- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 39 ขึ้นราคา
บทที่ 39 ขึ้นราคา
บทที่ 39 ขึ้นราคา
บทที่ 39 ขึ้นราคา
ฐานไม้ยกสูงสามารถพ้นจากผิวน้ำได้ อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้รอดชีวิตไม่ต้องแช่อยู่ในน้ำตลอดเวลา และไม่ต้องเผชิญหน้ากับหนอนสมอใต้น้ำโดยตรง
[แม่งเอ๊ย! จะให้รอดกันบ้างไหมเนี่ย แป๊บเดียวตายกันเป็นเบือขนาดนี้ นี่มันเกมเอาชีวิตรอดหรือเกมส่งคนไปตายวะ!]
[โชคดีที่ฉันไม่เจอ แต่เปอร์เซ็นต์การตายนี่มันสูงเกินไปแล้ว พวกที่มีหมวกเกราะหนามล่ะ? พวกนายยังอยู่ดีกันไหม?]
[นั่นสิ สรุปแล้วหมวกเกราะหนามมันกันได้จริงไหม?]
เมื่อช่วงเวลาการกินอาหารของแฟนธอม เลวีอาธานสิ้นสุดลง ผู้รอดชีวิตก็กลับมาปลอดภัยชั่วคราว ช่องแชทโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่บรรยากาศต่างไปจากเดิมสิ้นเชิง เมื่อก่อนยังมีคนเล่นมุกตลกบ้าง แต่วันนี้เต็มไปด้วยความหวาดผวา
[กันได้จริง! ฉันเจอไอ้หนอนนั่นมากับตัว มันพุ่งขึ้นจากน้ำมางับหัวฉันแทบช็อกตาย โชคดีที่ใส่หมวกเกราะหนามไว้ มันกันเขี้ยวได้อยู่หมัด ของเขาดีจริง]
หลังจากนั้น ผู้รอดชีวิตที่มีหมวกเกราะหนามคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยออกมาขอบคุณและยืนยันว่าหมวกเกราะใช้แก้ทางหนอนสมอได้ผลชะงัด
เสียงยืนยันเหล่านี้ยิ่งโหมกระพือความต้องการหมวกเกราะหนามให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก
โจวเหวินเฝ้ามองดูเหล่าผู้รอดชีวิตที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตมาหมาดๆ รอจังหวะเหมาะๆ เพื่อจะเสนอขายฐานไม้
ตอนนั้นเอง เจียงไห่เทาก็ส่งข้อความมาหาอีก โจวเหวินนึกว่าจะมีคนมาขอต่อราคาหมวกเกราะอีกตามเคย แต่พออ่านข้อความจบ เขาก็แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์
"หมูวิ่งมาชนปังตอเองแบบนี้ อย่าโทษฉันใจร้ายก็แล้วกัน"
เรื่องของเรื่องคือ จ้าวเถิงเห็นความต้องการหมวกเกราะพุ่งสูงปรี๊ด เลยหน้าด้านทักมาหาเจียงไห่เทาอีกรอบ เพื่อชวนร่วมมือปั่นราคาฟันกำไร
[พี่ชายเจียง ดูพวกนั้นสิ กลัวตายจนสติแตกกันหมดแล้ว โอกาสทองมาถึงแล้วนะ เรามาร่วมมือกันเถอะ ตั้งราคาหมวกเกราะใบละ 1 แบบแปลนไปเลย]
[ก่อนหน้านี้ไม่ใช่นายเหรอที่อยากตั้งราคานี้ แล้วโดนไอ้ลูกพี่นั่นเบรกไว้?]
[ตอนนี้มีคนตายเกลื่อน แถมยังมีคนมายืนยันคุณภาพสินค้าให้ฟรีๆ จังหวะนี้แหละที่เราจะโก่งราคาได้ไม่อั้น โอกาสทองทางธุรกิจเลยนะพี่ชาย]
[เดี๋ยวนะ คนที่ขัดขวางไม่ให้ผมขายแลกแบบแปลนตอนแรก มันคือนายไม่ใช่เหรอ?]
[โธ่... เรื่องเมื่อวานพี่ขอโทษจริงๆ พี่ผิดไปแล้ว]
[แต่เราจะโกรธกันก็โกรธไป แต่อย่าไปโกรธวัตถุดิบกับกำไรสิ ตอนนี้เราสองคนขายถูกขนาดนี้ เท่ากับเอาเปรียบตัวเองเพื่อช่วยคนอื่น ช่างหัวพวกมันสิ จริงไหม?]
[แล้วนายจะให้ร่วมมือยังไง?]
[ฮ่าๆๆ พี่ชายเจียงช่างใจกว้างจริงๆ เอาตามราคาที่พี่ชายตั้งตอนแรกเลย 1 หมวกแลก 1 แบบแปลน ถือโอกาสนี้กวาดต้อนแบบแปลนจากพวกโง่เง่านั่นมาให้หมด ดีไหม?]
[นายล้อเล่นรึเปล่า? กล้าตั้งราคานี้จริงดิ? ไม่กลัวโดนคนรุมด่าจนหูชาเหรอ?]
[ด่าก็ด่าไปสิ เนื้อไม่ได้แหว่งสักหน่อย ปล่อยให้พวกมันด่าไป สุดท้ายพวกมันก็ต้องซมซานมาขอซื้อหมวกเกราะจากเราอยู่ดี ฮ่าๆๆ น่าขำจะตาย ให้มันด่าไปเถอะ แล้วเราก็ค่อยๆ ขึ้นราคาอีก เอาให้พวกมันต้องกราบกรานขอซื้อเลย]
เจียงไห่เทาอ่านข้อความไร้ยางอายของจ้าวเถิงแล้วรู้สึกเดือดดาล นี่มันหากินบนซากศพคนอื่นชัดๆ
[ตกลง ผมร่วมมือด้วย แต่คราวนี้ผมไม่อยากออกหน้าไปโดนด่าคนแรกแล้ว ในเมื่อนายเป็นคนชวน นายต้องแสดงความจริงใจก่อน นายประกาศขึ้นราคาก่อน แล้วผมจะประกาศตาม]
จ้าวเถิงเห็นเจียงไห่เทาตอบตกลงก็ดีใจจนเนื้อเต้น แต่พออ่านเงื่อนไขข้อหลัง เขาก็ลังเลขึ้นมา
[เอ่อ... ใครประกาศก่อนประกาศหลังมันมีผลด้วยเหรอ?]
[หึ! มีผลสิ คราวที่แล้วตอนผมประกาศขายแลกแบบแปลน นายก็มาตัดราคาขายถูก แล้วปั่นหัวให้คนรุมด่าผมว่าเป็นนายทุนหน้าเลือด]
[ทำไม? หรือนายคิดว่าผมโง่ จะหลอกให้ผมโดนด่าฟรีอีกรอบ?]
[ฮ่าๆๆ เปล่าครับเปล่า งั้นเดี๋ยวพี่ประกาศก่อนเอง หวังว่าพี่ชายเจียงจะไม่ทิ้งโอกาสทองนี้นะ]
[แน่นอน ผมจะไปโกรธแบบแปลนลงได้ยังไง]
ทันทีที่ตกลงกันได้ จ้าวเถิงก็ประกาศขึ้นราคาหมวกเกราะหนามเป็น 1 แบบแปลนต่อ 1 ใบ
ข่าวนี้เปรียบเสมือนเชื้อไฟที่โยนลงไปในกองดินระเบิด ผู้รอดชีวิตที่กำลังขวัญผวาและตึงเครียดอยู่แล้วถึงกับสติขาดผึง รุมด่าจ้าวเถิงสาดเสียเทเสียด้วยถ้อยคำหยาบคายที่สุดเท่าที่จะสรรหามาได้
แต่จ้าวเถิงไม่สนคำด่าทอ เขาแค่ลุ้นให้เจียงไห่เทารีบประกาศขึ้นราคาตาม เพื่อความสบายใจของเขาเอง
ในสายตาของจ้าวเถิง เจียงไห่เทาดูเป็นคนไม่ปกติ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเหมือนคนสองบุคลิก แม้โอกาสนี้จะทำกำไรมหาศาล และคนปกติควรรู้จักวางความแค้นส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์
แต่คนคุ้มดีคุ้มร้ายอย่างเจียงไห่เทานั้นคาดเดาไม่ได้ เขาเลยกังวลว่าเจียงไห่เทาจะเทงานกลางคัน แล้วตรึงราคาเดิมต่อ
แม้การขายราคาเดิมจะได้วัสดุพื้นฐานบ้าง แต่ของพรรค์นั้นมันก็แค่ของพื้นฐาน สิ่งที่จะยกระดับชีวิตได้จริงๆ คือแบบแปลน ซึ่งต่อให้มีวัสดุเป็นกองภูเขาก็ใช่ว่าจะแลกมาได้ง่ายๆ
ในที่สุด หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความกระวนกระวายใจไปไม่กี่นาที เจียงไห่เทาก็ประกาศขึ้นราคาตาม จ้าวเถิงถึงกับเป่าปากด้วยความโล่งอก
[ร่วมมือกันทำมาหากินนะน้องพี่]
[เช่นกันครับ หึหึ]
คราวนี้เหล่าผู้รอดชีวิตระเบิดลงของจริง เพิ่งจะเห็นเพื่อนร่วมชะตากรรมตายต่อหน้าต่อตามาหมาดๆ พอจะหาทางรอดด้วยหมวกเกราะหนาม ไอ้พ่อค้าหน้าเลือดสองคนนี้ดันมาร่วมมือกันโก่งราคามหาโหด นี่มันกะจะฆ่ากันให้ตายชัดๆ
[อย่าให้กูเจอตัวนะพวกมึง กูจะฆ่าให้ตายคาตีน!]
[ไอ้สัตว์นรก! พวกมึงมันไอ้สัตว์นรก!]
[ไม่ใช่คนแล้ว จิตใจทำด้วยอะไรถึงได้เลวระยำขนาดนี้!]
ผู้รอดชีวิตที่ยังไม่มีหมวกเกราะ ต่างเปลี่ยนความกลัวเป็นความโกรธแค้น สบถด่าสาปแช่งด้วยความคับแค้นใจ
และในจังหวะนี้เอง โจวเหวินก็ส่งข้อความแทรกเข้ามา
[ไอ้สองคนนี้มันเลวจริงๆ โดยเฉพาะไอ้จ้าวเถิง ก่อนหน้านี้เห็นมันยอมลดราคาหมวกเกราะ ผมก็นึกว่าเป็นคนดี]
[ตอนนั้นเห็นมันขายถูก ผมเลยยอมร่วมมือกับมันเพื่อต่อต้านพวกนายทุนหน้าเลือด ถึงขนาดควักเนื้อให้วัสดุพื้นฐานมันไปพันชิ้นเพื่อเอาไปซื้อวัตถุดิบ]
[นึกไม่ถึงว่ามันจะทรยศหักหลัง ไปจับมือกับไอ้นายทุนหน้าเลือดนั่นแล้วปั่นราคาหน้าตาเฉย ไอ้สารเลว! คืนวัสดุหนึ่งพันชิ้นที่หลอกเอาไปกลับมาเดี๋ยวนี้นะ!]
โจวเหวินมีเครดิตที่ดีในหมู่ผู้รอดชีวิตอยู่แล้ว พอเขาออกมาแฉผสมโรงแบบนี้ ทุกคนเลยลืมเจียงไห่เทาไปชั่วขณะ แล้วหันปากกระบอกปืนไประดมยิงใส่จ้าวเถิงด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด