- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 46 โลกภายนอก
บทที่ 46 โลกภายนอก
บทที่ 46 โลกภายนอก
บทที่ 46 โลกภายนอก
ถึงอย่างนั้นก็ต้องเอาปะการังเลือดเดือดกลับไปให้ได้ แต่จะเอากลับไปยังไงนี่สิทำเอาโจวเหวินปวดหัว
ส่วนที่สำคัญที่สุดของปะการังเลือดเดือดก็คือตัว "ปะการังฝูงสัตว์เลือดเดือด" ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว พวกมันขาดน้ำได้ไม่นาน ขืนจับยัดใส่กล่องเสบียงดื้อๆ นานไปมีหวังตายยกก๊วน
โจวเหวินนั่งขบคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคิดหาวิธีแก้ขัดขึ้นมาได้วิธีหนึ่ง
เขาทักไปขอหิน 10 ก้อน กับทราย 10 ถุงจากเจียงไห่เทา แล้วเปิดหน้าต่างแบบแปลน เลือก [แบบแปลนตู้ปลาขนาดเล็ก] บวกกับกระจก 10 แผ่นที่เพิ่งได้มา สร้างเป็นตู้ปลาขนาดเล็กออกมาทันที
ตู้ปลาขนาดเล็กมีขนาดเท่ากับกระบะปลูกสาหร่าย คือกว้างยาวสูงด้านละ 1 เมตร โครงสร้างหลักทำจากหิน ทั้งสี่ด้านฝังกระจกใสเอาไว้ทำให้มองเห็นข้างในได้ชัดเจน ส่วนก้นตู้ปูด้วยชั้นทรายบางๆ
สร้างเสร็จ โจวเหวินก็จัดการเติมน้ำทะเลใสสะอาดจนเต็มตู้ แล้วกดส่งให้เจียงไห่เทาผ่านระบบข้อความส่วนตัว
[พี่เหวิน ส่งตู้ปลามาให้ผมทำไมครับเนี่ย?]
วันนี้เจียงไห่เทางงกับโจวเหวินจนไปไม่เป็น เดี๋ยวก็ขอโล่ไม้ เดี๋ยวก็ขออาหาร สักพักก็ส่งกล่องเปล่ามาให้ ตอนนี้ส่งตู้ปลามาให้อีก ดูเหมือนวันนี้ลูกพี่จะทำตัวแปลกๆ พิกล
[ฝากไว้ที่นายก่อน เดี๋ยวฉันจะส่งปะการังตามไปให้อีกต้น พอนายได้รับแล้วรีบเอาใส่ตู้ปลาทันทีเลยนะ ห้ามชักช้า]
กำชับเสร็จ โจวเหวินก็ถอนปะการังเลือดเดือดขึ้นมา แล้วรีบส่งให้เจียงไห่เทาทันทีผ่านหน้าต่างระบบ
[พี่เหวิน ผมเอาปะการังใส่ตู้เรียบร้อยแล้วครับ]
[เอ่อ... พี่เหวินครับ ทางพี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึเปล่า?]
[มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้ยังไม่สะดวกเล่า ไว้กลับไปแล้วจะบอก]
[อ๋อ โอเคครับพี่]
โจวเหวินไม่ได้คิดจะปิดบังเรื่องถ้ำสมบัติกับเจียงไห่เทา ในเมื่อเลือกที่จะไว้ใจแล้ว ก็ควรมองอีกฝ่ายเป็นคนกันเอง เผื่อวันหน้าเจียงไห่เทาเจอถ้ำสมบัติบ้าง การบอกเล่าประสบการณ์ตอนนี้ก็เหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมให้เขาไปในตัว
ถือว่าเก็บกู้ปะการังเลือดเดือดสำเร็จ ส่วนการส่งผ่านระบบจะมีผลกระทบกับตัวปะการังจิ๋วพวกนั้นไหม โจวเหวินก็สุดรู้ แต่ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ เขาก็ไม่มีปัญญาเอามันออกไปได้แล้ว
เอาล่ะ สมบัติห้องนี้เก็บเรียบร้อย โจวเหวินมุ่งหน้าต่อ
ด้านหลังห้องโถงมีรูถ้ำอยู่อีกแห่ง โจวเหวินคลานเข้าไปด้วยความหวังเต็มเปี่ยม แต่เส้นทางนี้กลับไม่เหมือนเส้นทางก่อนหน้านี้
เส้นทางเก่าๆ มักจะมีแค่ทางแยกเดียว แต่ทางนี้คลานไปแค่สิบเมตรก็เจอห้าแยกเข้าไปแล้ว ยิ่งลึกเข้าไปทางแยกก็ยิ่งเยอะยุ่บยั่บไปหมด ราวกับเขาวงกต
แถมพื้นถ้ำยังเละเทะไปด้วยโคลนเลน เหมือนกำลังคลานอยู่ในบ่อโคลนไม่มีผิด
"ห้องสมบัติห้องต่อไปอยู่ไหนเนี่ย ทางแยกบ้าบออะไรเยอะแยะขนาดนี้!" โจวเหวินบ่นอุบอิบ สภาพตอนนี้เขาเปรอะเปื้อนโคลนไปทั้งตัว ดูเหมือนมนุษย์โคลนไม่มีผิด
โจวเหวินคลานวนเวียนอยู่ในถ้ำเขาวงกตนี้อยู่พักใหญ่ จนในที่สุดเขาก็ยอมรับความจริงว่า... หลงทางแล้วจ้า
"กฎมือขวา กฎมือขวา... ขวาพ่องสิ!" โจวเหวินมองทางแยกยุ่บยั่บรอบตัวจนเวียนหัวตาลาย
"แม่งเอ๊ย! ทางไหนขวาวะเนี่ย?" หน้าหลังซ้ายขวามีแต่ทางแยกหน้าตาเหมือนกันไปหมด บวกกับไฟฉายที่ไม่ค่อยสว่าง ตอนนี้เขาจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าทางที่เข้ามาคือทางไหน
โจวเหวินมองดูถ้ำที่หน้าตาเหมือนกันไปหมด กัดฟันเลือกสุ่มมาสักทาง แล้วใช้มีดกระดูกปลาขีดทำสัญลักษณ์ไว้บนผนัง ถ้าเกิดวนกลับมาเจอจะได้รู้แล้วเปลี่ยนไปทางอื่น
จากนั้นเขาก็คลานต้วมเตี้ยมไปในโคลนตมอย่างไม่รู้ทิศทาง ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงสายลมปะทะหน้า
"ลม! ข้างหน้าต้องเป็นทางออกแน่ๆ" โจวเหวินดีใจจนเนื้อเต้น รีบเร่งความเร็วคลานต่อไปอีกสิบกว่าเมตร ในที่สุดก็โผล่พ้นปากถ้ำออกมา
"ออกมาได้แล้ว! กูออกมาได้แล้ว! ฮ่าๆๆ!"
โจวเหวินตะโกนลั่นราวกับคนบ้า ก็ช่วยไม่ได้ การคลานอยู่ในที่แคบๆ มืดๆ นานๆ มันกดดันจนแทบสิ้นหวัง ความมืดมิดในถ้ำมันเหมือนไม่มีวันสิ้นสุดจริงๆ
"จบสักที จะได้พักผ่อนสะ... เอ๊ะ? ทำไม... บนฟ้ามีดาวด้วยวะ?" โจวเหวินเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ระยิบระยับไปด้วยดวงดาว แล้วยืนอึ้งกิมกี่
"นี่ฉันอยู่ที่ไหน? นี่มันยังอยู่ในปากแฟนธอม เลวีอาธานอยู่รึเปล่าเนี่ย?" โจวเหวินพึมพำอย่างงงงวย
ทันใดนั้น ลมทะเลระลอกใหญ่พัดมาปะทะหน้า กลิ่นเค็มและความชื้นในอากาศทำให้โจวเหวินตระหนักได้ทันทีว่า เขาคลานทะลุออกมาโผล่ที่ปากถ้ำอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อมต่อกับโลกภายนอก
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสโลกภายนอกจริงๆ โจวเหวินจึงยังไม่รีบมุดกลับเข้าไป
ลมทะเลพัดโชย คลื่นซัดสาดกระทบโขดหินเป็นระลอก โจวเหวินมองออกไปเห็นผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาลจรดขอบฟ้า
แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่ท้องทะเลกลับไม่มืดมิด เหตุผลนั้นง่ายมาก... บนฟ้ามีดวงจันทร์ถึงสิบดวง
เก้าดวงเป็นดวงจันทร์สีฟ้าอ่อน ขนาดเท่าๆ กัน กระจัดกระจายอยู่บนท้องฟ้าอย่างไร้ระเบียบ
ส่วนอีกหนึ่งดวงเป็นดวงจันทร์สีน้ำเงินเข้มขนาดยักษ์ ใหญ่จนบดบังท้องฟ้าไปกว่าครึ่ง ดูราวกับลอยอยู่ใกล้แค่เอื้อม
"เจ้าตัวเล็กออกไปข้างนอกทำไม รีบกลับเข้ามาเร็ว!"
เสียงของแฟนธอม เลวีอาธานดังขึ้นในหัวทำเอาโจวเหวินสะดุ้งโหยง น้ำเสียงฟังดูร้อนรน เห็นได้ชัดว่าสำหรับเลวีอาธานแล้ว โจวเหวินนั้นเปราะบางเกินไป และโลกภายนอกก็อันตรายเกินกว่าเขาจะรับมือไหว
โจวเหวินเองก็ว่านอนสอนง่าย ไม่คิดจะรั้งรออยู่ข้างนอกนาน รีบมุดกลับเข้าไปในถ้ำแล้วคลานกลับทันที แต่คลานไปได้แป๊บเดียวก็เจอทางแยกอีกสองทาง เขาเริ่มสับสนอีกครั้ง หาทางกลับไม่เจอจริงๆ
"เจ้าตัวเล็กเป็นอะไรเนี่ย? ทางขวายังมีของที่ยังไม่ได้เก็บอีกอย่างนะ" เสียงแฟนธอม เลวีอาธานดังขึ้นอีกครั้ง
ความสับสนบนใบหน้าโจวเหวินเปลี่ยนเป็นความยินดีทันที ตอนนี้เสียงในใจของเลวีอาธานดังขึ้นบ่อยมาก เขาแค่ทำตามเสียงบอกก็สิ้นเรื่อง คิดได้ดังนั้นเขาจึงคลานไปทางขวาตามคำแนะนำ
หลังจากนั้น ทุกครั้งที่โจวเหวินลังเลอยู่หน้าทางแยก แฟนธอม เลวีอาธานก็จะส่งเสียงบอกใบ้ในใจ เขาก็แค่คลานไปตามนั้น
ผ่านทางแยกมาได้สี่ห้าจุด ในที่สุดโจวเหวินก็เข้ามาในห้องโถงอีกห้อง แต่ห้องนี้เต็มไปด้วยโคลนกองพะเนิน โคลนพวกนี้มีลักษณะเป็นเส้นยาวขดไปมาทับถมกันเป็นกองพะเนิน โจวเหวินเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
"ทำไมหน้าตามันเหมือนขี้ไส้เดือนจังวะ?" โจวเหวินหยิบก้อนโคลนขึ้นมาพิจารณา
[ติ๊ง! ได้รับ มูลหนอนเจาะหิน x1]
"โอ้ว! เชี่ย!" โจวเหวินรีบขว้างก้อนโคลนในมือทิ้งทันที ไม่ต้องดูให้เสียสายตา เสียงแจ้งเตือนในหัวบอกชัดเจนแล้ว
ถึงจะทำท่ารังเกียจ แต่จริงๆ แล้วก้อนโคลนพวกนี้ไม่มีกลิ่นเหม็นอะไร ถ้ามองข้ามความจริงที่ว่ามันคือ 'ขี้' ไปซะ เนื้อแท้มันก็คือโคลนดีๆ นี่เอง
โจวเหวินปรับอารมณ์ขยะแขยงให้เข้าที่ แล้วเริ่มค้นหาของในห้องโถงนี้ ตามเสียงบอกใบ้ของแฟนธอม เลวีอาธาน สมบัติชิ้นสุดท้ายซ่อนอยู่ที่นี่