- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 32 ความลับของคุณชายซู
บทที่ 32 ความลับของคุณชายซู
บทที่ 32 ความลับของคุณชายซู
เลือดจากนิ้วกลางบนมีดสั้นเขี้ยวสุนัข พอสัมผัสโดนตัวงูเล็ก ไฟก็ลุกพรึ่บขึ้นมาทันที
งูเล็กส่งเสียงร้องแหลมบาดหู บิดเร่าด้วยความเจ็บปวด ร่วงลงไปดิ้นพล่านบนพื้นเหมือนหนอน พยายามตะเกียกตะกายหนี
ลู่เฟยดีใจจนเนื้อเต้น เขาไม่มีทางปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไปแน่ รีบพุ่งเข้าไปเก็บมีดสั้นขึ้นมา แล้วแทงสวนเข้าใส่จุดเจ็ดนิ้วของงูเล็กอย่างแม่นยำ
ร่างของงูเล็กแข็งทื่อ ก่อนที่ไฟจะลุกท่วมตัว
"อ๊าก——"
แทบจะในเวลาเดียวกัน ซูหมิงเซวียนก็กรีดร้องอย่างโหยหวน ร่างกายชักกระตุกอย่างรุนแรง
รปภ. ตกใจจนเกือบปล่อยมือ
โชคดีที่อาการนี้เป็นอยู่แค่สองวินาที ซูหมิงเซวียนก็หมดแรง ตาเหลือก หมดสติล้มพับลงไปกองกับพื้น
ส่วนงูเล็กถูกไฟเผาจนไม่เหลือซาก ทิ้งไว้เพียงรอยไหม้สีดำเป็นทางยาวคดเคี้ยวบนพื้นไม้
"ตายซะที!"
ลู่เฟยถอนหายใจโล่งอก พิงหน้าต่างหอบหายใจ
การใช้เลือดจากนิ้วกลางเผาผลาญพลังชีวิตและไฟธาตุหยางไปมากโข เล่นเอาเขาหมดแรงไปเหมือนกัน
ยังดีที่งูเล็กฤทธิ์ไม่เยอะเท่าแม่งู ไม่งั้นคงไม่จัดการได้ง่ายๆ แบบนี้
"เถ... เถ้าแก่ลู่น้อย เกิดอะไรขึ้นครับ?"
บนเตียงไม้แดงแกะสลัก ซูลี่กั๋วลุกขึ้นนั่งกุมลำคอที่เขียวช้ำ มองไปรอบๆ อย่างงุนงง
เขาจำได้ลางๆ ว่าระหว่างที่กำลังหลับๆ ตื่นๆ จู่ๆ ก็มีมือเย็นเฉียบแต่ทรงพลังมาบีบคอเขาไว้ และคนคนนั้นดูเหมือนจะเป็นลูกชายของเขาเอง
"ขอโทษครับท่านประธานซู เป็นความผิดพลาดของผมเอง นี่คือคราบงูแม่ลูก แม้แม่งูจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่ยังมีลูกงูอีกตัวซ่อนอยู่ในบ้านคุณ คอยหาโอกาสล้างแค้น"
ลู่เฟยขอโทษด้วยความรู้สึกผิด สายตาเหลือบไปเห็นพ่อบ้านจางนอนจมกองเลือดอยู่ จึงรีบโทรเรียกรถพยาบาล
"เถ้าแก่ลู่น้อย ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ" ซูลี่กั๋วจะไปโทษลู่เฟยได้ยังไง อีกฝ่ายอุตส่าห์บุกฝ่าความมืดมาช่วยชีวิตเขา ขอบคุณยังแทบไม่ทัน
เขามองซูหมิงเซวียนที่นอนหมดสติอยู่ด้วยแววตาซับซ้อน
"ในเมื่อเป็นลูกงูมาล้างแค้น ทำไมคนลงมือถึงเป็นเจ้าลูกชายตัวดีของผมล่ะ?"
ลู่เฟยวิเคราะห์ "คุณชายซูน่าจะถูกลูกงูสะกดจิตครับ ตอนนี้ลูกงูตายแล้ว เขาคงจะฟื้นเป็นปกติในเร็วๆ นี้ คนที่โดนสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงจะไม่รู้ตัวหรอกครับว่าทำอะไรลงไป ท่านประธานซูอย่าโทษคุณชายเลยครับ"
"งั้นเหรอ?" สีหน้าของซูลี่กั๋วยังคงคลุมเครือ เหมือนจะยังไม่ปักใจเชื่อ แต่เนื่องจากมีรปภ. ซึ่งเป็นคนนอกอยู่ด้วย เขาเลยไม่ได้พูดอะไรต่อ
ไม่นานนัก
รถพยาบาลก็มาถึง พ่อบ้านจางถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
ส่วนซูหมิงเซวียน ซูลี่กั๋วให้หมอตรวจเช็กอาการจนแน่ใจว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิต แล้วก็ยืนกรานให้พักฟื้นที่บ้าน
จากนั้น ซูลี่กั๋วก็หันไปพูดกับรปภ.
"ไอ้หนุ่ม คืนนี้ขอบใจมากนะ นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของฉัน ฉันไม่อยากได้ยินเสียงนินทาข้างนอก"
"ท่านประธานซูวางใจได้ครับ ผมแค่เดินตรวจเวรผ่านมา แล้วบังเอิญเห็นคุณพ่อบ้านจางหกล้มเท่านั้นเอง" รปภ. ตอบอย่างรู้งาน
"ตระกูลซูจะไม่ลืมบุญคุณนายแน่" ซูลี่กั๋วพยักหน้าอย่างพอใจ
"ขอบคุณครับท่านประธานซู!"
รปภ. ยิ้มแก้มปริ รีบขอตัวลงไปข้างล่าง จัดการไล่ทีมรปภ. ที่วิ่งหน้าตื่นตามเสียงสัญญาณเตือนภัยมาให้กลับไป
แม่บ้านสองคนไม่กล้ากลับไปนอน ได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ที่ชั้นล่าง
ความสงบกลับคืนสู่คฤหาสน์ แต่ใจของซูลี่กั๋วยังคงว้าวุ่น
เขาโทรเช็กอาการทางโรงพยาบาลอีกรอบ พอแน่ใจว่าทุกคนปลอดภัยดี ก็หันกลับมามองซูหมิงเซวียนที่นอนสลบไสลอยู่บนโซฟาด้วยสายตาเย็นชา
"เถ้าแก่ลู่น้อย บอกความจริงกับผมมาเถอะ ในบ้านมีคนตั้งเยอะแยะ ทำไมคนที่โดนลูกงูสะกดจิตถึงเจาะจงเป็นเจ้านี่?"
"เรื่องนี้..." ลู่เฟยอึกอัก
"มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ ไม่ต้องเกรงใจ"
ลู่เฟยจึงตัดสินใจพูด "คุณชายซูมีลักษณะของคนที่หมกมุ่นในกามจนร่างกายทรุดโทรม คนที่ร่างกายอ่อนแอและจิตใจไม่เข้มแข็งแบบนี้ มักจะตกเป็นเป้าของสิ่งชั่วร้ายได้ง่ายที่สุดครับ แต่เรื่องนี้จะโทษคุณชายฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ส่วนหนึ่งเป็นความผิดของผมที่หาลูกงูไม่เจอตั้งแต่แรก..."
"ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก ไอ้ลูกไม่รักดีมันรนหาที่เอง!" ซูลี่กั๋วยกมือห้าม สูดหายใจลึก พยายามข่มความโกรธ
"รนหาที่?" คราวนี้ลู่เฟยงงบ้างแล้ว "เป็นไปได้ยังไงครับ?"
"ผมเองก็อยากรู้คำตอบเหมือนกัน เถ้าแก่ลู่น้อย มีวิธีทำให้มันฟื้นตอนนี้เลยไหมครับ?"
"มีครับ แต่คุณชายอาจจะต้องเจ็บตัวหน่อย ต้องเจาะปลายนิ้วครับ"
ซูลี่กั๋วแค่นเสียง "เจ็บแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้ รบกวนเถ้าแก่ลู่น้อยลงมือได้เลย"
"ได้ครับ"
ลู่เฟยใช้มีดสั้นเขี้ยวสุนัขเจาะปลายนิ้วของซูหมิงเซวียนสองนิ้ว บีบเลือดเสียออกมาสองหยด
ครู่ต่อมา
ซูหมิงเซวียนค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ เห็นพ่อตัวเองรางๆ ก็รู้สึกงุนงง
"พ่อ?"
"อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ!"
ซูลี่กั๋วทำหน้าถมึงทึง
"เป็นอะไรไปครับพ่อ?" ซูหมิงเซวียนงงหนักกว่าเดิม พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง พอเห็นลู่เฟยก็ยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก
"แกยังมีหน้ามาถามอีกว่าเกิดอะไรขึ้น? รู้ไหมว่าฉันเกือบตายด้วยน้ำมือแก!" น้ำเสียงของซูลี่กั๋วเย็นยะเยือกจนน่ากลัว
ความเกรี้ยวกราดของพ่อทำให้ซูหมิงเซวียนกลัวจนลนลาน ร้องโวยวาย "พ่อพูดเรื่องอะไรครับ? ผมจะฆ่าพ่อได้ยังไง... ต่อให้ตีให้ตายผมก็ไม่มีวันทำร้ายพ่อหรอก!"
"งั้นฉันถามแก ในห้องแกซ่อนอะไรไว้?" ซูลี่กั๋วจ้องหน้าลูกชายเขม็ง สายตาคมกริบราวกับมีดที่จะแทงทะลุใจ
"ในห้อง?" ซูหมิงเซวียนตัวสั่น ไม่กล้าสบตาพ่อ ก้มหน้าหลบสายตาอย่างมีพิรุธ "เปล่านะครับ ผมไม่ได้ซ่อนอะไรไว้..."
เพียะ!
ซูลี่กั๋วตบหน้าลูกชายฉาดใหญ่ ตวาดลั่น "ไอ้ลูกเนรคุณ! ยังจะโกหกอีก ตระกูลซูมีลูกสารเลวอย่างแกออกมาได้ยังไง!"
ซูหมิงเซวียนโดนตบจนหน้าหัน กลิ้งตกจากโซฟาไปกองกับพื้น ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
"ให้โอกาสครั้งสุดท้าย ถ้าไม่พูดความจริง ก็ไสหัวออกไปจากตระกูลซูซะ! ถือซะว่าฉันไม่เคยมีลูกเลวๆ อย่างแก!" ซูลี่กั๋วยื่นคำขาด
"พ่อครับ อย่า... ผมพูดแล้ว ผมพูดแล้วครับ..." ซูหมิงเซวียนรีบคุกเข่า ไม่กล้าปิดบังอีกต่อไป "คือ... คือผู้หญิงคนหนึ่งครับ... เธอสวยมาก คืนนั้นจู่ๆ ก็โผล่มาในห้องผม ตอนแรกผมนึกว่าเป็นสาวใช้คนใหม่..."
หญิงสาวคนนั้นดูอายุราวสิบแปดสิบเก้า ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้ ดวงตาคู่นั้นเหมือนมีมนต์สะกด ยั่วยวนจนเขาใจเต้นไม่เป็นส่ำ
เขาอดใจไม่ไหว ร่วมรักกับเธออย่างเร่าร้อน ร่างกายของหญิงสาวอ่อนนุ่มไร้กระดูก พันรัดเขาไว้แน่น มอบความสุขสมที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
พอตื่นเช้ามา เธอก็หายตัวไปแล้ว เขาไปถามพ่อบ้านจาง ก็ได้คำตอบว่าที่บ้านไม่มีสาวใช้คนใหม่
หรือว่าความสุขเมื่อคืนเป็นแค่ความฝัน? เขารู้สึกเสียดายจับใจ
แต่พอตกดึก เขาเปิดประตูห้องเข้าไป ก็เห็นสาวน้อยคนนั้นนอนรออยู่บนเตียง โพสท่าทางยั่วยวนสุดฤทธิ์
เขาดีใจจนเนื้อเต้น ไม่สนใจจะถามไถ่ที่มาที่ไป กระโจนเข้าใส่ทันที แล้วก็เป็นอีกคืนที่สุขสมจนลืมโลก
หลังจากนั้น ทุกคืนสาวน้อยคนนั้นก็จะมาหา ร่วมหลับนอนกับเขาทุกคืน
เขาเสพติดความรู้สึกนั้นราวกับติดยาเสพติด ถอนตัวไม่ขึ้น ดื่มด่ำกับความสุขจนลืมวันลืมคืน ไม่สนใจแล้วว่าเธอเป็นใคร ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันทุกคืนก็พอ
เพราะแบบนี้ คืนนี้เขาถึงหาข้ออ้างหนีจากโรงพยาบาลกลับมาที่บ้าน
"ไอ้สารเลว!"
ซูลี่กั๋วโกรธจนควันออกหู ต่อให้ตบสั่งสอนอีกกี่ทีก็คงไม่หายแค้น
ลู่เฟยยืนอ้าปากค้าง
ที่แท้ลักษณะหมกมุ่นในกามของคุณชายซู ก็มีที่มาแบบนี้นี่เอง
ชัดเจนว่าสาวน้อยคนนั้นคือลูกงูแปลงกายมา นั่นหมายความว่าลูกงูเริ่มล่อลวงเขามาตั้งแต่แรกแล้ว