- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 14 ข้อได้เปรียบที่กำลังจะหายไป
บทที่ 14 ข้อได้เปรียบที่กำลังจะหายไป
บทที่ 14 ข้อได้เปรียบที่กำลังจะหายไป
บทที่ 14 ข้อได้เปรียบที่กำลังจะหายไป
โจวเหวินมองดูข้อความพูดคุยของคนพวกนี้แล้วเกิดความรู้สึกถึงวิกฤตขึ้นมาทันที ข้อได้เปรียบเดียวที่เขามีเหนือผู้รอดชีวิตคนอื่นในตอนนี้ คือการขนย้ายสาหร่ายเพื่อเร่งการย่อยของแฟนธอม เลวีอาธาน ซึ่งทำให้เขาได้รับกล่องเสบียงเพิ่มเติม
แต่ตอนนี้มีคนเริ่มจับจุดนี้ได้แล้ว แถมยังชี้ให้เห็นถึงอันตรายเรื่องออกซิเจนไม่เพียงพออีกด้วย
อีกไม่นานคงมีคนคิดหาวิธีแก้ปัญหาได้เหมือนเขา แล้วข้อได้เปรียบที่เขามีก็จะหายวับไปกับตา
"ซวยแล้ว จะโดนคนอื่นตามทันแล้ว" โจวเหวินเริ่มกลุ้มใจ แต่ชั่วขณะหนึ่งก็นึกหาวิธีรักษาระยะห่างไม่ออก
ในขณะที่โจวเหวินกำลังขบคิดหาวิธีอยู่นั้น กล่องเสบียงใบแรกของวันก็ถูกน้ำทะเลพัดพาเข้ามา
[ติ๊ง! ได้รับ ตั๋วกำจัดปรสิตเลวีอาธานเกราะเหล็ก x1]
"นี่มัน..."
ตั๋วกำจัดปรสิตเลวีอาธานเกราะเหล็กมีขนาดเท่ากับธนบัตรใบละร้อย สีเหลืองทองอร่าม ดูเหมือนจะทำมาจากทองคำทั้งแผ่น
ตอนที่โจวเหวินหยิบตั๋วขึ้นมา เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัว
[ตั๋วกำจัดปรสิตเลวีอาธานเกราะเหล็ก: เมื่อใช้งานจะสามารถเข้าสู่ร่างกายของเลวีอาธานเกราะเหล็กตัวเต็มวัย ภารกิจคือกำจัดปรสิตในกระเพาะอาหารให้หมด เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นจะถูกส่งกลับ ไอเทมที่หาได้ในกระเพาะของเลวีอาธานเกราะเหล็กสามารถนำกลับมาได้ทั้งหมด]
"ดูเหมือนจะเป็นตั๋วเข้าดันเจี้ยนทำนองนั้นสินะ"
จากคำอธิบายของระบบ โจวเหวินเข้าใจหน้าที่ของตั๋วใบนี้ทันที แถมดูทรงแล้วน่าจะได้ของดีกลับมาเพียบ
แต่โจวเหวินยังไม่รีบร้อนกดใช้ คำอธิบายบอกไว้ชัดเจนว่าเขาต้องเข้าไปกำจัดปรสิตในท้องเลวีอาธานเกราะเหล็ก
ลำพังแค่ความสามารถและอุปกรณ์ของเขาตอนนี้ จะจัดการหนอนสมอตัวเดียวยังหืดขึ้นคอ นับประสาอะไรกับปรสิตจำนวนมหาศาล
แฟนธอม เลวีอาธานเพิ่งเกิดได้แค่ 4 วัน ยังมีปรสิตดุร้ายอย่างหนอนสมอโผล่มาแล้ว ถ้าเป็นเลวีอาธานเกราะเหล็กตัวเต็มวัย ปริมาณปรสิตข้างในคงมหาศาลจนแค่คิดก็ขนลุกซู่
เขาเก็บตั๋วเข้ากระเป๋า แล้วกลับไปอ่านบทสนทนาของผู้รอดชีวิตในช่องแชทโลกต่อ
[ปัญหาเรื่องขาดออกซิเจนน่าจะมีทางแก้นะ ถ้าใครเปิดได้แบบแปลนสร้างออกซิเจน ทฤษฎีขนย้ายสาหร่ายก็น่าจะทำได้จริง]
มีคนเสนอทางแก้เรื่องขาดออกซิเจนขึ้นมา พอโจวเหวินเห็นข้อความนี้ สายตาก็พุ่งไปที่ถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่ายที่วางอยู่มุมห้องทันที
ตอนนี้โจวเหวินรู้สึกลังเลใจ ใจหนึ่งก็อยากถือโอกาสนี้ขายถังผลิตออกซิเจนในราคาสูงลิ่ว แต่อีกใจก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้วิธีขนย้ายสาหร่ายเร็วเกินไป
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง โจวเหวินก็ตัดสินใจได้
เขาจะฉวยโอกาสนี้ขายถังผลิตออกซิเจนในราคาสูง แต่ของที่นำมาแลกเปลี่ยนต้องเป็นแบบแปลนเท่านั้น
เหตุผลที่โจวเหวินตัดสินใจแบบนี้ เพราะต่อให้เขาไม่ขายตอนนี้ ในอนาคตก็ต้องมีคนเปิดได้แบบแปลนผลิตออกซิเจนอยู่ดี ถึงตอนนั้นมูลค่าของถังผลิตออกซิเจนในมือเขาจะลดฮวบ
อีกอย่าง ธรรมชาติของมนุษย์ พอมีเป้าหมายและมีความหวัง ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้
ถ้าเขาไม่ขายถังผลิตออกซิเจน พอผู้รอดชีวิตคนอื่นรู้ว่าการขนสาหร่ายทำให้ได้กล่องเสบียงเพิ่ม พวกเขาจะต้องดิ้นรนหาวิธีทำแบบเดียวกับโจวเหวินให้ได้แน่นอน
เพราะวิธีการขนย้ายสาหร่ายระหว่างที่เลวีอาธานกินอาหาร ไม่ใช่วิธีที่ซับซ้อนอะไรเลย
ที่พวกเขาคิดไม่ได้ในตอนแรก เป็นเพราะติดกับดักทางความคิด คิดเอาเองว่าวันหนึ่งได้กล่องแค่ใบเดียว และไม่เคยคิดเรื่องช่วยเลวีอาธานเร่งการย่อย
แต่พอมีคนจุดประกายเรื่องกล่องเสบียงเพิ่มขึ้นมา ด้วยแรงจูงใจจากผลประโยชน์ คนหัวหมอจำนวนหนึ่งจะต้องแหกกฎความคิดเดิมๆ และหาวิธีป้องกันการขาดอากาศหายใจได้แน่
โจวเหวินมีอีกจุดประสงค์ในการขายถังผลิตออกซิเจน นั่นคือการทำให้พวกเขาเลิกใช้สมอง ถ้ามีถังผลิตออกซิเจนแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลเรื่องขาดอากาศอีก
แต่การจะทำให้ทุกคนเลิกคิดหาวิธีอื่น เขาต้องกระจายถังผลิตออกซิเจนให้คนส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าทำแบบนั้นเขาก็จะขายแพงไม่ได้ แผนการล่าแบบแปลนของเขาก็จะพัง
"งั้นเอาแบบนี้ เครื่องแรกขายราคาถูกหน่อย แต่ถ้าจะซื้อซ้ำต้องเอาแบบแปลนมาแลกเท่านั้น" โจวเหวินนึกแผนนี้ออกอย่างรวดเร็ว
ถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่ายผลิตออกซิเจนได้ไม่เยอะ ถ้ามีแค่เครื่องเดียวจะไม่พอแก้ปัญหาขาดออกซิเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งถ้าออกแรงหนักๆ จนใช้ออกซิเจนเปลือง ก็ยังเสี่ยงที่จะขาดอากาศหายใจตายอยู่ดี
ดังนั้น ผู้รอดชีวิตบางคนย่อมอยากได้เครื่องที่สอง เพื่อแก้ปัญหาให้เด็ดขาด แลกกับผลตอบแทนคือกล่องเสบียงวันละ 3 กล่อง ผลตอบแทนมหาศาลขนาดนี้ การเอาแบบแปลนมาแลกเครื่องที่สองย่อมคุ้มค่า
เมื่อคิดได้ดังนั้น โจวเหวินก็เริ่มลงมือทันที เขาพิมพ์ข้อความส่งลงไปในช่องแชทโลก
[ดูเหมือนดวงผมจะดีแฮะ เมื่อวานเปิดกล่องได้แบบแปลนถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่ายพอดี ตอนแรกนึกว่าไร้ประโยชน์ซะอีก ไม่คิดว่าจะมีค่าขนาดนี้]
[เชี่ย! ลูกพี่ พูดจริงดิ ดวงจะเทพเกินไปแล้ว]
[พี่ชาย ขายแบบแปลนไหม ราคาว่ามาเลย]
[ไอ้บ้า เปิดมาก็จะเอาแบบแปลน ใครเขาจะขายให้นาย พี่ชาย สร้างเป็นเครื่องแล้วขายให้ผมเถอะ เรื่องราคาคุยกันได้]
เป็นไปตามคาด ทุกคนเริ่มรุมถามราคาถังผลิตออกซิเจนจากโจวเหวิน ไม่มีใครสนใจถกเถียงเรื่องปัญหาขาดออกซิเจนอีกต่อไป
แต่โจวเหวินยังไม่รีบขาย เขาต้องปั่นกระแสให้ของขาดตลาดสักหน่อย
[ทุกคนอย่าเพิ่งใจร้อน วันนี้ผมยังไม่ขาย เพราะผมไม่รู้ว่าถังนี่มันผลิตออกซิเจนได้มากแค่ไหน ขอลองใช้ดูสักสองวันก่อน มะรืนนี้ค่อยเริ่มขายนะ]
ถึงโจวเหวินจะพูดแบบนั้น แต่ต้องมีคนแอบทักแชทส่วนตัวมาขอซื้อหลังไมค์แน่ๆ ต้องมีพวกไม่อยากตกขบวนยอมทุ่มไม่อั้น ซึ่งนั่นแหละคือจังหวะที่เขาจะยื่นข้อเสนอแลกแบบแปลน
และก็เป็นไปตามคาด พอโจวเหวินปิดหน้าต่างแชทโลกไม่นาน ก็มีคนทักข้อความส่วนตัวมาขอซื้อล่วงหน้า
โจวเหวินเนื้อเต้นด้วยความดีใจ แต่แกล้งพิมพ์ตอบไปอย่างลำบากใจ หลังจากให้อีกฝ่ายเสนอราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โจวเหวินก็ยื่นคำขาดขอแลกกับแบบแปลน แต่อีกฝ่ายไม่มีแบบแปลน การเจรจาเลยล่ม
แต่โจวเหวินไม่เสียดายเลยสักนิด เขารู้ว่าวันนี้ต้องมีคนทักมาหาเขาอีกเพียบ
ในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา มีคนทักแชทส่วนตัวมาเป็นหมื่นคน โจวเหวินเห็นจำนวนคนเยอะขนาดนี้ก็เลิกพูดพร่ำทำเพลง ยื่นข้อเสนอขอแลกแบบแปลนทันที ทำให้คัดกรองคนจนเหลือแค่สามสิบกว่าคน
และในสามสิบกว่าคนนี้ มี 8 คนที่ยินดีแลกด้วยแบบแปลน
"ฮ่าๆ แบบแปลน 8 ใบ" โจวเหวินหัวเราะร่าอย่างมีความสุข ถึงแม้ตอนนี้แบบแปลนจะยังไม่ได้มาอยู่ในมือก็ตาม
วันนี้แฟนธอม เลวีอาธานกินอาหารเสร็จไปแล้ว ถ้าไม่มีสาหร่ายก็สร้างถังผลิตออกซิเจนไม่ได้ เลยต้องรอเริ่มเทรดของวันพรุ่งนี้
ตอนนั้นเอง กล่องเสบียงใบที่สองของวันก็ถูกน้ำพัดเข้ามา
[ติ๊ง! ได้รับ เมล็ดมันเทศ x1]
"เมล็ดมันเทศ! เยี่ยมไปเลย ฮ่าๆๆ" เดิมทีโจวเหวินก็อารมณ์ดีเรื่องจะได้แบบแปลน 8 ใบอยู่แล้ว พอได้เมล็ดพันธุ์พืชเพิ่มมาอีกชนิด เขาฝยิ่งมีความสุขเข้าไปใหญ่
เขารีบสร้างกระบะปลูกพืชขนาดเล็กอันใหม่ เอาไปวางในระยะส่องสว่างของหนอนบอลแสงอาทิตย์ แล้วฝังเมล็ดมันเทศลงไป ตามด้วยรดน้ำไปครึ่งขวด
ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าแสงจากหนอนบอลแสงอาทิตย์ทั้งสามตัว จะแทนแสงแดดได้จริงและทำให้เมล็ดพืชงอกเงย