- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 15 ต้นอ่อนงอกเงย
บทที่ 15 ต้นอ่อนงอกเงย
บทที่ 15 ต้นอ่อนงอกเงย
บทที่ 15 ต้นอ่อนงอกเงย
โจวเหวินไม่มีอะไรทำ ได้แต่นั่งรอกล่องเสบียงใบที่สาม
[ติ๊ง! ได้รับ ขนมปัง x1, น้ำแร่ x1]
กล่องเสบียงใบที่สามเปิดออกมาเป็นอาหาร โจวเหวินที่กำลังหิวพอดีจึงหยิบขึ้นมากินดื่มทันที ตอนนี้เขามีเสบียงเพียงพอแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป
ในขณะที่โจวเหวินกำลังกินอาหารอยู่นั้น ข้อความส่วนตัวข้อความหนึ่งก็เด้งเข้ามา
[สวัสดี ฉันชื่อเฉินซิน คนที่เสนอทฤษฎีขนย้ายสาหร่ายในช่องแชทโลก ฉันอยากขอแลกถังผลิตออกซิเจนกับนายสักเครื่อง ได้ไหม?]
โจวเหวินอ่านข้อความของเฉินซินจบก็รู้ทันทีว่า เธอคือตัวต้นเหตุที่ทำให้ข้อได้เปรียบของเขาจบสิ้นลง ความอารมณ์ดีเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น
"ยังกล้าทักมาขอแลกอีกเหรอ?" โจวเหวินหัวเราะด้วยความโมโห
[ขอโทษที วันนี้ไม่รับแลก]
โจวเหวินไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกไป เพียงแค่ปฏิเสธตามปกติ ผู้หญิงที่ชื่อเฉินซินคนนี้เป็นคนฉลาด เขาไม่อยากให้เธอจับสังเกตอะไรได้
[ฉันเอาแบบแปลนมาแลกกับนาย] เฉินซินไม่ยอมแพ้ งัดเอาข้อเสนอที่ดีที่สุดออกมา
[ถึงเธอจะมีแบบแปลน ฉันก็แลกให้ไม่ได้อยู่ดี วัสดุสร้างถังผลิตออกซิเจนฉันใช้หมดแล้ว ไม่มีเหลือพอสร้างเพิ่มหรอก]
โจวเหวินยังคงบ่ายเบี่ยงต่อไป ความจริงถ้าอีกฝ่ายเอาแบบแปลนมาแลก เขาควรจะตกลง แต่เพราะยัยนี่ดันทำลายความได้เปรียบของเขา เขาเลยไม่อยากให้เธอได้ถังผลิตออกซิเจนไปใช้ก่อนคนอื่น เพื่อตัดโอกาสไม่ให้เธอนำหน้าผู้รอดชีวิตคนอื่นไปได้
[งั้นนายสร้างไว้กี่เครื่องล่ะ? ถ้ามีเยอะ แบ่งขายให้ฉันสักเครื่องเถอะ]
[แค่สองเครื่อง ฉันเก็บไว้ใช้เอง ขายไม่ได้]
[งั้น... วัสดุที่ต้องใช้คืออะไร ฉันออกวัสดุเองก็ได้]
[ต้องใช้สาหร่าย]
โจวเหวินคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมบอกวัสดุหลักไป เพราะเวลานี้แฟนธอม เลวีอาธานของทุกคนย่อยอาหารเสร็จหมดแล้ว ไม่มีใครมีสาหร่ายเหลืออยู่แน่นอน
[ขอแบ่งขายสักเครื่องไม่ได้เหรอ ยังไงฉันก็เป็นคนเสนอทฤษฎีขนย้ายสาหร่าย ซึ่งมันก็ช่วยนายได้เหมือนกัน แถมแบบแปลนใบนี้เป็นแบบแปลนอาวุธนะ มูลค่าสูงมาก นายไม่ขาดทุนแน่นอน]
เมื่อเห็นข้อความนี้ของเฉินซิน โจวเหวินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะสิ่งที่เธอพูดมามีเหตุผล
มองในมุมคนนอก เฉินซินถือว่าสร้างคุณูปการใหญ่หลวงให้กับผู้รอดชีวิตทุกคน ตามหลักเหตุและผลแล้วการแบ่งขายถังผลิตออกซิเจนให้เธอสักเครื่องก็เป็นสิ่งที่สมควรทำ ยิ่งเธอเอาแบบแปลนมาแลกด้วยแล้วยิ่งปฏิเสธยาก
[ฉันรู้นะว่านายอยากฉวยโอกาสนี้ทิ้งห่างคนอื่น แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่รู้นี้ การนำหน้าคนเดียวไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปหรอกนะ ยิ่งเดินไปไกลเท่าไหร่ อันตรายก็ยิ่งใกล้ตัวมากเท่านั้น การมีเพื่อนเพิ่มมาอีกคน ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยก็ช่วยเตือนกันและกันให้เตรียมพร้อมรับมือได้]
[ก็ได้ เธอพูดมีเหตุผล ฉันจะแลกให้เครื่องนึง]
โจวเหวินถูกเฉินซินเกลี้ยกล่อมจนยอมจำนน เพราะเขาเองก็เพิ่งเจออันตรายถึงชีวิตมาหมาดๆ ในวันที่สี่ ถ้าไม่ได้หมวกเกราะหนาม ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว
[ขอบคุณมาก นายชื่ออะไร?]
[โจวเหวิน]
[ยินดีที่ได้ร่วมมือกันนะ คุณโจว]
โจวเหวินยิ้มขื่นๆ ตอนนี้เขานำหน้าคนอื่นไปไกลถึงสามเท่า เกรงว่าจะร่วมมือกันลำบากนี่สิ
จากนั้นโจวเหวินก็ทำการแลกเปลี่ยนถังผลิตออกซิเจนกับแบบแปลนของเฉินซิน พอได้รับแบบแปลนมา โจวเหวินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
"แบบแปลนมีดกระดูกปลา ของดีจริงๆ ด้วยแฮะ"
แบบแปลนอาวุธชิ้นนี้ใช้วัสดุเป็นกระดูกปลาความยาวหนึ่งเมตร ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะสร้างได้ง่าย และในช่วงเริ่มต้นแบบนี้ มันมีค่ามากกว่าพวกแบบแปลนอาวุธเหล็กที่ต้องใช้แท่งเหล็กเสียอีก
แฟนธอม เลวีอาธานยุติกิจกรรมและเริ่มพักผ่อน ก่อนนอนโจวเหวินแวะไปดูกระบะปลูกพืชขนาดเล็กที่เขาเฝ้าทะนุถนอม
"งอกแล้วแฮะ!" โจวเหวินมองต้นกล้าแตงโมสีเขียวขจีด้วยความประหลาดใจ
"หนอนบอลแสงอาทิตย์ใช้แทนแดดได้จริงด้วย วันหลังถ้าเจออีกต้องเก็บรวบรวมไว้ให้หมด" โจวเหวินคิดอย่างตื่นเต้น
แต่ก็มีปัญหาผุดขึ้นมาในหัวโจวเหวินอีกข้อ นั่นคือถ้าเลี้ยงหนอนบอลแสงอาทิตย์ไว้เยอะเกินไป จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของแฟนธอม เลวีอาธานไหม
ถึงแสงของหนอนบอลแสงอาทิตย์จะช่วยให้พืชโตได้ แต่มันก็เป็นปรสิตที่ดูดเลือดเลวีอาธานเป็นอาหาร ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายของเลวีอาธานไม่มากก็น้อย
"เลี้ยงไว้สักสิบตัวสำหรับปลูกผักก็พอ ที่เหลือฆ่าทิ้งให้หมด"
โจวเหวินกำหนดโควตาเลี้ยงดูสูงสุดเอาไว้ สำหรับเขาการปลูกผักสำคัญมากก็จริง แต่ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ถูก
ที่พึ่งพิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโจวเหวินในโลกนี้คือแฟนธอม เลวีอาธาน การที่มันเติบโตอย่างแข็งแรงคือรากฐานของการมีชีวิตรอดของเขา เขาจะยอมให้การปลูกผักมาเบียดเบียนสุขภาพของเลวีอาธานไม่ได้เด็ดขาด
วันที่หก เริ่มต้นขึ้นเหมือนเช่นเคย สิ่งแรกที่โจวเหวินทำหลังตื่นนอนคือวิ่งไปดูกระบะปลูกพืช
ต้นกล้าแตงโมที่เพิ่งงอกเมื่อวานตอนบ่าย ผ่านไปคืนเดียวก็สูงขึ้นมาสิบกว่าเซนติเมตรแล้ว อัตราการเติบโตนี้ทำให้โจวเหวินดีใจจนเนื้อเต้น
ส่วนมันเทศก็งอกแล้วเช่นกัน แถมยังสูงถึง 5-6 เซนติเมตร
"ดูท่าวงจรการเติบโตของพืชจะแค่ไม่กี่วันเหมือนที่คิดไว้จริงๆ" โจวเหวินมองต้นกล้าที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตทั้งสองต้น แล้วจินตนาการไปถึงภาพผลแตงโมลูกโตและหัวมันเทศอวบอ้วนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
แค่คิดว่าจะพึ่งพาตัวเองเรื่องอาหารได้แล้ว หัวใจของโจวเหวินก็เต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
ต่อมา โจวเหวินตรวจสอบจำนวนหินที่มี วันนี้เขาต้องสร้างถังผลิตออกซิเจน 8 เครื่องเพื่อไปแลกแบบแปลน 8 ใบที่คุยไว้
เขามีหินอยู่ 210 ก้อน สร้างถังผลิตออกซิเจนเครื่องหนึ่งใช้หินแค่ 10 ก้อน ถือว่าพอใช้เหลือเฟือ
หลังจากพักผ่อนได้สักพัก แฟนธอม เลวีอาธานก็เริ่มกินอาหาร โจวเหวินรีบสวมหมวกเกราะหนามทันที
จากนั้นเขาก็ใช้เปลือกกุ้งฟอสฟอรัสหนาม 8 ชิ้น และเศษผ้า 10 ชิ้น สร้างเกราะขาหนามขึ้นมาหนึ่งชิ้น
เมื่อสวมเกราะขาเสร็จ โจวเหวินก็ตั้งสมาธิจดจ่อมองไปยังน้ำทะเลที่กำลังทะลักเข้ามาในกระเพาะ
ตั้งแต่เจอหนอนสมอโจมตี โจวเหวินก็รู้สึกหวาดระแวงทุกครั้งที่เลวีอาธานกินอาหาร ในพื้นที่มืดมิดแห่งนี้ น้ำทะเลราวกับเหวลึกที่ซ่อนสัตว์ร้ายไว้ เขาจินตนาการไปว่าจะมีสัตว์ประหลาดพุ่งออกมาจากความมืดนั้นได้ทุกเมื่อ
โจวเหวินทำเหมือนเมื่อวาน ย่อตัวลงต่ำหลบอยู่มุมในสุดของฐานไม้ แล้วใช้ไฟฉายส่องกราดไปทั่วผิวน้ำที่มืดมิด
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวในน้ำ โจวเหวินก็เปิดหน้าต่างระบบ เริ่มสร้างถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่าย
การสร้างไม่มีจำกัดจำนวน สามารถกดสร้างรวดเดียวได้เลย
โจวเหวินสร้างรวดเดียว 20 เครื่อง กินพื้นที่ไปหนึ่งในห้าของกระเพาะ โดย 8 เครื่องเตรียมไว้สำหรับแลกแบบแปลนวันนี้
ส่วนอีก 12 เครื่องที่เหลือ เตรียมไว้สำหรับขายให้ผู้รอดชีวิตคนอื่นในวันพรุ่งนี้ สาเหตุที่สร้างเตรียมไว้แค่นี้ เพราะกลัวว่าถ้าเอาสาหร่ายไปเยอะเกิน จะไปกระทบกับปริมาณอาหารของแฟนธอม เลวีอาธาน
โจวเหวินตัดสินใจว่าต่อจากนี้จะขายถังผลิตออกซิเจนแค่วันละ 20 เครื่องเท่านั้น แน่นอนว่าจำนวนแค่นี้เทียบกับผู้รอดชีวิตนับร้อยล้านคนถือว่าน้อยนิดจนแทบไม่มีความหมาย แต่มันช่วยไม่ได้ โจวเหวินไม่สามารถผลาญอาหารของเลวีอาธานจำนวนมหาศาลเพื่อตอบสนองความต้องการของคนอื่นได้
ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของเขาก็คือทำเพื่อตัวเอง เขาคงไม่ยอมเสียสละผลประโยชน์ตัวเองเพื่อคนอื่นหรอก