- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 52 ครกหิน
บทที่ 52 ครกหิน
บทที่ 52 ครกหิน
บทที่ 52 ครกหิน
[ความเชื่อใจระหว่างกันต้องค่อยๆ สร้างครับ ตอนที่ซื้อขายผลไม้ไหมทองกับคุณเฉิน ผมก็ได้พิสูจน์ความเป็นคนดีของผมไปแล้ว]
[คุณโจวพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ตอนซื้อขายผลไม้ไหมทอง ฉันเองก็เชื่อใจคุณโดยส่งของให้ก่อนแล้ว แต่คราวนี้คุณจะให้ฉันเสี่ยงดวงอีกรอบ แถมเดิมพันยังสูงกว่าเดิม มันจะไม่เหมาะไปหน่อยเหรอคะ]
[ในเมื่อคุณเฉินเคยเชื่อใจผมแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก็ลองเชื่อใจผมอีกสักครั้งสิครับ จะได้ยิ่งกระชับความเชื่อใจของเราให้แน่นแฟ้นขึ้นไง]
[ไม่ได้หรอกค่ะ ทำไมคุณโจวถึงเอาแต่เรียกร้องให้ฉันเชื่อใจฝ่ายเดียว ไม่คิดจะเชื่อใจฉันบ้างล่ะ?]
[ตอนนี้ความต้องการฐานไม้สูงมาก คุณต้องคราฟต์ของตลอดเวลาไม่เหนื่อยเหรอครับ? สู้ส่งแบบแปลนมาให้ผมช่วยผลิตขายดีกว่า ผมรับรองว่าจะคืนแบบแปลนให้แน่นอน]
[ครั้งนี้คุณโจวลองเชื่อใจฉันสักครั้ง เป็นไงคะ?]
[แบบแปลนฐานไม้ผมให้คุณไม่ได้หรอกครับ]
โจวเหวินปฏิเสธทันควัน ความสำคัญของฐานไม้มันคนละเรื่องกับความเชื่อใจ ตอนนี้แบบแปลนนี้ต้องอยู่ในมือเขาเท่านั้น เว้นแต่จะมีคนอื่นเปิดได้แบบแปลนเดียวกัน ไม่อย่างนั้นโจวเหวินไม่มีทางส่งให้ใครเด็ดขาด
[คุณโจว ท่าทีแบบนี้แล้วเราจะสร้างความเชื่อใจกันได้ยังไงคะ?]
[คุณเฉิน อย่าเข้าใจผิดเรื่องลำดับความสำคัญสิครับ ตอนนี้คุณกำลังจะขอเข้าร่วมทีมผม คุณต่างหากที่ต้องทำให้ผมเชื่อใจ ไม่ใช่ให้ผมไปเชื่อใจคุณ]
[แต่ตอนแรกคุณเป็นคนเชิญฉันเข้าร่วมนะคะ]
[ที่ผมเชิญคุณ ก็เพื่อรั้งตัวคุณไว้ เหตุผลคุณเองก็น่าจะรู้ดี]
[แต่เอาเถอะ พวกเราก็ถือว่าเป็นคนคุ้นเคยกันในโลกนี้ ผมเลยตัดสินใจรับคุณเข้าทีมจริงๆ แต่ถ้าคุณเฉินคิดว่าข้อเรียกร้องของผมมันมากเกินไป จะไม่เข้าร่วมก็ได้ครับ แค่หวังว่าคุณเฉินจะช่วยเก็บความลับของเราไว้ก็พอ]
อ่านข้อความของโจวเหวินจบ เฉินซินก็ลังเล แม้เงื่อนไขวัดใจครั้งนี้เธอจะเสียเปรียบเห็นๆ แต่จากประวัติการซื้อขายที่ผ่านมา เธอก็ยอมรับในตัวตนของโจวเหวินพอสมควร
อีกอย่าง ถ้าไม่เข้าทีมโจวเหวิน เธอจะไปอยู่กับใครได้? โจวเหวินคือคนที่มีแบบแปลนและทรัพยากรมากที่สุดในตอนนี้ ต่อให้เธอไปตั้งทีมเองก็คงโตไม่ทันโจวเหวิน
หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว เธอก็ตัดสินใจยอมรับเงื่อนไขเสียเปรียบนี้ เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการนิดหน่อย
[คุณโจว ฉันไม่มีแบบแปลนหกใบหรอกค่ะ มีแค่ห้า ถังผลิตออกซิเจน 12 เครื่อง ฉันขายไปแค่ 10 เครื่อง อีก 2 เครื่องเก็บไว้ใช้เอง เพราะก่อนหน้านี้ฉันซื้อจากคุณมาแค่เครื่องเดียว แต่ถ้าอยากให้ออกซิเจนเสถียรจริงๆ อย่างน้อยต้องมีสัก 2 เครื่องค่ะ]
[ฉันจะส่งแบบแปลน 5 ใบไปให้คุณเลือก แต่ฉันให้ทีเดียวหมดไม่ได้นะคะ]
[งั้นคุณจะเอายังไง?]
[ฉันจะส่งให้คุณหนึ่งใบ คุณดูเสร็จก็ส่งคืนมา แล้วฉันจะส่งใบต่อไปให้ ทำแบบนี้วนไปจนครบห้าใบ พอคุณดูครบแล้วค่อยบอกมาว่าอยากได้สองใบไหน แล้วฉันจะส่งให้ค่ะ]
[ได้ครับ วิธีนี้ดี แสดงถึงความเชื่อใจซึ่งกันและกันได้ดีมาก]
วิธีของเฉินซินดูดีกว่าวิธีมัดมือชกของโจวเหวินเยอะ แม้แบบแปลนจะถูกส่งไปมาและสุดท้ายก็กลับไปอยู่ในมือเฉินซิน แต่กระบวนการนี้จะช่วยเพิ่มความเชื่อใจระหว่างพวกเขาให้มากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อโจวเหวินตกลง เฉินซินก็ส่งแบบแปลนใบแรกมาให้
โจวเหวินกดรับมาดู [แบบแปลนชามไม้] ทำเอาเขาพูดไม่ออก จะบอกว่ามีค่าไหม สำหรับโจวเหวินมันก็มีค่าแหละ เพราะเขามี [แบบแปลนตะเกียบ] อยู่แล้ว จะได้ครบเซ็ตชามตะเกียบพอดี แต่สำหรับคนส่วนใหญ่มันคือขยะชัดๆ
ดูเสร็จโจวเหวินก็ส่งแบบแปลนคืนไป เฉินซินจึงส่งใบถัดมา
[แบบแปลนเก้าอี้ไม้] โจวเหวินมองแวบหนึ่งแล้วส่งคืน สำหรับเขามันก็พอมีประโยชน์ แต่ก็ไร้มูลค่าอยู่ดี
[แบบแปลนโต๊ะไม้]
"นี่มันอะไรกันเนี่ย? มีทั้งชาม ทั้งโต๊ะ ทั้งเก้าอี้ รวมกับตะเกียบของฉัน นี่กะจะตั้งโต๊ะกินข้าวกันเลยรึไง?"
โจวเหวินถึงกับกุมขมับกับคอลเลกชันแบบแปลนของเฉินซิน
[แบบแปลนครกหิน] ดูจากรูปทรงง่ายๆ บนแบบแปลน โจวเหวินเดาว่ามันเอาไว้บดผง
"ผงเลือดเดือด อาจจะต้องใช้ครกตำปะการังเลือดเดือดให้เป็นผงรึเปล่านะ?" โจวเหวินสันนิษฐานทันที แบบแปลนครกหินใบนี้เขาต้องการแน่นอน แต่ตอนนี้ต้องส่งคืนเฉินซินไปก่อน
[แบบแปลนถุงมือหนาม]
"เซ็ตเกราะหนามมีถุงมือด้วยเหรอเนี่ย?" โจวเหวินชะงักไปนิดหนึ่ง นึกว่าตัวเองเก็บครบเซ็ตแล้วซะอีก
แต่ถุงมือหนามก็ไม่ได้มีค่าอะไรมากมาย เพราะพื้นที่ป้องกันมันน้อย ผู้รอดชีวิตยอมแลกโล่ไม้ดีกว่าเยอะ โล่ยังป้องกันจุดตายได้ ดีกว่าถุงมือหลายเท่า
ถุงมือหนามสำหรับคนที่มีเกราะหนามครบชุดแล้ว ถือเป็นของประดับบารมี มีก็ดี ไม่มีก็ได้
[คุณอยากได้สองใบไหนคะ?] พอโจวเหวินดูครบและส่งคืนหมดแล้ว เฉินซินก็ถามขึ้น
[ครกหินกับถุงมือหนามครับ]
ในเมื่อตัดสินใจไปแล้ว เฉินซินก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ส่งแบบแปลนทั้งสองใบให้โจวเหวินทันที
[ยินดีต้อนรับคุณเฉินเข้าสู่ทีมอย่างเป็นทางการครับ ต่อไปก็ฝากเนื้อฝากตัว ช่วยกันทำเพื่อทีมด้วยนะครับ]
ส่งข้อความเสร็จ โจวเหวินก็ส่งแตงโมส่วนที่เหลือให้เฉินซิน พอได้รับแตงโม เฉินซินก็ตกตะลึงในความสมบูรณ์แบบของมัน และพอกัดเข้าไปคำแรก ความหวานกรอบก็ทำเอาเธออึ้งไปเลย
[คุณไปเอาแตงโมนี่มาจากไหน?] เฉินซินถามคำถามเดียวกับเจียงไห่เทาเป๊ะ
[ฮ่าๆ อร่อยล่ะสิ ปลูกเองกับมือครับ ถ้าคุณอยากปลูกเองบ้าง ก็ขยันทำผลงานเพื่อทีมเยอะๆ นะครับ]
เฉินซินต่างจากเจียงไห่เทา เจียงไห่เทาหัวอ่อนกว่า ใช้ความสัมพันธ์ทางใจก็ยอมทำงานให้ แต่เฉินซินเป็นคนฉลาด ต้องใช้ผลประโยชน์เข้าล่อ
ดังนั้นต้องสร้างเป้าหมายให้เฉินซิน ซึ่งกระบะปลูกพืชขนาดเล็กนี่แหละคือเป้าหมาย ส่วนเธอจะได้มันเมื่อไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับโจวเหวิน
[จริงสิ ตอนนี้ค่าพละกำลังของคุณเท่าไหร่แล้ว?] จู่ๆ โจวเหวินก็นึกขึ้นได้ว่าเฉินซินเคยกินผลไม้ไหมทอง พละกำลังของเธอน่าจะเยอะกว่าเขาแล้ว
[13 แต้มค่ะ ถามทำไมเหรอ?]
[คุณใส่เกราะหนามครบเซ็ตแล้วขยับตัวไหวไหม?]
[ไหวค่ะ แต่ใส่นานๆ ก็เหนื่อยเหมือนกัน]
[อืม รับทราบครับ]
[ตั้งใจทำงานให้ทีมนะครับ ถ้าผลงานดี เดี๋ยวผมมีของกินเพิ่มพละกำลังให้]
[ทำไมฉันฟังดูเหมือนเจอเจ้านายขี้งกหลอกขายฝันเลยนะ?]
[ฮ่าๆ ผมไม่ใช่เจ้านายขี้งกหรอกน่า ผมพูดคำไหนคำนั้น]
จบการสนทนากับเฉินซิน โจวเหวินก็กดเรียนรู้แบบแปลนทั้งสองใบที่เพิ่งได้มา
[แบบแปลนครกหิน: ต้องการ หิน x2]
[แบบแปลนถุงมือหนาม: ต้องการ เปลือกกุ้งฟอสฟอรัสหนาม x2, เศษผ้า x5]
ของสองอย่างใช้วัสดุไม่เยอะ โจวเหวินเลยสร้างออกมาทันที
พอลองสวมถุงมือหนามดู ด้านหลังมือทำจากเปลือกแข็งมีหนามสั้นๆ งอกออกมา ส่วนฝ่ามือทำจากเปลือกส่วนท้องและหางของกุ้ง ทำให้ขยับมือได้สะดวก ความรู้สึกในการสวมใส่ถือว่าไม่เลวเลย
ส่วนครกหิน แน่นอนว่าโจวเหวินเตรียมเอามาทดลองทำผงเลือดเดือด เขาอยากรู้ให้แน่ชัดว่าผงเลือดเดือดมันเอาไว้ทำอะไรกันแน่