- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 13 บาบิโลนสตูดิโอ
บทที่ 13 บาบิโลนสตูดิโอ
บทที่ 13 บาบิโลนสตูดิโอ
หากพูดถึงเกม ‘ตำนานเทพเจ้า’ มันคือเกมแนว Open World ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทเกมสัญชาติเกาหลีอย่าง ‘บาบิโลนสตูดิโอ’ เกมนี้เปิดตัวสู่ตลาดเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน และด้วยความที่เป็นเกมคุณภาพสูงบวกกับระบบการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทันทีที่เปิดตัวจึงพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนชาร์ตเกมของเกาหลีใต้
แม้จางแทซูจะไม่ได้สนใจเรื่องการเล่นเกมเท่าไหร่นัก แต่ในฐานะคนหนุ่มวัยยี่สิบกว่าปี เขาก็ย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงของเกมนี้มาบ้าง เพราะในโลกโซเชียลมีเดียของวัยรุ่น เกมนี้มักจะเป็นหัวข้อสนทนาที่ติดเทรนด์ฮิตอยู่เสมอ
หลังจากออกจากสถานีตำรวจ แทซูนั่งจัดระเบียบประเด็นสำคัญที่จดบันทึกไว้ลงในสมุดโน้ต
หนุ่มโอตาคุติดเกม!
ความสัมพันธ์ชายหญิงที่ยังเป็นปริศนา!
วิธีการจัดการศพที่ละเอียดรอบคอบ!
ทั้งสามสิ่งนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร?
แทซูนั่งจ้องสมุดอยู่นาน สรุปได้ว่าสิ่งที่พอจะทำได้ในตอนนี้ คือการมุ่งเป้าไปที่ประเด็น ‘หนุ่มติดเกม’
เมื่อคิดได้ดังนั้น แทซูจึงยืดตัวขึ้น แล้วพูดกับคิมจุนยองที่กำลังขับรถอยู่ข้างหน้าว่า
“รุ่นพี่คิมครับ! เรากลับรถกันเถอะ แวะไปสอบถามข้อมูลที่บาบิโลนสตูดิโอก่อน!”
“อ๊ะ คุณอัยการเกรงใจกันเกินไปแล้วครับ! เรียกผมว่ารุ่นพี่ผมรับไว้ไม่ไหวหรอกครับ เรียกผมว่าจุนยองเถอะครับ!”
“คุณจุนยอง! แบบนั้นจะดีเหรอครับ? ยังไงคุณก็เข้ามาทำงานในสำนักงานอัยการก่อนผมนะครับ”
“โธ่ แต่ยังไงท่านก็เป็นถึงอัยการนี่ครับ! เดี๋ยวพอท่านผ่านช่วงฝึกงาน ก็จะมีห้องทำงานส่วนตัวเป็นของตัวเองแล้ว! ได้โปรดเรียกผมว่าจุนยองเถอะครับ!”
“อ่า... ตกลงครับ!”
แทซูรับคำอย่างลำบากใจ แต่เรื่องคำเรียกขานนี้ เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องมานั่งเกรงใจกันให้มากความ ดังนั้นจางแทซูจึงเปลี่ยนคำเรียกใหม่
“รุ่นพี่จุนยองครับ ดูเวลาก็สายแล้ว งั้นเราหาอะไรกินรองท้องกันก่อน แล้วบ่ายนี้ค่อยเข้าไปที่บริษัทเกมกันดีไหมครับ!”
“ครับ แถวนี้มีร้านขาหมูย่างเจ้าเด็ดอยู่ร้านหนึ่ง ถ้าท่านไม่รังเกียจ เราไปลองชิมร้านนั้นกันไหมครับ!”
...
คิมจุนยองเป็นคนโซลโดยกำเนิด แถมยังต้องติดตามพัคแทจูออกไปทำคดีทั่วสารทิศทุกวัน ดังนั้นเขาจึงรู้ซอกซอยในโซลดีกว่าจางแทซูมาก ร้านที่เขาแนะนำย่อมต้องมีดีอย่างแน่นอน
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง คิมจุนยองก็ชี้ไปที่ร้านเล็กๆ ริมทาง
“ร้านนี้แหละครับ คราวก่อนผมเคยพาอัยการพัคมาชิม ท่านชอบรสชาติร้านนี้มากเลยครับ!”
“โอ้!”
จางแทซูขานรับ แล้วเดินตามคิมจุนยองลงจากรถ เมื่อเข้าไปในร้าน ก็พบว่าบรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยลูกค้าที่กำลังนั่งทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย คิมจุนยองหาโต๊ะว่างนั่งลง จากนั้นโดยไม่ต้องดูเมนู เขาก็ตะโกนสั่งเจ้าของร้านทันที
“เถ่าแก่เนี้ย! ขอชุดขาหมูย่างสองที่ครับ!”
“จ้า รอสักครู่นะคะคุณลูกค้า เดี๋ยวรีบยกไปเสิร์ฟให้!”
เจ้าของร้านขานรับแล้วหันกลับเข้าไปในร้าน ระหว่างนั้นแทซูมองผ่านกระจกกั้นห้องครัวเข้าไป เห็นเตาถ่านกำลังย่างขาหมูอย่างดุเดือด กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของเนื้อย่างตลบอบอวลไปทั่วทั้งร้าน
สิ่งที่เรียกว่า ‘ขาหมูย่างเกาหลี’ นั้น จริงๆ แล้วเรียกว่าเป็นขาหมูต้มแล้วย่างน่าจะถูกต้องกว่า ขาหมูจะถูกนำไปต้มจนเปื่อยนุ่มได้ที่ ก่อนจะนำมาย่างบนเตาถ่านให้หนังกรอบหอมส่งกลิ่นไหม้นิดๆ ทาด้วยซอสพริกเกาหลี โรยงาและเครื่องเคียง จากนั้นหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ พอดีคำ เมื่อคีบเข้าปาก สัมผัสหนึบหนับของคอลลาเจนผสานกับรสเค็มหวานจากการตุ๋น และความหอมจากการย่าง มอบความฟินของการกินเนื้อสัตว์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เป็นรสชาติระดับเทพที่หาคำบรรยายไม่ได้ในร้านริมทางแบบนี้
สงสัยว่าร้านจะขายดีมาก จางแทซูและคิมจุนยองนั่งรอเพียงครู่เดียว ขาหมูที่ย่างเสร็จร้อนๆ ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ พริบตาเดียวโต๊ะเล็กๆ ก็เต็มไปด้วยจานอาหาร
จานหลักคือขาหมูย่างพูนจาน หนังหมูถูกทาด้วยซอสสีแดงฉ่ำ โรยหน้าด้วยงาขาวและกุยช่ายซอย เสิร์ฟพร้อมกิมจิสูตรเด็ดของทางร้าน ใบงาสำหรับห่อหมูจานโต แถมยังมีซุปถั่วงอกหัวโตและข้าวสวยชามใหญ่เป็นของแถม มื้อกลางวันมื้อนี้ช่างอุดมสมบูรณ์เสียจริง
เนื่องจากช่วงบ่ายยังมีงานต้องทำ แทซูและคิมจุนยองจึงไม่มัวแต่เกรงใจกัน ทั้งสองหยิบใบงาขึ้นมา คีบเนื้อขาหมูที่ย่างจนหอมกรุ่นแต่ยังคงความชุ่มฉ่ำของคอลลาเจน จิ้มซอสซัมจังแล้ววางลงบนใบไม้ ห่อเป็นคำแล้วส่งเข้าปาก รสชาตินั้น... ยากจะหาคำใดมาเปรียบเปรย
“อ่า... ถ้าตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานก็คงดี จะได้กระดกโซจูสักแก้ว!”
แทซูเคี้ยวตุ้ยๆ ไปหลายคำ ในใจยอมรับเลยว่าร้านนี้เด็ดจริง เขาจึงมองไปรอบๆ เพื่อจำชื่อร้าน ตั้งใจว่าวันหลังจะหาโอกาสกลับมาทานอีก ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นที่ทางเข้าห้องครัว ตรงช่องว่างใต้ผ้าม่านกั้นประตู มีถังใบใหญ่ที่แช่ขาหมูเตรียมไว้จนล้นปรี่
“ร้านนี้ขายดีจริงๆ ด้วย! ถึงกับต้องเตรียมของไว้เยอะขนาดนี้เชียว!”
“ท่านอัยการไม่รู้อะไรซะแล้ว ร้านนี้ตอนกลางคืนฮอตฮิตมากเลยนะครับ คนต่อคิวกันยาวไปถึงปากซอย ทำกันแทบไม่ทัน หวังว่าถ้าผมเกษียณแล้ว จะเปิดร้านขาหมูขายดีแบบนี้ได้สักร้านนะครับ!”
จางแทซูนั่งกินไปพลาง มองลอดผ้าม่านเห็นเถ่าแก่เนี้ยใช้มีดแล่ขาหมูอย่างชำนาญ แต่เพราะมีลูกค้าสั่งอาหารตลอดเวลา เธอจึงต้องหยุดมือ ถอดถุงมือ แล้ววิ่งออกมาเสิร์ฟลูกค้าเป็นระยะ
จะว่าไปการทำธุรกิจเล็กๆ นี่ก็ลำบากเหมือนกันนะ! โดยเฉพาะร้านที่ทำกันสองคนผัวเมีย สามีรับหน้าที่ย่าง ภรรยาต้องรับผิดชอบงานทุกอย่างนอกเหนือจากการย่าง ความเหนื่อยยากแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครก็จะทนไหว
มื้อกลางวันผ่านไปอย่างอิ่มหนำสำราญ แม้จะเป็นจานเนื้อจานใหญ่ แต่เมื่อทานคู่กับใบงาและกิมจิกลับไม่รู้สึกเลี่ยนเลยสักนิด เมื่อเดินออกจากร้าน จางแทซูรู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เขาได้กิน ‘เนื้อ’ จริงๆ จังๆ เสียที
หลังจากอิ่มท้อง ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังย่านคังนัม ซึ่งเป็นที่ตั้งของบาบิโลนสตูดิโอ เมื่อไปถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของบริษัทเกมและแจ้งความประสงค์ พนักงานต้อนรับหญิงสอบถามสถานะของพวกเขาอย่างระมัดระวังอยู่หลายรอบ กว่าจะยอมโทรแจ้งผู้รับผิดชอบ ไม่นานนัก ชายวัยประมาณ 40 ปีก็เดินลงมาจากชั้นบน และทักทายพวกเขาด้วยท่าทีประหม่า
“ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัยการจริงๆ หรือครับ? มีธุระอะไรกับทางเราเหรอครับ!”
“อ่า... ไม่ต้องกังวลครับ เรามาขอข้อมูลเกี่ยวกับคดีอื่น ไม่ได้มาตรวจสอบบริษัทครับ!”
จางแทซูเอ่ยปากปลอบให้อีกฝ่ายคลายกังวล แต่ในขณะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุณอัยการจาง นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะมาถึงก่อนผม!”
แทซูและคิมจุนยองได้ยินเสียงนั้นจึงรีบหันกลับไป ก็พบว่าเป็นพัคแฮยองที่กำลังเดินนำลูกน้องตรงเข้ามา
“ขอโทษทีครับ พวกเราเพิ่งไปตรวจสอบที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมา ข้าวยังไม่ได้ตกถึงท้องเลยก็รีบบึ่งมาที่นี่!”