เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ทรายแมว

บทที่ 14 ทรายแมว

บทที่ 14 ทรายแมว


“ผม คิมซอกอู ผู้รับผิดชอบที่นี่ครับ ไม่ทราบว่าทุกท่านคือ...”

“ผมจางแทซู อัยการจากสำนักงานอัยการเขตโซลครับ นี่คิมจุนยองเพื่อนร่วมงานของผม และที่เพิ่งมาถึงเมื่อครู่คือผู้กองพัคแฮยองจากสถานีตำรวจคูโร วันนี้ที่พวกเรามาด้วยกัน ก็เพื่อจะมาสืบสวนเกี่ยวกับคดีหนึ่งครับ!”

จางแทซูเป็นคนกล่าวเปิดประเด็น ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับพัคแฮยอง ผู้กองพัคหยิบเอกสารสองสามแผ่นออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าประธานคิมซอกอู

“เราอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้นี้ ในเกม ‘ตำนานเทพเจ้า’ ของบริษัทคุณครับ! หวังว่าทางคุณจะให้ความร่วมมือนะครับ!”

“พวกคุณต้องการตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้เหรอครับ?”

“ใช่ครับ เราพบบัญชีเกมนี้ในคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายในคดีหนึ่ง แล้วได้ข้อมูลจากเพื่อนบ้านว่า ผู้เสียหายยึดอาชีพเล่นเกมเป็นหลัก เราเลยอยากรู้ว่า ในเกมนี้เขามีใครที่ติดต่อสนิทสนมเป็นพิเศษบ้างไหม?”

“อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!”

ประธานคิมร้องอ๋อด้วยความเข้าใจ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์เรียกเลขาเข้ามา เมื่อเลขาเข้ามาแล้ว เขาก็ส่งเอกสารเหล่านั้นให้เธอแล้วสั่งงานทันที

จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอย

ทุกคนนั่งรออยู่ในห้องทำงานของประธานคิมอย่างอดทน เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลที่ต้องการเข้ามาส่ง คงเป็นเพราะกลัวบรรยากาศจะเงียบเหงาจนน่าอึดอัด ประธานคิมจึงเป็นฝ่ายชวนจางแทซูคุยก่อน

“นึกไม่ถึงเลยนะครับว่าท่านอัยการจะมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง เมื่อกี้ทำเอาผมตกใจหมดเลย!”

“อ๋อ พอดีคดีนี้ค่อนข้างร้ายแรงครับ ผมแค่อยากจะปิดคดีให้เร็วที่สุด และเมื่อพิจารณาว่าการมาขอดึงข้อมูลจากบริษัทเอกชนต้องได้รับความเห็นชอบจากอัยการ ผมเห็นว่าถ้าให้ผู้กองพัคมาดำเนินการเองอาจจะยุ่งยากและเสียเวลา ผมเลยมาด้วยตัวเองครับ ไม่นึกเหมือนกันว่าจะมาเจอเขาที่นี่”

“นั่นสินะครับ ผมเองก็ไม่นึกว่าจะได้เจออัยการตัวเป็นๆ ที่นี่! ว่าแต่ท่านประธานคิมครับ เกมของคุณนี่ดังระเบิดจริงๆ คงฟันกำไรไปไม่น้อยเลยสินะครับ?”

“แหม พูดแล้วน่าอายครับ! พูดตามตรง ช่วงแรกเราทุ่มทุนวิจัยและพัฒนาไปมหาศาล จนนักลงทุนถอดใจถอนทุนกันไปหมด บริษัทเราเกือบจะล้มละลายแบบกู่ไม่กลับแล้วครับ! แต่โชคดีที่กัดฟันสู้จนผ่านมาได้ ไม่ทราบว่าพวกคุณสนใจเกมของพวกเราบ้างไหมครับ?”

“ผมเคยได้ยินชื่อเกมนี้จากนิตยสารการเงินครับ เห็นว่าเป็นปาฏิหาริย์ทางธุรกิจของวงการเกม แต่ส่วนตัวผมยังไม่เคยลองเล่น เลยพูดไม่ได้เต็มปากว่าสนใจครับ!”

“ท่านอัยการล้อเล่นแล้ว งานยุ่งขนาดท่านคงไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมของพวกเราหรอกครับ ความจริงแล้วตอนแรกสิ่งที่เราอยากสร้างไม่ใช่เกมหรอกครับ แต่เป็น ‘ชุมชนออนไลน์’! ชุมชนที่ผู้ใช้งานสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกเสมือนจริงได้ ท่านเคยได้ยินคำว่า ‘เมตาเวิร์ส’ ไหมครับ?”

“เมตาเวิร์ส? มันคืออะไรครับ?”

“มันหมายถึงการที่หลังจากมนุษย์ตายไปแล้ว จิตวิญญาณจะยังคงถูกบันทึกไว้อย่างถาวรในรูปแบบข้อมูลในชุมชนเสมือนจริง และมีชีวิตอยู่ต่อไปในรูปแบบนั้นครับ แม้จะฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี เส้นแบ่งระหว่างโลกเสมือนกับโลกความจริงเริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ จนผู้เล่นบางคนแยกแยะความแตกต่างระหว่างโลกออนไลน์กับออฟไลน์ไม่ออกแล้วครับ ตัวอย่างเช่น บางคนแม้จะไม่ได้ทำงานทำการ แต่ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการเล่นเกม นี่แหละครับคืออิทธิพลของเมตาเวิร์สที่มีต่อชีวิตจริงของผู้คน”

“ฟังดูเหมือนเป็นปัญหาเชิงปรัชญามากกว่านะครับ นึกไม่ถึงเลยว่าเกมเกมเดียว จะมีหลักการลึกซึ้งขนาดนี้”

“ท่านอัยการก็ชมเกินไปครับ!”

ในขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เลขาสาวเดินนำพนักงานบริษัทสองสามคนเข้ามา จางแทซูเห็นพวกเขาวางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กลงบนโต๊ะ

“ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เราได้ตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้งตามคำสั่ง แล้วก็พบบัญชีที่มีความเคลื่อนไหวข้อนข้างแอคทีฟอยู่ไม่กี่บัญชีครับ!”

วิศวกรซอฟต์แวร์พิมพ์คำสั่งลงในคอมพิวเตอร์ครู่หนึ่ง ข้อมูลของบัญชีผู้ใช้สองสามรายก็ปรากฏขึ้นมา แทซูมองข้อมูลยุ่บยั่บบนหน้าจอด้วยความงุนงง แต่ไม่นานอีกฝ่ายก็เริ่มอธิบายให้ฟัง

“บัญชีเหล่านี้คือคนที่ติดต่อกับบัญชีเป้าหมายของพวกคุณบ่อยที่สุดครับ แต่เนื่องจากบางคนใช้สถานะนิรนาม เราเลยระบุตัวตนในโลกจริงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม มีอยู่สองบัญชีที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบัญชีเป้าหมายมากที่สุดครับ บัญชีแรกใช้ชื่อไอดีว่า ‘รัตติกาลทมิฬ’เคยแต่งงานกับไอดีเป้าหมายในโลกเสมือนจริง ส่วนอีกบัญชีชื่อ ‘แม่มดแห่งท้องทะเล’ บัญชีนี้เคยได้รับไอเทมหายากจากผู้ตายครับ!”

“ไอเทมหายาก? หายากขนาดไหนครับ?”

“เอ่อ เรื่องนี้... ได้ยินว่าในโลกความเป็นจริง มีคนยินดีจ่ายเงินถึง 10 ล้านวอนเพื่อซื้อไอเทมชิ้นนี้เลยครับ!”

“แล้วสองไอดีนี้ สามารถตรวจสอบตัวตนจริงได้ไหมครับ?”

“ได้ครับ! ฝั่งนั้นใช้บัตรประชาชนตัวเองในการลงทะเบียน ดังนั้นยืนยันตัวตนได้ไม่มีปัญหาครับ”

“งั้นรบกวนช่วยระบุข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาให้หน่อยครับ!”

“ได้ครับ ข้อมูลลงทะเบียนของ ‘รัตติกาลทมิฬ’ เป็นของผู้หญิงที่ชื่อ คิมซอนฮเย อายุ 24 ปี ส่วน ‘แม่มดแห่งท้องทะเล’ อายุ 17 ปีครับ!”

“17 ปี?”

แทซูได้ยินดังนั้นก็สะดุดใจขึ้นมาทันที ส่วนทางด้านพัคแฮยองรีบจดบันทึกข้อมูลเหล่านี้ลงในสมุดอย่างรวดเร็ว

หลังจากได้ข้อมูลที่ต้องการจากห้องทำงานของประธานคิมซอกอูแล้ว พวกเขาก็กล่าวลาและเดินออกมาพร้อมกัน

เมื่อออกมาพ้นบริษัทเกม จางแทซูอดไม่ได้ที่จะหันไปถามพัคแฮยอง

“เมื่อกี้พวกคุณบอกว่าไปตรวจสอบที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมาแล้ว ผลเป็นยังไงบ้างครับ? อ้อ... เจอจริงๆ ด้วยสินะครับ มีพนักงานจำได้ว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อน ในคืนหนึ่ง มีลูกค้ามาซื้อทรายแมวไปถึง 4 ถุงใหญ่! เพราะลูกค้าคนนั้นซื้อเยอะมาก ผ่านไปนานขนาดนี้พนักงานเลยยังจำได้แม่น!”

“โอ้? ดูเหมือนผมจะเดาถูกสินะ! แล้วเบาะแสนี้ตามต่อได้ไหมครับ?”

“เรื่องนั้น... เพราะซื้อของเยอะมาก ทางร้านเลยให้พนักงานช่วยขนไปส่งที่รถ กล้องวงจรปิดมีแค่ตรงทางเข้าออกซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ตรงลานจอดรถไม่มีครับ แถมผู้ต้องสงสัยยังสวมหมวกปิดบังใบหน้า เลยถ่ายไม่เห็นหน้าและทะเบียนรถครับ”

“หา? น่าเสียดายจังเลยนะครับ! แต่ทรายแมวเยอะขนาดนั้น จะจัดการทิ้งก็น่าจะไม่ง่ายนะครับ?”

“ครับ! แต่ถ้าเป็นทรายแมว ต่อให้มีกลิ่นเหม็นบ้างคนก็ไม่สงสัย เป็นไปได้ไหมครับว่าคนร้ายอาจจะปะปนทิ้งไปกับขยะทั่วไป?”

“แล้วศพล่ะครับ ชิ้นส่วนอื่นๆ ของศพจัดการยังไง?”

“เอ่อ เรื่องนั้น...”

“ได้สังเกตไหมครับว่าคนร้ายจ่ายเงินด้วยอะไร?”

“อ๋อ เห็นว่าจ่ายเป็นเงินสดครับ!”

“เงินสด? ทำไมพนักงานจำแม่นจังครับ?”

“เพราะทางซูเปอร์ฯ ช่วยเช็กให้เราครับ ถ้าใช้บัตรเครดิตก็น่าจะเจอประวัติการรูด แต่นี่ไม่เจอเลย อีกอย่างคือน้อยมากที่จะมีลูกค้าซื้อทรายแมวทีเดียว 4 ถุงใหญ่ พนักงานเลยจำได้แม่นเป็นพิเศษครับ!”

จบบทที่ บทที่ 14 ทรายแมว

คัดลอกลิงก์แล้ว