- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 33 ของจำนำอายุนับร้อยปี
บทที่ 33 ของจำนำอายุนับร้อยปี
บทที่ 33 ของจำนำอายุนับร้อยปี
"พ่อครับ ผมผิดไปแล้ว! ผมรู้ตัวแล้วครับ!"
ซูหมิงเซวียนคุกเข่าลงกับพื้น ร้องห่มร้องไห้สำนึกผิดอย่างหนัก
ตอนนี้เขาจำเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว
เขาเกือบจะฆ่าพ่อแท้ๆ ของตัวเองด้วยมือคู่นี้!
ช่างหน้ามืดตามัว สมควรตายเป็นพันครั้งหมื่นครั้งจริงๆ!
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้หลงผิดไปขนาดนั้น ราวกับว่าพอเห็นหน้าสาวน้อยคนนั้น เขาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ ยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ
"ผมไม่กล้าทำอีกแล้วครับพ่อ ตีผมเลยเถอะครับ..."
"แกยังมีหน้ามารู้ตัวว่าหลงผิดอีกเหรอ? รู้อยู่เต็มอกว่านังปีศาจนั่นมีปัญหา แต่ก็ยังไม่สนใจ มัวเมาแต่ความสุขส่วนตัว!" ซูลี่กั๋วผิดหวังในตัวลูกชายคนนี้จนถึงขีดสุด
"ลูกไม่รักดี เป็นความผิดของพ่อที่สั่งสอนไม่ดีเอง"
"ถ้าฉันตายไปก็คงไม่เสียดายชีวิต แต่ถ้าต้องลากคนทั้งตระกูลซูไปลงนรกด้วย..."
ซูลี่กั๋วโกรธจนหน้ามืด แน่นหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก
ลู่เฟยเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเข้าไปปลอบ "ท่านประธานซู รักษาสุขภาพด้วยครับ ผมขอพูดอย่างเป็นกลางนะ เรื่องนี้จะโทษคุณชายซูทั้งหมดก็ไม่ได้หรอกครับ ลูกงูนั่นจ้องเล่นงานเขามาตั้งแต่แรกแล้ว"
"แมลงวันไม่ตอมไข่ที่ไร้รอยร้าว ถ้าจิตใจเขาไม่หมกมุ่นในกาม จะถูกปีศาจครอบงำได้ยังไง?" ซูลี่กั๋วส่ายหน้าอย่างเย็นชา
"จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียวนะครับ วิชาล่อลวงของพวกปีศาจ มีกี่คนเชียวที่จะต้านทานไหว? ขนาดปรมาจารย์หยางที่เป็นคนในวงการไสยเวทแท้ๆ ยังโดนสะกดจิตจนเป๋ไปเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ?"
"พูดกันตามตรง คุณชายซูก็ถือเป็นเหยื่อเหมือนกัน คราบงูแม่ลูกคู่นี้ ไม่ได้ต้องการแค่แปลงร่างเป็นคน แต่ต้องการใช้ตระกูลซูเป็นที่เพาะพันธุ์ทายาท การจะสืบพันธุ์ก็ต้องหาคู่"
"และคุณชายซูก็เกิดปีมะเส็งพอดี"
"ตอนนี้แม่งูตายแล้ว ลูกงูต้องการล้างแค้น มันต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะล่อลวงคุณชายซูให้ได้"
ซูหมิงเซวียนเงยหน้ามองลู่เฟยอย่างไม่อยากเชื่อ ไม่นึกเลยว่าลู่เฟยจะช่วยพูดแทนเขา
"ต่อให้เป็นอย่างนั้น ก็ลบล้างความผิดของมันไม่ได้!" น้ำเสียงของซูลี่กั๋วยังคงแข็งกร้าว
"เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนรับผิดชอบ ตอนที่ได้คราบงูมา ผมควรจะตรวจสอบให้ละเอียดกว่านี้" เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับลู่เฟย
การทำงานกับวัตถุอัปมงคล ประมาทเลินเล่อแม้แต่นิดเดียวไม่ได้
"จะไปโทษเถ้าแก่ลู่น้อยได้ยังไงครับ? ถ้าไอ้ลูกเนรคุณนี่สำนึกตัวได้เร็วกว่านี้ ยอมสารภาพเรื่องราวทั้งหมดออกมาเอง ก็คงไม่เกิดเรื่องร้ายแรงในคืนนี้ น่าเสียดายที่ตั้งแต่ต้นจนจบ มันไม่ยอมปริปากพูดสักคำ!"
ซูลี่กั๋วถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
ตอนที่เขาได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิง เขาก็รู้สึกทะแม่งๆ แล้ว แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นซูหมิงเซวียนไม่ยอมพูดความจริง
เขาตั้งความหวังไว้กับลูกชายคนนี้มาก จึงเข้มงวดกวดขันทุกเรื่อง หวังว่าวันหนึ่งลูกจะสามารถขึ้นมาแบกรับภาระผู้นำตระกูลซูได้ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจิตใจของลูกจะเปราะบางถึงเพียงนี้
เขาไม่ได้โกรธที่ลูกชายถูกปีศาจควบคุมจนจะมาฆ่าแกงกัน แต่เขาโกรธที่ลูกชายเห็นแก่ความสุขชั่ววูบ จนละเลยความปลอดภัยของคนทั้งตระกูล
เลี้ยงดูมาอย่างดีด้วยกองเงินกองทอง สุดท้ายกลับได้ลูกขี้แพ้มาคนหนึ่ง!
ความรู้สึกพ่ายแพ้ถาโถมเข้าใส่จิตใจเขา ต่อให้ธุรกิจจะล้มเหลวสักกี่ครั้ง เขาก็ไม่เคยรู้สึกผิดหวังเท่าครั้งนี้มาก่อน
"ไสหัวไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกอีก!" เขาโบกมือไล่ซูหมิงเซวียน
"พ่อครับ..."
ซูหมิงเซวียนตัวสั่นเทา น้ำตาคลอเบ้า
แต่ซูลี่กั๋วเบือนหน้าหนีอย่างเย็นชา
ซูหมิงเซวียนรู้ตัวว่าทำผิดมหันต์ จึงลากสังขารเดินคอตกออกไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก
"เถ้าแก่ลู่น้อย ต้องขออภัยที่ให้คุณมาเห็นเรื่องน่าอายในบ้านเรา" ซูลี่กั๋วยิ้มขื่นๆ ให้ลู่เฟย
"ท่านประธานซูครับ จริงๆ ผมเป็นคนนอกไม่มีสิทธิ์พูดอะไร แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านคุณมีต้นเหตุมาจากวัตถุอัปมงคล ผมคิดว่าคนในตระกูลซูไม่ควรจะมาโทษกันเองนะครับ คนที่น่าตำหนิคือคนที่วางแผนทำร้ายตระกูลซูต่างหาก การที่พวกคุณพ่อลูกต้องมาแตกหักกันแบบนี้ ไม่ใช่เข้าทางพวกมันพอดีเหรอครับ?"
ลู่เฟยพูดจบก็ขอตัวกลับ ไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของพวกเขาอีก
ที่ชั้นล่าง คนขับรถรออยู่แล้ว เพื่อพาลู่เฟยกลับบ้าน
ระหว่างทาง ร่างกายของลู่เฟยผ่อนคลายลง
ในที่สุดเรื่องคราบงูแม่ลูกก็จบลงอย่างสมบูรณ์
โชคดีที่มาทันเวลา ตระกูลซูปลอดภัย
บทเรียนคืนนี้ เขาต้องจดจำให้ขึ้นใจ!
ต่อไป ไม่ว่าจะรีบแค่ไหน ก็ต้องตรวจสอบวัตถุอัปมงคลให้ถี่ถ้วนก่อนรับซื้อ
ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่ยังแก้ไขทัน
แล้วครั้งหน้าล่ะ?
กลับถึงโรงรับจำนำ ลู่เฟยรู้สึกโล่งใจ ล้มตัวลงนอนหลับเป็นตาย
จนกระทั่งเที่ยงวันรุ่งขึ้น หลิวฟู่กุ้ยถึงโทรกลับมา
"น้องชายลู่ ขอโทษทีนะ เมื่อคืนลุงหลับเพลินไปหน่อย ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ นายมีธุระอะไรหรือเปล่า?"
"ไม่มีอะไรครับ! อย่ากวนผมนอน"
ลู่เฟยไม่อยากเสวนากับเขาแม้แต่คำเดียว กดวางสายอย่างหงุดหงิด ขืนรอให้ตาลุงนี่ตอบกลับมา ป่านนี้คงได้ไปร่วมงานศพตระกูลซูแล้ว
หลิวฟู่กุ้ยงงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็ไม่กล้าโทรกลับไปกวนลู่เฟยอีก
ลู่เฟยนอนจนเต็มอิ่มถึงค่อยๆ ลุกขึ้นมา หาอะไรกินรองท้อง แล้วหยิบคราบงูแม่ลูกออกมาวิจัยต่อ
ดูเหมือนว่าลูกงูจะมีฤทธิ์เดชเรื่องเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามมากกว่าแม่งูเสียอีก
ถ้าอย่างนั้น สรรพคุณของคราบงูคู่นี้คงไม่ได้มีดีแค่เรื่องล่อลวงจิตใจหรือเรียกเนื้อคู่แน่ๆ ไม่รู้ว่าจะมีผลอะไรอย่างอื่นอีกไหม...
วัตถุอัปมงคลสามารถให้โทษ แต่ก็ให้คุณได้เช่นกัน ขอแค่รู้สรรพคุณที่แท้จริง
ลู่เฟยเปลี่ยนใจไม่ขายแล้ว คราบงูที่มีวิญญาณงูสิงสู่แบบนี้ อาจจะมีประโยชน์อย่างอื่นก็ได้
เขาเก็บคราบงูใส่ถุงผ้า หยิบลูกกุญแจโบราณดอกหนึ่งออกมา แล้วเดินไปที่ห้องเก็บของด้านหลังโรงรับจำนำ
ที่นี่คือที่เก็บรวบรวมวัตถุอัปมงคลทั้งหมดที่โรงรับจำนำอักษรเสียรับซื้อมาตั้งแต่เปิดร้าน
เมื่อก่อนคุณปู่เป็นคนดูแลห้องเก็บของ ไม่ยอมให้ลู่เฟยเข้าไป เขาเลยไม่รู้ว่าข้างในมีวัตถุอัปมงคลเก็บสะสมไว้มากน้อยแค่ไหน
ลูกกุญแจหมุน กริ๊ก ฝุ่นผงร่วงกราว ประตูสีดำทะมึนถูกผลักเปิดออก
ชั้นวางของเก่าแก่เรียงรายเป็นระเบียบปรากฏแก่สายตา
ลู่เฟยเดินเข้าไป พบว่าห้องเก็บของแบ่งออกเป็นสองโซน
ชั้นวางฝั่งซ้ายเก็บวัตถุอัปมงคลที่จำนำขาด ส่วนฝั่งขวาเก็บวัตถุอัปมงคลที่จำนำไถ่ถอน
วัตถุจำนำขาดตกเป็นสมบัติของโรงรับจำนำโดยสมบูรณ์ ส่วนวัตถุจำนำไถ่ถอน ยังรอให้เจ้าของมารับคืน
เขาวางคราบงูแม่ลูกลงบนที่ว่างฝั่งซ้าย เขียนป้ายชื่อและวันที่แปะไว้ จากนั้นก็กวาดสายตาไปรอบๆ เดินไปสำรวจโซนจำนำไถ่ถอนด้วยความอยากรู้
หากเลยกำหนดไถ่ถอนแล้วยังไม่มีใครมารับคืน วัตถุจำนำไถ่ถอนก็จะกลายเป็นของโรงรับจำนำ ต้องย้ายไปไว้ฝั่งจำนำขาด
ลู่เฟยนึกว่าวัตถุจำนำไถ่ถอนจะมีอยู่น้อยนิด แต่ที่ไหนได้ บนชั้นวางกลับมีของเรียงรายอยู่เป็นสิบชิ้น
บนกล่องมีป้ายระบุเงื่อนไขการจำนำและกำหนดเวลาไว้อย่างละเอียด
มีวัตถุอัปมงคลชิ้นหนึ่งที่เว่อร์วังที่สุด คือจำนำไว้นานกว่าร้อยปีแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดไถ่ถอน
ลู่เฟยเกิดความสนใจ เปิดกล่องใบนั้นออก ไอเย็นยะเยือกพุ่งออกมาปะทะใบหน้า ภายในกล่องมีกระดูกนิ้วมือสีขาวซีดวางสงบนิ่งอยู่
กระดูกนิ้วคน นี่มันวัตถุอัปมงคลประเภทไหนกัน?
พอมองนานเข้า ก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว ราวกับว่ามีสิ่งที่น่ากลัวสุดขีดซ่อนอยู่ข้างใน ลู่เฟยรีบปิดฝากล่องทันที
แล้วหันไปดูชิ้นอื่น
กล่องบางใบใส่ร่มกระดาษน้ำมันสีดำ
บางใบใส่ตะปูรูปร่างประหลาดเจ็ดตัว
ยังมีไหที่บรรจุของเหลวอะไรไม่รู้อีกหนึ่งใบ
สารพัดสารเพ แปลกประหลาดพิสดาร
ลู่เฟยไล่อ่านป้ายบนกล่องทีละใบ บางชิ้นอีกตั้งหลายสิบปีกว่าจะถึงกำหนด บางชิ้นก็เหลืออีกแค่ไม่กี่เดือน
ที่ใกล้ถึงกำหนดที่สุดคือร่มกระดาษน้ำมันสีดำคันนั้น เหลือเวลาอีกแค่สิบกว่าวันเท่านั้น
"ของพวกนี้ จะมีคนมาไถ่คืนจริงๆ เหรอ?"
ลู่เฟยเต็มไปด้วยความสงสัย เขาเดินดูต่ออีกสักพัก ก็กลับมาที่โซนจำนำขาด เพื่อเลือกหาวัตถุอัปมงคลสำหรับพกติดตัวป้องกันภัยสักชิ้น
นี่คือสิ่งที่เขารับปากเซี่ยเหยาไว้