- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 43 สิ่งมีชีวิตในถ้ำ
บทที่ 43 สิ่งมีชีวิตในถ้ำ
บทที่ 43 สิ่งมีชีวิตในถ้ำ
บทที่ 43 สิ่งมีชีวิตในถ้ำ
โจวเหวินรีบสงบสติอารมณ์ลง ใช้ไฟฉายส่องไปตรงจุดที่สิ่งมีชีวิตนั้นเพิ่งว่ายผ่าน หวังจะดูให้เห็นกับตาว่ามันคือตัวอะไร แต่น้ำที่ขังอยู่นั้นขุ่นคลั่ก บวกกับแสงไฟที่ไม่แรงพอ ทำให้มองไม่เห็นอะไรใต้น้ำเลย
โจวเหวินเลยหันไฟฉายขึ้นส่องด้านบน เมือกเหนียวที่หล่นใส่หัวเมื่อกี้มาจากข้างบนนี่แหละ พอเงยหน้าขึ้นไปมองเท่านั้นแหละ แทบจะอาเจียนออกมาด้วยความขยะแขยง
เพดานถ้ำเต็มไปด้วยเมือกเหนียวหนืดเกาะอยู่ หยดติ๋งๆ ลงมาเป็นระยะ ภาพรวมดูเหมือนเมือกพวกนี้เป็นรอยทางยาวทอดลึกเข้าไปในถ้ำ ราวกับมีตัวอะไรสักอย่างเลื้อยผ่านแล้วทิ้งร่องรอยเอาไว้
เห็นภาพชวนอ้วกแบบนี้ โจวเหวินต้องทำใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้ถอยกลับตอนนี้ก็คงไม่ได้ อีกอย่างถ้ำมันแคบเกินกว่าจะกลับตัวได้ด้วย
โจวเหวินกลั้นใจข่มความคลื่นไส้ แล้วคลานต่อไปข้างหน้า ยิ่งลึกเข้าไป เมือกพวกนี้ก็ยิ่งเยอะขึ้น กระทั่งพื้นใต้น้ำก็ยังมีเมือกพวกนี้เกาะอยู่
ทำให้การคลานของโจวเหวินช้าลงไปอีก เดิมทีระดับน้ำที่สูงทำให้ต้องเงยหน้าคลานอย่างยากลำบากอยู่แล้ว ตอนนี้ใต้น้ำดันลื่นปรื๊ดเพราะเมือก มือเท้าปัดป่ายหาที่ยึดเกาะแทบไม่ได้
"ตกลงนี่ฉันมาล่าสมบัติหรือมารับกรรมกันแน่เนี่ย ทรมานชิบเป๋ง"
หลังจากลื่นล้มหัวทิ่มน้ำไปหลายรอบเพราะเมือกเจ้ากรรม โจวเหวินที่สะบักสะบอมเต็มทีก็ตัดสินใจหยุดพักสักหน่อย
พอหยุดเคลื่อนไหว เสียงน้ำกระเพื่อมจากการคลานของโจวเหวินก็เงียบลง ถ้ำกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
"เสียงอะไรน่ะ?"
หลังจากพักจนหายใจและหัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติ กำลังจะคลานต่อ จู่ๆ หูเขาก็แว่วเสียงแผ่วเบา เหมือนเสียงอะไรสักอย่างกำลังเลื้อยช้าๆ ไปตามผนังหิน
เสียงมันเบามาก ก่อนหน้านี้เสียงลมหายใจกับเสียงหัวใจเต้นของเขาดังกลบไปหมด พอทุกอย่างเงียบลง เสียงนี้เลยชัดขึ้นมา
โจวเหวินหันหัวไปมา ใช้ไฟฉายสาดหานต้นตอของเสียง จนกระทั่งไปเจอเข้ากับสิ่งมีชีวิตตัวแบนๆ นิ่มๆ ตัวหนึ่งกำลังเกาะอยู่บนเพดานถ้ำ
เจ้าตัวนิ่มนี้รูปร่างยาวรี ตัวแบนราบ ลำตัวใสจนมองเห็นเครื่องใน หัวมีตาเล็กจิ๋วสีดำคู่หนึ่ง ความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร
รูปลักษณ์โดยรวมไม่ได้ดูน่ากลัวอะไร และดูเหมือนจะไม่มีเจตนาทำร้ายโจวเหวินด้วย มันแค่เลื้อยเอื่อยๆ ไปตามผนังหิน ทิ้งคราบเมือกยาวเหยียดไว้เบื้องหลัง
โจวเหวินเลิกสนใจเจ้าตัวนิ่มนั่น ของแปลกที่ไม่รู้จักแบบนี้อย่าไปยุ่งดีกว่า เดี๋ยวจะซวยเอา พักจนหายเหนื่อยแล้ว เขาเตรียมจะออกเดินทางต่อ
แต่ทว่า... ผิวน้ำเบื้องหน้ากลับเกิดระลอกคลื่นซัดสาดเข้ามา หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงของโจวเหวินกลับมาเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก เขายังไม่ได้ขยับตัวเลย แล้วคลื่นพวกนี้ใครเป็นคนทำ?
สถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี ระลอกคลื่นเปลี่ยนเป็นเกลียวคลื่นขนาดย่อม ซัดสาดเข้ามาลูกแล้วลูกเล่า แต่ละลูกสูงขึ้นเรื่อยๆ จนลูกสุดท้ายสูงท่วมมิดเพดานถ้ำ
โจวเหวินใจหายวาบ ดูจากสภาพคลื่นลูกใหญ่ขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่ามีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังพุ่งตรงมาหาเขาด้วยความเร็วสูงจนเกิดคลื่นกระแทก
"โล่ไม้... แกต้องกันให้อยู่นะเว้ย...!" โจวเหวินเปลี่ยนท่าจากหมอบคลานเป็นนั่งยองๆ ขดตัวกลมดิกในพื้นที่แคบๆ เอาโล่ไม้กำบังด้านหน้า พร้อมสั่งการเรียกเกราะอกหนามออกมาสวมใส่ทันที
"ฟู่ว~" โจวเหวินพ่นลมหายใจยาว พยายามไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไป เตรียมร่างกายให้พร้อมรับแรงปะทะ
ซ่า! ซ่า! ซ่า...!
คลื่นน้ำซัดโครมเข้าใส่โล่ไม้ลูกแล้วลูกเล่า น้ำแตกกระจายไปทั่ว โจวเหวินก้มหน้าหรี่ตา ป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นเข้าตาจนบดบังทัศนวิสัย
ในที่สุด คลื่นลูกใหญ่ที่อัดแน่นจนเต็มรูถ้ำก็มาถึง วินาทีที่มวลน้ำปะทะกับโล่ไม้ โจวเหวินสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่
วินาทีถัดมา แรงดันน้ำมหาศาลกระแทกใส่โล่จนโจวเหวินแทบหงายหลัง น้ำท่วมมิดพื้นที่ที่เขาอยู่ชั่วขณะ กลายเป็นโลกใต้น้ำที่กระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดผ่านร่างเขาไปอย่างรวดเร็ว
หัวใจโจวเหวินเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาทางปาก เขารู้ดีว่าเจ้าตัวยักษ์นั่นกำลังจะมาถึงตัวแล้ว
"ตู้ม!"
แรงกระแทกมหาศาลปะทะเข้ากับโล่ไม้อย่างจัง แรงแขนของโจวเหวินต้านทานไม่อยู่ โล่กระแทกอัดเข้ากับหน้าอกเขาเต็มแรง ส่งร่างทั้งร่างกระเด็นไถลไปข้างหลังกว่าหนึ่งเมตร
โจวเหวินจุกจนหายใจไม่ออก อวัยวะภายในสะเทือนเลื่อนลั่น สมองขาวโพลนไปชั่ววูบ เหมือนโดนรถชนเข้าอย่างจัง
"แค่กๆๆ!"
โจวเหวินไออกมาอย่างรุนแรง จังหวะที่โดนกระแทกเมื่อกี้ ลมหายใจที่กลั้นไว้แตกกระเจิง เผลอสูดหายใจเข้าไปจนสำลักน้ำ โชคดีที่น้ำลดระดับลงไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคงได้จมน้ำตายคาถ้ำ
สถานการณ์วิกฤต ความเจ็บปวดต้องวางไว้ก่อน โจวเหวินตั้งสติได้นิดหน่อยก็รีบยันโล่ไม้ไว้สุดแรง แล้วใช้มือขวาแทงมีดกระดูกปลาสวนออกไปจากขอบโล่เต็มเหนี่ยว
"เคร้ง!" มีดกระดูกปลาปะทะกับร่างของสัตว์ยักษ์ เกิดเสียงดังเหมือนเหล็กกระทบหิน
"ฉิบหายแล้ว!" ได้ยินเสียงนี้โจวเหวินก็รู้ชะตากรรม มีดกระดูกปลาทำอะไรไอ้ตัวยักษ์นี่ไม่ได้เลย หัวมันแข็งอย่างกับหิน
ยังดีที่มีโล่ไม้ช่วยกันไว้ บวกกับพื้นลื่นๆ จากเมือก ทำให้เจ้าสัตว์ยักษ์ทำได้แค่ดันตัวเขาไถลถอยหลังไปเรื่อยๆ ยังทำอันตรายเขาโดยตรงไม่ได้
แต่ดีใจได้ไม่นาน ดูเหมือนเจ้าสัตว์ยักษ์จะรู้ว่าพุ่งชนโล่ไปก็เสียแรงเปล่า มันเริ่มหมุนตัวอย่างบ้าคลั่ง
เสียง "ครืดคราดๆ" ดังสนั่นก้องไปทั่วถ้ำ เหมือนเสียงเครื่องซักผ้าปั่นผ้าแต่ดังกว่าเป็นสิบเท่า
"แกรกๆๆ!"
ส่วนหัวของสัตว์ยักษ์น่าจะมีของแข็งแหลมคม พอหมุนตัวเร็วๆ มันก็เริ่มทำลายโล่ไม้ เสียงฉีกกระชากไม้ดังบาดหู
หัวใจโจวเหวินดิ่งวูบลงเหว ตอนนี้เขากลายเป็นลูกไก่ในกำมือ โล่ไม้แตกเมื่อไหร่ก็คือวันตายของเขา
[เจียงไห่เทา ส่งโล่ไม้มาให้อันนึง ด่วน!]
โจวเหวินรีบส่งข้อความหาเจียงไห่เทา ไม่นานโล่ไม้อันใหม่ก็ถูกส่งมา
เขาจำต้องวางมีดกระดูกปลา แล้วใช้มือขวาช่วยดันโล่ ตอนนี้ทำได้แค่แข่งความอึดกันแล้ว อีกฝ่ายคงหมุนตัวตลอดไม่ได้หรอก ส่วนเขาก็ขอโล่จากเจียงไห่เทาได้เรื่อยๆ
แต่ถึงอย่างนั้น โจวเหวินก็ยังมองไม่เห็นทางรอด ถึงจะมีโล่ให้เติมเรื่อยๆ แต่การยันโล่ต้านแรงก็ต้องใช้พละกำลังมหาศาล เขาไม่คิดว่าแรงคนจะไปสู้แรงสัตว์ยักษ์ได้หรอก
เวลาผ่านไปทีละนิด โล่ไม้พังไปสิบกว่าอันแล้ว โจวเหวินเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ไม่มีแรงจะยันโล่อีกต่อไป
"เอาวะ เป็นไงเป็นกัน" ความตายมาจ่อตรงหน้า กลับทำให้ความกลัวลดน้อยลง อาจเป็นเพราะนี่คือทางที่เขาเลือกเอง หรืออาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่ยื้อยุดด้วยโล่สิบกว่าอันนั้น เขาได้เตรียมใจยอมรับความตายไว้แล้ว
"แกรกๆๆ!" โล่ไม้แตกกระจาย ในที่สุดโจวเหวินก็ได้เห็นหน้าตาที่แท้จริงของเจ้าสัตว์ยักษ์
สัตว์ยักษ์ตัวนี้ไม่รู้ว่ายาวแค่ไหน แต่ลำตัวมันอัดแน่นคับถ้ำไปถึงแปดส่วน รูปร่างคล้ายไส้เดือน ผิวหนังสีเดียวกับหิน ส่วนหัวมีเกราะแข็งหุ้ม บนเกราะเต็มไปด้วยหนามกระดูกทรงสามเหลี่ยมแหลมคม
เจ้าหนามกระดูกพวกนี้นี่เองที่บดขยี้โล่ของโจวเหวินจนเละเทะด้วยการหมุนตัว
เกราะส่วนหัวแยกออกเป็นแฉกเหมือนกลีบดอกไม้ที่กำลังบาน เผยให้เห็นปากที่ซ่อนอยู่ข้างใน ซึ่งเต็มไปด้วยฟันแหลมคมยุ่บยั่บ
"ไอ้เวรเอ๊ย จะฆ่าก็รีบฆ่าสิวะ!" การรอคอยความตายนี่มันทรมานจริงๆ โจวเหวินที่เตรียมใจตายไปแล้ว กลับเริ่มกลัวความตายขึ้นมาอีกครั้ง
"วู๊ม~"
ทันทีที่สัตว์ยักษ์กำลังจะพุ่งเข้าขย้ำโจวเหวิน เสียงร้องกึกก้องกังวานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วถ้ำ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเขย่าผนังถ้ำราวกับแผ่นดินไหว
"เจ้าหนอนจิ๋วน่ารำคาญ ขวางทางข้าอยู่ได้ หลีกไปซะ!"