแม้จะแต่งเข้าบ้านคนอื่น แต่กลับกล้ายอมรับความสัมพันธ์ต่อหน้าพ่อตาและภรรยา แถมยังออกเงินจัดงานศพให้อีก

หญิงคณิกาเห็นแก่เงินแต่ก็เห็นแก่ความรัก ต่างก็หวังว่าจะได้เจอคู่ครองที่ดี ย่อมต้องประทับใจกับเรื่องแบบนี้แน่นอน

แม่นางไป่ฮวาก็คาดไม่ถึงว่า คนตรงหน้าคือโจวหยวนที่กำลังเป็นที่โจษจันไปทั่ววงการ

รอยยิ้มบนใบหน้าของนางยิ่งเพิ่มขึ้น น้ำเสียงยิ่งอ่อนหวาน "คุณชายโจว โปรดให้เกียรติไปสนทนากับข้าสักครู่เถิดเจ้าค่ะ"

"ข้าจะรอคุณชายที่ห้องรับรองบนตึกนะเจ้าคะ"

นางย่อกายคารวะอีกครั้ง แววตาแฝงความเคารพยกย่อง ก่อนจะเดินนวยนาดขึ้นชั้นบนไป

โจวหยวนอดขำไม่ได้ ยุคโบราณนี่ดีจริงๆ ยังใช้ความสามารถหากินได้ ถ้าเป็นชาติก่อน ไปท่องกลอนในสถานบันเทิงคงโดนด่าว่าบ้าแน่ๆ

"ทำได้ดีมาก วันหลังข้าจะมาหาเจ้าโดยเฉพาะเลย"

เขาโยนเงินห้าตำลึงให้ซืออวี่ แล้วลูบแก้มของนางเบาๆ ทำเอาซืออวี่ตาหวานเยิ้ม ขาอ่อนระทวย

"คุณชายต้องมานะเจ้าคะ!"

โจวหยวนยิ้ม แล้วเดินตามสาวใช้ขึ้นชั้นบนไป

ไม่นานก็มาถึงห้องรับรองอันประณีต

ห้องไม่ใหญ่นัก แต่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายงดงาม มีเอกลักษณ์ ฉากกั้นเป็นภาพวาดทิวทัศน์ที่ไม่เหมือนใคร กลิ่นหอมจากกระถางกำยานบนโต๊ะก็บางเบา

ดูจากสภาพห้อง แม่นางไป่ฮวาคงชอบงานศิลปะวรรณกรรมจริงๆ ของแบบนี้แกล้งทำกันไม่ได้

"คุณชาย ภาพวาดบนฉากกั้นพอจะเข้าตาบ้างไหมเจ้าคะ?"

พร้อมกับเสียงใสกระจ่าง แม่นางไป่ฮวาที่เปลี่ยนชุดใหม่เดินเข้ามา ท่วงท่าอ้อนแอ้นงดงาม ดูลดความยั่วยวนลงไป แต่เพิ่มความสง่างามบริสุทธิ์เข้ามาแทน

นางสวมชุดยาวสีเหลืองอ่อน คลุมไหล่ด้วยเสื้อกั๊กตัวเล็ก ผมยาวสยายถึงเอว แก้มแดงระเรื่อ ย่อกายคารวะโจวหยวน

พอมองใกล้ๆ ยอดบุปผาผู้นี้ยิ่งงดงาม เครื่องหน้าเป๊ะปังไร้ที่ติ ดวงตาคู่นั้นดูเหมือนจะมีความนัยแฝงความโศกเศร้าอยู่ลึกๆ

โจวหยวนเดาได้ทันทีว่าเป็นฝีมือวาดของนาง แต่เขามาที่นี่ไม่ได้จะมาประจบสอพลอ ต้องแสดงความแตกต่างออกมาถึงจะมัดใจสาวได้

"ภาพนี้... ดีมาก การลงเส้น การไล่น้ำหนัก การลงสี การแต้มจุด ล้วนไร้ที่ติ รูปทรงงดงาม พลิ้วไหวแต่หนักแน่น แต่ทว่า..."

พูดถึงตรงนี้ เขายิ้มถาม "ใครเป็นคนวาดภาพนี้?"

แม่นางไป่ฮวารีบถาม "คุณชาย แต่ทว่าอะไรเจ้าคะ?"

โจวหยวนตอบ "แต่ทว่าทิวทัศน์ภูเขาสายน้ำขาดความหนักแน่น ขาดมิติการเปิดปิด ขาดความยิ่งใหญ่ทรงพลัง กลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์ จนเสียแก่นแท้ไป"

แม่นางไป่ฮวาหน้าหมองลง ถอนหายใจแผ่วเบา "คุณชายสายตาเฉียบแหลม ข้าน้อยละอายใจนัก"

นางรีบหยิบงานเขียนพู่กันบนโต๊ะออกมา พูดเสียงเบา "คุณชายลองดูนี่สิเจ้าคะ"

โจวหยวนหรี่ตามอง ในใจรู้สึกทึ่ง หญิงคณิกาคนหนึ่งฝึกเขียนอักษรได้ถึงระดับนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ

เขาพยักหน้า "ตัวอักษรดีกว่าภาพวาด ตัวอักษรข่ายซูเขียนได้ประณีตมาก แถมยังมีพลัง แข็งแกร่งเฉียบคมทุกเส้นสาย"

แม่นางไป่ฮวาถึงได้ยิ้มออก เอ่ยเสียงเบา "คุณชาย ข้าน้อยชื่อไฉ่หนีขอบคุณสำหรับคำชมเจ้าค่ะ"

ไฉ่หนีคงเป็นชื่อจริงของแม่นางไป่ฮวา นี่เป็นการแสดงความสนิทสนม

โจวหยวนกล่าวช้าๆ "โจวหยวน นามรอง จื่ออี้ ยินดีที่ได้รู้จักแม่นางไฉ่หนี"

ไฉ่หนียิ้มบางๆ หน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ "คุณชายคิดว่าไฉ่หนีเป็นคนยังไงเจ้าคะ?"

คำถามนี้ คงจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของค่ำคืนนี้แล้วล่ะ

ถ้าคำตอบถูกใจ ก็คุยกันทั้งคืน

ถ้าคำตอบโดนใจสุดๆ ก็ได้นอนด้วยกันทั้งคืน

ถ้าคำตอบไม่เข้าหู ก็คงโดนไล่กลับ

เลือกข้อไหนดีนะ?

โจวหยวนคิดดูแล้ว โดนไล่กลับไม่ได้แน่ๆ เพราะจะไม่ได้เงินไปส่งภารกิจ

ได้นอนด้วย... ใครบ้างไม่อยาก แต่สถานการณ์ตอนนี้ ที่บ้านก็วุ่นวาย ตัวเองก็ยังตั้งตัวไม่ได้ ขืนนอนด้วยมีหวังปัญหาตามมาเป็นพรวน

ช่างเถอะ เอาแค่คำตอบที่ถูกใจก็พอ

โจวหยวนยิ้ม "เป็นคนยังไงเหรอ? ในสายตาข้า แม่นางไฉ่หนีงดงาม อ่อนโยน รักความยุติธรรม และเปี่ยมด้วยพรสวรรค์"

ไฉ่หนีดูผิดหวังเล็กน้อย พูดเสียงเบา "แค่นั้นเองหรือเจ้าคะ?"

โจวหยวนส่ายหน้า "แต่ดูจากภาพวาดและตัวอักษร แม่นางไฉ่หนีน่าจะมีความสามารถด้านอื่นอีก แต่กลับไม่มีที่ให้แสดงฝีมือ คงเป็นเพราะชาติกำเนิดฉุดรั้งไว้กระมัง?"

ไฉ่หนีหน้าเปลี่ยนสี ลุกพรวดพราดขึ้นยืน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองเสียกิริยา จึงยิ้มขื่นๆ แล้วค่อยๆ นั่งลง

นางมองโจวหยวนด้วยสายตาหลงใหล พึมพำว่า "คุณชาย คุณชายคือคนรู้ใจของไฉ่หนีจริงๆ เจ้าค่ะ"

ดูจากท่าทางนางแล้ว โจวหยวนร้องแย่แล้วในใจ สงสัยจะตอบโดนใจเกินไปหน่อย

โธ่เอ๊ย หญิงคณิกาคนไหนบ้างไม่เศร้าเรื่องชาติกำเนิด ข้าก็แค่มั่วๆ ไป เจ้าไม่ต้องอินขนาดนั้นก็ได้มั้ง

แต่ดูเหมือนจะสายไปแล้ว ไฉ่หนีกระซิบเสียงกระเส่า "คุณชาย ยินดี... จะร่วมอภิรมย์กับไฉ่หนีในค่ำคืนนี้ไหมเจ้าคะ?"

จบบทที่ บทที่ 7 แขกคนสำคัญ

คัดลอกลิงก์แล้ว