- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 51 กินแตงโม
บทที่ 51 กินแตงโม
บทที่ 51 กินแตงโม
บทที่ 51 กินแตงโม
โจวเหวินอุ้มแตงโมเดินมาที่ใต้ฐานไม้ในโซนพักผ่อน เขาถอดถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่ายที่ใช้ทำเป็นผนังออก เพื่อเปิดพื้นที่ให้กว้างขึ้น จากนั้นวางแตงโมลงบนฐานไม้
"ผ่านมาหลายวัน ในที่สุดก็สุกสักที" โจวเหวินนึกย้อนไปถึงตอนที่เพิ่งหย่อนเมล็ดแตงโมลงดินเมื่อหกวันก่อน แม้เวลาจะผ่านไปไม่นาน แต่เขากลับรู้สึกเหมือนมันยาวนานเหลือเกิน
สาเหตุก็เพราะในหกวันนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทำให้สภาพจิตใจต้องตื่นตัวและวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา เวลาในแต่ละวันจึงดูเหมือนถูกยืดออกไปจนไม่มีที่สิ้นสุด
โจวเหวินลองนึกถึงตอนที่เพิ่งเริ่มปลูกเมล็ดแตงโม ตอนนั้นเขายังวาดฝันว่าจะปลูกพืชแปลงใหญ่ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ แต่ในความเป็นจริงความคิดนี้ทำได้ยากมาก
พื้นที่ผนังกระเพาะมีขนาดจำกัด แม้จะขยายตัวขึ้นตามการเติบโตของแฟนธอม เลวีอาธาน แต่มันก็เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลายาวนาน
หากต้องการพึ่งพาตนเองได้จริงๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน อย่างน้อยต้องมีกระบะปลูกพืชขนาดเล็กสักยี่สิบสามสิบใบ หรือก็คือพื้นที่ประมาณยี่สิบถึงสามสิบตารางเมตร
ตอนนี้พื้นที่ผนังกระเพาะขยายขึ้นเพราะการเติบโตของแฟนธอม เลวีอาธานก็จริง แต่การขยายตัวนั้นเฉลี่ยออกไปทั่วทั้งผนังกระเพาะ พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นมาจึงยังไม่เพียงพอให้วางฐานไม้เพิ่มได้
ดูจากอัตราการเติบโตของแฟนธอม เลวีอาธานในตอนนี้ที่โตวันละประมาณหนึ่งเมตร คาดว่าความยาวด้านของพื้นที่กระเพาะจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเมตรทุกๆ 20 วัน
ดังนั้น ถ้าอยากวางกระบะปลูกพืชขนาดเล็กสักยี่สิบสามสิบใบ ความยาวด้านของพื้นที่กระเพาะต้องเพิ่มไปถึง 10 เมตร หรือมีพื้นที่รวม 100 ตารางเมตรเสียก่อน
ฐานไม้ของโจวเหวินโดยปกติจะกินพื้นที่ประมาณหนึ่งในห้าหรือหนึ่งในสี่ของกระเพาะ นั่นหมายความว่าจะเหลือพื้นที่สำหรับทำเกษตรแค่ 20-25 ตารางเมตร ซึ่งนี่ยังไม่รวมพื้นที่อยู่อาศัยขั้นต่ำที่จำเป็นเลยด้วยซ้ำ
เมื่อคำนวณดูแล้ว หากต้องการไปให้ถึงจุดที่พึ่งพาตัวเองได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 100 วัน แต่โจวเหวินเพิ่งมาโลกนี้ได้แค่สิบวันเท่านั้น
แต่ในสิบวันนี้ เขาเฉียดตายมาแล้วถึงสี่ครั้ง วันแรกขนย้ายสาหร่ายเกือบขาดอากาศหายใจตาย วันที่สี่เจอหนอนสมอรัดเกือบตาย วันที่เจ็ดเจอหนอนสมอสองตัวลากลงน้ำเกือบจมตาย วันที่เก้าเข้าถ้ำสมบัติเจอกับหนอนเจาะหินที่เขาแทบไม่มีทางสู้
โจวเหวินลองนึกย้อนดู พบว่าสิบวันที่ผ่านมาของเขาช่างโลดโผนและอันตรายเหลือเกิน ขนาดนี้ยังต้องรออีกตั้ง 100 วันถึงจะพึ่งพาตัวเองได้ ถึงตอนนั้นจะมีชีวิตรอดอยู่รึเปล่ายังเป็นปัญหาเลย
"ช่างเถอะ เลิกคิดดีกว่า ตอนนี้กินแตงโมสำคัญสุด" โจวเหวินสลัดเรื่องกวนใจออกจากหัว ยกดาบใหญ่เหล็กในมือขึ้น แล้วฟันลงไปเบาๆ ที่กลางลูกแตงโม
"ผัวะ!"
ทันทีที่คมดาบสัมผัสเปลือก เสียงฉีกขาดที่ฟังดูสดชื่นก็ดังขึ้น แตงโมทั้งลูกปริแยกออกจากกันเองตรงกึ่งกลาง
โจวเหวินวางดาบใหญ่เหล็ก ใช้สองมือจับรอยแยกแล้วบิดออกเบาๆ โดยแทบไม่ต้องออกแรง แตงโมก็แยกออกเป็นสองซีก เผยให้เห็นเนื้อสีแดงสดเต็มตา
"ว้าว! แตงโมนี่มัน..." โจวเหวินถึงกับตะลึง นี่มันแตงโมในฝันชัดๆ
ใครๆ ก็รู้ว่าส่วนที่อร่อยที่สุดของแตงโมคือตรงกลางที่เป็น 'ใจกลางแตงโม' ไร้เมล็ด กัดลงไปคำโตๆ จะสัมผัสได้ถึงความกรอบหวานชุ่มฉ่ำ ไม่ต้องคอยคายเมล็ด สามารถดื่มด่ำกับรสชาติหวานหอมของเนื้อแตงโมได้อย่างเต็มที่
แต่แตงโมที่โจวเหวินปลูกออกมาลูกนี้ เนื้อของมันทั้งลูกดูเหมือนใจกลางแตงโมทั้งหมด เนื้อดูแน่น อวบอิ่ม แวววาว และชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน
เปลือกแตงโมบางเฉียบเพียงสองสามมิลลิเมตร แถมยังกรอบมาก แค่ใช้มือบิดเบาๆ ก็หลุดออกจากเนื้อสีแดงสดได้อย่างง่ายดาย
แน่นอนว่าแตงโมลูกนี้ไม่ได้ไร้เมล็ดเสียทีเดียว ท่ามกลางเนื้อสีแดงสด มีเมล็ดแตงโมสีดำขลับสองเมล็ดฝังแน่นอยู่อย่างสงบนิ่ง
โจวเหวินมองดูเมล็ดแตงโมสองเมล็ดที่ดูโดดเด่นท่ามกลางเนื้อแดงฉ่ำ ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มยินดี เขาบรรจงแกะสองเมล็ดนั้นออกมาเก็บไว้อย่างระมัดระวัง มีเมล็ดพันธุ์เท่ากับเขาสามารถปลูกแตงโมต่อได้
"ฉับ! ฉับ! ฉับ!"
ดาบฟันลงไปต่อเนื่อง แตงโมครึ่งลูกถูกหั่นเป็นชิ้นๆ เจ็ดแปดชิ้น
โจวเหวินหยิบแตงโมชิ้นหนึ่งขึ้นมา แล้วยัดเข้าปากอย่างอดใจไม่ไหว กัดลงไปคำโต เนื้อแตงโมที่แน่นกรอบระเบิดความชุ่มฉ่ำออกมา น้ำหวานๆ แตกซ่านไปทั่วปาก กลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้ฟุ้งกระจาย ทำให้โจวเหวินรู้สึกเปี่ยมสุขไปทั้งหัวใจ
"อร่อยเกินไปแล้ว!" โจวเหวินไม่เคยกินแตงโมที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้แค่ได้กินผลไม้กระป๋องเขาก็รู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์แล้ว แต่เทียบกับแตงโมลูกนี้ มันคนละชั้นกันเลย
โจวเหวินกินไม่หยุดปาก จัดการแตงโมอย่างบ้าคลั่ง ไม่นานแตงโมครึ่งลูกก็ลงไปอยู่ในท้อง เขาลูบท้องที่เริ่มตึง แล้วมองแตงโมอีกครึ่งที่เหลือด้วยความเสียดาย นึกโทษกระเพาะตัวเองที่เล็กเกินไป ยัดทั้งลูกไม่ไหว
"แบ่งให้เจียงไห่เทาสักครึ่งหนึ่งดีกว่า" ยังไงเขาก็กินไม่หมดอยู่แล้ว ขืนเก็บเข้าตู้เก็บของ ทิ้งไว้ถึงตอนเย็นรสชาติคงดรอปลงแน่
[เชี่ย! พี่เหวิน พี่ไปเอาแตงโมนี่มาจากไหน? หน้าตามันดูดีเกินไปแล้ว เหมือนทับทิมเลย]
เจียงไห่เทาได้รับแตงโมที่โจวเหวินส่งมาก็ถึงกับตะลึง เขาไม่เคยเห็นแตงโมที่เนื้อสวยขนาดนี้มาก่อน
[ก็ปลูกมาจากเมล็ดแตงโมของนายนั่นแหละ]
[ห๊ะ? พี่เหวินพี่ปลูกผักได้แล้วเหรอ?]
[ใช่ นายอยากปลูกไหมล่ะ?]
[อยากสิครับ! แต่... จะได้เหรอ?]
แม้เจียงไห่เทาจะไม่ได้คิดซับซ้อนอะไรมาก แต่เขาก็ไม่ได้โง่ ในโลกที่แม้แต่อาหารและน้ำยังต้องลุ้นจากกล่องสุ่มแบบนี้ การปลูกพืชได้เองมีความสำคัญขนาดไหนใครๆ ก็รู้ เขาไม่คิดว่าโจวเหวินจะมอบอุปกรณ์ทำสวนให้เขาฟรีๆ
[ได้สิ เดี๋ยวฉันส่งกระบะปลูกพืชขนาดเล็กให้นายสองใบ ส่วนเมล็ดนายไปรับซื้อเอาเองนะ]
โจวเหวินเปิดหน้าต่างแบบแปลน สร้างกระบะปลูกพืชขนาดเล็กสองใบ แล้วส่งให้เจียงไห่เทา พร้อมกับปุ๋ยระดับต่ำอีกสองก้อน
ตอนนี้เขามีพื้นที่จำกัด อาศัยแค่พื้นที่ตัวเองคงขยายการผลิตไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือเพิ่มจำนวนคนช่วยปลูก โดยให้คนที่ไว้ใจได้ช่วยจัดการ
[ขอบคุณครับพี่เหวินที่ดูแลผม]
[อย่าพูดห่างเหินแบบนั้น ในเมื่อนายเรียกฉันว่าพี่ ฉันก็ต้องดูแลน้องนุ่งเป็นธรรมดา]
[จริงสิ ปุ๋ยระดับต่ำสองก้อนนั้น พอนายลงเมล็ดแล้วก็ใช้ได้เลย กระบะละก้อน มันช่วยเร่งการเจริญเติบโตได้]
[รับทราบครับพี่เหวิน ผมกำลังรับซื้อเมล็ดอยู่]
จบการสนทนากับเจียงไห่เทา โจวเหวินมองดูแตงโมอีกหนึ่งในสี่ส่วนที่เหลือ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดหน้าต่างแชทของเฉินซิน แล้วส่งข้อความไปหาเธอ
[คุณเฉิน คุณใช้ถังผลิตออกซิเจน 12 เครื่องแลกแบบแปลนมาได้ 6 ใบ ควรจะส่งเข้ากองกลางของทีมสัก 2 ใบไหม?]
[ห๊ะ? คุณโจว คุณชวนฉันเข้าทีม สวัสดิการอะไรก็ไม่มีให้ ยังจะมาขอแบบแปลนฉันตั้ง 2 ใบเนี่ยนะ?]
[เรียกว่าขอได้ยังไง? อย่าพูดแบบนั้นสิ นี่คือการเสียสละเพื่อทีม การจะเป็นสมาชิกทีมที่ดีต้องรู้จักให้ก่อนถึงจะได้รับผลตอบแทน ตอนนี้ทีมเราเพิ่งเริ่มก่อตั้ง เป็นช่วงเวลาที่ต้องการความเสียสละจากสมาชิก]
[คุณโจว เลิกอ้อมค้อมเถอะ บอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของคุณมาดีกว่า]
[ดี คุณเฉินนี่ฉลาดจริงๆ ส่งแบบแปลนทั้ง 6 ใบมาให้ผม ผมจะเลือกใบที่เหมาะสมไว้ 2 ใบ แล้วคืนให้คุณ 4 ใบ แลกกับการที่คุณจะได้เป็นสมาชิกทีมอย่างเป็นทางการ]
[โจวเหวิน ข้อเรียกร้องนี้มันจะเกินไปหน่อยมั้ง ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณไม่ได้หลอกเอาแบบแปลนฉันไป?]