- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 15 เด็ดลูกท้อ
บทที่ 15 เด็ดลูกท้อ
บทที่ 15 เด็ดลูกท้อ
"ท่านอัยการครับ ผมขอนำรถกลับไปเก็บก่อนนะครับ ท่านเองก็รีบพักผ่อนนะครับ!"
"อ้อ ลำบากคุณแย่เลยนะ เจ้าหน้าที่สืบสวน!"
ค่ำคืนนั้น เมื่อคิมจุนยองขับรถมาส่งจางแทซูที่อพาร์ตเมนต์ย่านกังนัม ทั้งสองก็ร่ำลากันที่หน้าประตูอพาร์ตเมนต์ จางแทซูยืนมองคิมจุนยองขึ้นรถและขับออกไปจนลับสายตา จากนั้นเขาจึงหันหลังเดินกลับเข้าตึกไป
เมื่อจางแทซูมาถึงโถงลิฟต์ ร่างที่คุ้นตาก็ยืนรอลิฟต์อยู่ก่อนแล้ว อาจเป็นเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง อีกฝ่ายจึงหันกลับมามองตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นว่าเป็นจางแทซู เธอก็ผงกศีรษะให้เล็กน้อยเป็นการทักทาย
"สวัสดีตอนเย็นค่ะ"
"สวัสดีตอนเย็นครับ"
คนที่ทักทายคือเพื่อนบ้านของแทซู นัมซูฮยอน นับตั้งแต่ครั้งก่อนที่เธอเห็นหลักฐานที่เขานำกลับมาบ้าน ทั้งสองก็มีความขุ่นข้องหมองใจกันเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายวัน ความโกรธเคืองในใจของจางแทซูก็เลือนหายไปนานแล้ว เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปพร้อมกัน โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก
......
ในที่สุดเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง จางแทซูก็กลับถึงบ้าน เมื่อถอดรองเท้าและแขวนเสื้อคลุมไว้ที่ราวแขวนเรียบร้อยแล้ว เขาก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนโซฟา ไม่อยากจะลุกไปไหนอีกพักใหญ่
วันนี้เพื่อคดีในเขตกูโร แทซูและคิมจุนยองต้องตระเวนไปหลายที่ จะบอกว่าคว้าน้ำเหลวก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว แต่ถึงอย่างไรคดีก็ยังไม่พบหนทางที่จะเจาะทะลวงไปสู่ความจริงได้
แทซูนอนพักบนโซฟาอยู่ครู่หนึ่ง ถึงค่อยรวบรวมแรงกายลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เย็น เขาเปิดตู้เย็น หยิบกิมจิออกมาเป็นอย่างแรก ตามด้วยไข่ไก่และปลาพอลแล็คแห้ง หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แทซูก็หยิบโซจูออกมาอีกหนึ่งขวด
เขาฉีกถุงพลาสติกบรรจุปลาพอลแล็ค หยิบปลาแห้งขึ้นมาคาบไว้ในปาก จากนั้นก็ยกขวดโซจูขึ้นกระดกอึกใหญ่ แต่ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของแทซูก็ดังขึ้น
"อันยองฮาเซโย!"
"อัยการจาง ไม่เจอกันนานเลยนะครับ เรื่องนั้นท่านพิจารณาไปถึงไหนแล้ว?"
แทซูได้ยินเสียงจากปลายสาย ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์โทรเข้าอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์จากตู้โทรศัพท์สาธารณะ เขาจึงพูดออกมาอย่างวางใจ
"ดูเหมือนนายจะฟังคำแนะนำของฉันสินะ! งั้นนายตัดสินใจแน่วแน่แล้วใช่ไหม? ถ้าตัดสินใจแล้วจะหันหลังกลับไม่ได้แล้วนะ!"
"แน่นอนครับ ในเมื่อผมโทรหาท่าน ก็แปลว่าผมคิดตกแล้ว! ผมจริงใจที่อยากจะร่วมมือกับท่านครับ!"
คนที่โทรมาคือฮวางดงฮุนแห่งแก๊งฮวางแฮ สำหรับบุคคลประเภทนี้ แทซูไม่ค่อยอยากจะข้องแวะด้วยมากนัก แต่ทว่าโครงการก่อสร้างที่ทงแฮในครั้งนี้ แทซูสังหรณ์ใจว่าเบื้องหลังเรื่องนี้อาจซ่อนโอกาสทองบางอย่างเอาไว้ และฮวางดงฮุนก็คือกุญแจดอกสำคัญของโอกาสนี้!
ความจริงแล้วตั้งแต่เริ่มติดต่อกันครั้งแรก แทซูก็สงสัยอยู่ลางๆ แล้วว่า ฮวางดงฮุนคนนี้น่าจะเป็น 'นอมินี' หรือตัวแทนเชิดที่ผู้ยิ่งใหญ่บางคนวางตัวไว้เบื้องหน้า
เพราะไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่การกว้านซื้อที่ดินของหมู่บ้านหลายแห่งต่อเนื่องกัน ก็ไม่ใช่เรื่องที่นักเลงกระจอกๆ จะสามารถบงการได้
ทำไมน่ะหรือ?
เพราะในประเทศเกาหลีแห่งนี้ กลุ่มแชบอลและนักการเมืองคือเจ้าของประเทศตัวจริง หากไม่มีใครคอยหนุนหลัง นักเลงตัวเล็กๆ จะกล้าหลอกลวงชาวบ้านอย่างเอิกเกริกและโจ่งแจ้งขนาดนี้เชียวหรือ?
เรื่องที่บ้านของชาวบ้านทุกหลังถูกประเมินว่าเป็นระดับ D (อันตราย) แบบนี้ หากไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายปกครอง แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไง? บ้านตั้งกี่หลังต่อกี่หลัง ไม่เพียงแต่ปีที่สร้างจะไม่เท่ากัน วัสดุก่อสร้างและมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างก็ย่อมแตกต่างกัน ต้องรู้ไว้นะว่าในโซล มีคนตั้งเท่าไหร่ที่หวังอยากให้บ้านตัวเองถูกประเมินเป็นระดับ D เพื่อจะได้รื้อถอนสร้างใหม่ แต่จะเป็นไปได้ยังไงที่สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในหมู่บ้านแห่งหนึ่งจะถูกเหมาเข่งประเมินเป็นระดับ D ทั้งหมดง่ายๆ แบบนี้?
แต่เพื่อให้กดราคาลงได้ต่ำที่สุด แก๊งฮวางแฮกลับทำเรื่องนี้ได้สำเร็จจริงๆ แถมชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาสามารถฉวยโอกาสนี้ซ่อมแซมบ้านตัวเอง เพื่ออัพราคาตอนถูกขอซื้อที่ดินได้!
แต่ไม่มีใครตระหนักถึงปัญหานี้จริงๆ หรือ?
ไม่หรอก บางทีอาจมีคนหัวไวรู้ทันแล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างกลับถูกปิดปากเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่นก่อนที่แทซูจะออกจากทงแฮ เขาได้กำชับเพื่อนสมัยเด็กอย่างชินดงแฮ ให้ไปที่สถาบันตรวจสอบเพื่อประเมินความปลอดภัยของบ้าน แต่ผลสุดท้ายกลับได้แค่ระดับ C เท่านั้น!
ทำไมบ้านหลังเดียวกันแท้ๆ แก๊งฮวางแฮถึงทำให้ได้ผลสรุปว่าเป็นบ้านอันตรายได้ แต่ชินดงแฮกลับได้แค่ระดับปลอดภัยปกติล่ะ?
เบื้องหลังเรื่องนี้มีลูกเล่นซ่อนอยู่มหาศาลเลยทีเดียว!
ในสายโทรศัพท์ ฮวางดงฮุนผู้ซึ่งเตรียมจะแปรพักตร์มาเข้าพวก กำลังค่อยๆ เล่าเรื่องราวที่เขารู้เกี่ยวกับ ส.ส. นาจองแท และการกว้านซื้อที่ดินของบริษัทก่อสร้างทงแฮ เมื่อเทียบกับราคาที่ดินในเกาหลีตอนนี้ ที่ดินในจังหวัดคังวอนถือว่าถูกที่สุดในประเทศ การกักตุนที่ดินในที่แบบนี้ ไม่รู้จริงๆ ว่าจะมีกำไรตรงไหน
ใช่แล้ว ชาวบ้านตาดำๆ ทั่วไปคงไม่รู้ แต่ ส.ส. นาจองแท เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ ประเด็นสำคัญคือจะทำยังไงให้สลัดผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้หลุด แล้วเก็บเค้กชิ้นโตแสนอร่อยนี้ไว้ในมือของตัวเอง
"คนของนายรู้ไหมว่าช่วงนี้นาจองแทไปพบใครมาบ้าง?"
"อ่า ก็พวกผู้จัดการธนาคารท้องถิ่นในคังวอนกับพวกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนครับ! ดูเหมือนจะวุ่นอยู่กับการหาเงินทุนให้บริษัทก่อสร้างทงแฮ"
"อ้อ เอาเงินที่กู้มาไปกว้านซื้อที่ดินงั้นเหรอ?"
"เขาเป็นสมาชิกรัฐสภา มีเขาออกปากค้ำประกัน ธนาคารพวกนั้นก็ยอมปล่อยกู้ให้บริษัทก่อสร้างทงแฮอยู่แล้วครับ! เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องให้พวกเราออกหน้า!"
"น่าจะเพื่อเลี่ยงข้อครหาล่ะมั้ง! สมาชิกรัฐสภามักจะเข้าถึงข้อมูลวงในบางอย่างที่เราไม่รู้ ถ้าทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไป ก็จะเข้าข่ายใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาผลประโยชน์! อัยการที่โซลคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่!"
"แต่ถ้าพูดแบบนั้น ทำไมท่านถึงกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยล่ะครับ?"
"ฮ่าๆ เพราะฉันไม่ใช่สมาชิกรัฐสภายังไงล่ะ! ข่าววงในของพวกคนใหญ่คนโต เดิมทีก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันควรรรู้อยู่แล้ว เพราะงั้นฉันเลยไม่มีหน้าที่ต้องรักษาความลับพวกนี้ ต่อให้ฉันเดาทางถูก ก็บอกไม่ได้ว่าฉันทำผิดกฎหมาย! นี่แหละที่เขาเรียกว่า 'ไม่อยู่ในตำแหน่ง ไม่ก้าวก่ายงาน' แต่ฉันแค่ใช้ประโยชน์จากมัน!"
"แล้วตอนนี้พวกเราควรทำยังไงต่อครับ?"
"นายช่วยฉันสืบเรื่องหนึ่งให้แน่ชัดก่อน คือ ส.ส. นา ค้ำประกันเงินกู้ให้บริษัทก่อสร้างทงแฮไปเท่าไหร่กันแน่? แล้วก็ช่วงเวลาที่กู้เงิน รวมถึงรายละเอียดเรื่องดอกเบี้ย! อีกอย่าง ที่บ้านเขายังมีใครอยู่อีกไหม?"
"อ่า ภรรยากับลูกชายเขาอาศัยอยู่ที่โซลตลอดทั้งปีครับ! จะกลับมาก็แค่ตอนเขาหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น!"
"งั้นนายก็หาทางส่งคนมาที่โซล ดูซิว่าวันๆ พวกเขาพบปะใครบ้าง คุยเรื่องอะไรกัน? มันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างแน่ๆ ที่ทำให้พวกเขาบ้าคลั่งกว้านซื้อที่ดินขนาดนั้น!"
"ส่งคนไปเหรอครับ? ท่านคิดว่า 'ฮาจินวอน' เป็นยังไง? เจ้านี่ถึงจะดูอวดดีไปหน่อย แต่ก็เป็นลูกน้องคนเดียวที่ผมไว้ใจได้!"
"งั้นก็จัดแจงให้เขามาเถอะ! ให้ไปสืบตื้นลึกหนาบางครอบครัวของ ส.ส. นาจองแท ดูก่อน พอเรารู้เรื่องราวเกือบทั้งหมดแล้ว ก็ค่อยปีนขึ้นไปเด็ดลูกท้อกัน"
จางแทซูพูดไปพลาง ชูแก้วเหล้าขึ้น แล้วกระดกโซจูในแก้วจนหมดรวดเดียว