- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 6 ระดับความปลอดภัยของอาคาร
บทที่ 6 ระดับความปลอดภัยของอาคาร
บทที่ 6 ระดับความปลอดภัยของอาคาร
ในขณะที่ชาวบ้านบนเขากำลังทะเลาะกับแก๊งไล่ที่อย่างดุเดือด ตำรวจสองนายก็ขับรถมาถึงหน้าหมู่บ้าน แล้วเดินตรงเข้ามา
“พวกแกมาทำอะไรกันที่นี่ฮะ? ไม่รู้หรือไงว่าทำร้ายร่างกายคนอื่นมันติดคุก! มามุงอะไรกันตรงนี้ อาชี...”
ชินทงเฮโดนตำรวจสองคนนี้ชี้หน้าด่ากราด ก่อนจะโดนตบหัวไปหนึ่งฉาด จนเซถลาถอยหลังไปหลายก้าว พอพวกแก๊งไล่ที่เห็นว่ามีตำรวจมาหนุนหลัง ก็ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่
“ไอ้หมอนี่แหละครับคุณตำรวจ มันตีพวกผมจนเจ็บตัวไปหมด!”
“ใช่ครับ! จับมันเข้าคุกไปเลย อาชี!”
...
เมื่อได้ยินคำยุยง ตำรวจทั้งสองนายก็เดินดุ่มๆ ตรงมาหาแทซู แต่จางแทซูกลับหันหน้ามาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“คุณเป็นใครมิทราบ?”
“อาชี... ยังมีคนไม่รู้จักตำรวจเกาหลีอีกเหรอเนี่ย! สงสัยต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกซะหน่อยแล้วมั้ง! เฮ้ย ฉันสงสัยว่าแกทำร้ายร่างกายประชาชนผู้บริสุทธิ์ เชิญไปให้ปากคำที่โรงพักเดี๋ยวนี้!”
ตำรวจเกาหลีคนนั้นพูดพลางเอื้อมมือไปจับกระบอง แต่ทันใดนั้น แทซูก็ชูบัตรประจำตัวขึ้นมา
“ผม จางแทซู อัยการจากสำนักงานอัยการเขตโซล! เมื่อครู่นี้คนพวกนี้บุกรุกและทำร้ายชาวบ้านที่นี่ เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย เดี๋ยวนี้ผมขอสั่งให้พวกคุณคุมตัวคนพวกนี้กลับไปสอบสวนให้หมด!”
...
วินาทีที่จางแทซูแสดงบัตรอัยการ ตำรวจสองนายที่เพิ่งจะวางก้ามเมื่อครู่ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ
“ไม่ได้ยินที่ผมพูดหรือไง? ผมบอกให้คุมตัวคนพวกนี้กลับไปให้หมด พวกคุณหูหนวกเหรอ?”
จางแทซูย้ำคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ในฐานะอัยการ เขารู้ดีว่าตนเองมีอำนาจมากแค่ไหน
ในเกาหลีใต้ อัยการมีอำนาจในการสอบสวนที่เป็นอิสระและปราศจากการแทรกแซง พวกเขาสามารถสั่งการตำรวจ ศุลกากร และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ ให้ร่วมมือในการสอบสวนได้ นั่นหมายความว่า ถ้าเขาเอ่ยปาก ตำรวจก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เขาชี้ให้จับใคร ตำรวจก็ต้องจับคนนั้น!
ดังนั้น คำสั่งของจางแทซูที่ให้ตำรวจคุมตัวพวกนักเลงไป จึงเป็นการใช้อำนาจตามหน้าที่ของอัยการ แม้ความจริงเขาจะเป็นแค่อัยการฝึกหัดที่ยังไม่มีสิทธิ์ทำคดีเอง แต่ตำรวจภูธรเมืองทงเฮจะไปตรัสรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร?
“เฮ้ย! ยังไม่รีบทำอีก? หรือต้องให้ผมโทรหาผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดคังวอนด้วยตัวเอง?”
“อะ... ไม่... ไม่ต้องครับ!”
“งั้นก็รีบจัดการสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม?”
จางแทซูเร่งเร้าด้วยความรำคาญ ทีนี้ท่าทีของตำรวจสองนายก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าทันที หันไปตะคอกใส่กลุ่มชายชุดดำอย่างดุดัน
“พวกแก! ไปยืนชิดกำแพงให้หมด! เอามือกุมหัวด้วย!”
“อาชี...”
...
พวกนักเลงเห็นตำรวจเปลี่ยนท่าทีแบบกะทันหันก็หน้าถอดสี แต่พวกมันก็เป็นพวกเจนจัดในวงการ ย่อมรู้ดีว่าการทำให้ท่านอัยการโกรธนั้นจะมีจุดจบเช่นไร
ชาวบ้านที่ยืนอยู่หน้าหมู่บ้านต่างมองจางแทซูด้วยสายตาชื่นชม ไม่น่าเชื่อว่าพวกนักเลงหัวไม้ที่ไม่มีใครกล้าตอแย จะถูกแทซูจัดการได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ทุกคนต่างรู้สึกทึ่งและดีใจ
...
สรุปแล้ว แทซูยังไม่ทันได้กินซุปกระดูกวัวหมดชาม ก็ต้องนั่งรถตำรวจพาคนพวกนี้มาที่สถานีตำรวจเมืองทงเฮ หัวหน้าสถานีตำรวจเห็นลูกน้องพาคนมากันโขยงใหญ่ ก็ตะโกนด่าทันที
“พวกแกบ้าไปแล้วเหรอ? ทำไมจับคนมาเยอะแยะขนาดนี้? เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?”
“คือว่าที่ชองยางดงครับ มีคนแจ้งว่าชาวบ้านก่อความวุ่นวาย แต่พอไปถึง เราเจอกับท่านนี้ครับ... อัยการจากโซล!”
ตำรวจดวงซวยสองนายชี้มือไปที่แทซูอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพื่อบอกว่าคนนี้แหละคือท่านอัยการ หัวหน้าสถานีหันไปมองแทซูแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาถลึงตาใส่ลูกน้อง
“พวกแกไปก่อเรื่องอะไรมา?”
“ไม่ใช่พวกผมครับ แต่เป็นพวกแก๊งฮวางแฮ ที่จะไปไล่ที่ตรงชองยางดงนั่นแหละครับ บ้านของท่านอัยการดูเหมือนจะอยู่ที่นั่นพอดี!”
“อาชี!”
หัวหน้าสถานีตำรวจได้ยินแล้วก็กุมขมับด้วยความปวดหัว ตอนนี้เขาเริ่มรู้ซึ้งแล้วว่าเรื่องนี้จัดการยากแค่ไหน ฝ่ายหนึ่งก็แก๊งฮวางแฮ อีกฝ่ายก็อัยการจากโซล ไม่ว่าฝั่งไหนเขาก็ไม่อยากมีเรื่องด้วยทั้งนั้น
...
“ชื่อ?”
“ฮา... ฮาจินวอน!”
“อายุ?”
“39 ปี!”
“เพศ?”
...
ตำรวจที่รับหน้าที่ลงบันทึกประจำวันสอบถามไปตามระเบียบ ส่วนจางแทซูก็ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าชายที่ชื่อฮาจินวอน โดยไม่สนใจสายตาใคร
“เพศ?”
“อาชี... ผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายท่านดูไม่ออกเหรอครับ? ต้องถามคำถามปัญญาอ่อนพวกนี้ด้วยเหรอ?”
เห็นฮาจินวอนบ่น จางแทซูก็คว้าปึกเอกสารบนโต๊ะปาใส่หน้ามันเต็มแรง
ปึก!
“อาชี... ที่ผมทำไปก็หวังดีกับคุณป้านะครับ! อยู่บ้านโทรมๆ แบบนั้น ใครจะรู้ว่าวันดีคืนดีมันจะถล่มลงมาเมื่อไหร่ ถ้าท่านคิดว่าเงินน้อยไป เราก็คุยกันได้นี่ครับ? อาชี...”
“ใครสั่งให้พวกแกมา...”
แทซูถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คือ... อาชี เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง ท่านไม่พอใจอะไรก็มาลงที่ผมได้เลยครับ!”
“แกเห็นอัยการเป็นเพื่อนเล่นเหรอ? ฉันถามว่าใครสั่งให้แกมา!”
“ค่าชดเชยไม่เป็นที่พอใจใช่ไหมครับ? งั้นท่านเรียกราคามาได้เลย ทางเราจะไม่ต่อสักคำ!”
...
เห็นอีกฝ่ายยังปากแข็งแต่ยังคงท่าทีนอบน้อม แทซูเดาว่าเบื้องหลังของคนพวกนี้คงมีอิทธิพลมากจนพวกมันไม่กล้าซัดทอด เขาจึงหยิบสัญญาที่เป็นหลักฐานขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด
“พวกแกประเมินบ้านที่ชองยางดงเป็นระดับ D ทั้งหมดเลยเหรอ?”
“แหม นี่เป็นผลการประเมินจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญที่ทางเทศบาลจ้างมานะครับ... เราเสนอราคาตามระดับความปลอดภัยของอาคาร ราคานี้ถือว่ายุติธรรมที่สุดแล้วครับ?”
“ยุติธรรม? ในโซล ถ้าบ้านเก่าหลังไหนถูกประเมินเป็นระดับ D เจ้าของบ้านคงดีใจจนต้องเลี้ยงเหล้าบริษัทประเมินแล้วมั้ง! คิดว่าเจ้าของบ้านเขาไม่รู้หรือไงว่าถ้าทุบบ้านทิ้งแล้วสร้างใหม่ ค่อยขายให้พวกแก ราคาประเมินของพวกแกมันก็แค่เรื่องตลก!”
เมื่อเห็นจางแทซูพูดแทงใจดำเข้าอย่างจัง ฮาจินวอนก็หน้าถอดสีทันที บริษัทเวนคืนที่ดินของพวกเขาทำงานหนักแทบตายแต่ได้ส่วนแบ่งน้อยนิด ถ้าเจ้าของบ้านทุกคนฉลาดทันเกมแบบหมอนี่ ยอมทุบบ้านสร้างใหม่เพื่ออัปราคา พวกเขาก็คงหมดทางทำมาหากินกันพอดี
...
“ท่านอัยการครับ ท่าน... ท่าน... อย่าทำแบบนี้เลยครับ...”
“ดูท่าแกจะรู้กฎหมายการก่อสร้างดีนี่นา! ฮาจินวอนใช่ไหม?”
“คะ... ครับ!”
“วันนี้ฉันจะปล่อยแกกลับไปก่อน พรุ่งนี้ไปบอกลูกพี่แก ให้เตรียมของขวัญมาขอขมาที่บ้านฉันด้วย!”
...