เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ปรมาจารย์หยางแห่งสำนักเร้นลับ

บทที่ 22 ปรมาจารย์หยางแห่งสำนักเร้นลับ

บทที่ 22 ปรมาจารย์หยางแห่งสำนักเร้นลับ


ชายหนุ่มคนนั้นคือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซู ซูหมิงเซวียน

"พ่อฉันให้พวกแกมางั้นเหรอ?"

ซูหมิงเซวียนทำหน้าสงสัยอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่รู้จักหลิวฟู่กุ้ยเลยสักนิด พลางกวาดสายตามองการแต่งกายของหลิวฟู่กุ้ยและลู่เฟยด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยามอย่างเปิดเผย

"ต่อให้พ่อฉันเรียกมาทำงาน ก็ไม่ควรบุกรุกเข้ามาในห้องพระโดยพลการ! ถ้าเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา พวกแกรับผิดชอบไหวไหม?"

"คุณชายซูเข้าใจผิดแล้วครับ ท่านประธานซูบอกว่าช่วงนี้ที่บ้านไม่ค่อยสงบ เราเลยมาช่วยแก้ปัญหาครับ" หลิวฟู่กุ้ยไม่ถือสา ยิ้มอธิบาย "ส่วนนี่คือเถ้าแก่ลู่ ลู่เฟย จากโรงรับจำนำอักษรเสียอันโด่งดัง..."

"อะไรไร้สาระ!" ซูหมิงเซวียนตัดบทอย่างรำคาญ "ฉันไม่รู้จักแก แล้วก็ไม่รู้จักมันด้วย ห้องพระบ้านฉันไม่ใช่ที่ให้คนนอกมาเดินเพ่นพ่าน ออกไปเดี๋ยวนี้!"

"ได้ครับ เราออกไปคุยกันข้างนอกก็ได้" หลิวฟู่กุ้ยยิ้มเจื่อนๆ ลากลู่เฟยออกมา

ลู่เฟยขมวดคิ้ว คนตระกูลซูนี่มองคนแค่ภายนอกกันทุกคนเลยหรือไง?

"อย่ายืนเกะกะขวางประตูสิ... พ่อบ้านอยู่ไหน? ลุงจาง ลุงจาง!" ซูหมิงเซวียนตะโกนเรียกอย่างไม่พอใจ

พ่อบ้านรีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามา

"คุณชายใหญ่ กลับมาแล้วเหรอครับ"

"ฉันถามหน่อย ไอ้สองคนนี้พ่อฉันเรียกมาจริงเหรอ?"

"สองท่านนี้เป็นแขกของนายท่านจริงๆ ครับ นายท่านยังเดินทางมาไม่ถึง เลยสั่งให้ผมพาแขกไปสักการะที่ห้องพระก่อน ไม่นึกว่าคุณชายใหญ่จะกลับมาพอดี เป็นความบกพร่องของผมเองที่ไม่ได้เรียนให้คุณชายใหญ่ทราบล่วงหน้า"

เมื่อพ่อบ้านยืนยัน ซูหมิงเซวียนยิ่งประหลาดใจหนักเข้าไปอีก

พ่อคิดอะไรอยู่เนี่ย?

สองคนนี้ดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อถือ ไอ้คนอ้วนดูเจ้าเล่ห์เพทุบายเหมือนพวกสิบแปดมงกุฎ ส่วนไอ้หนุ่มนั่นก็ดูจนกรอบ น่าจะเป็นลูกกระจ๊อกที่หากินกับไอ้อ้วน

ต่อให้สถานการณ์ที่บ้านจะวิกฤตแค่ไหน ก็ไม่น่าจะสิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องพึ่งคนพรรค์นี้มั้ง!

เขาขมวดคิ้ว "พวกแกดูอะไรออกบ้างล่ะ?"

ยังไม่ทันที่หลิวฟู่กุ้ยจะตอบ พ่อบ้านก็รีบเตือน "คุณชายใหญ่ครับ หน้าห้องพระไม่ควรส่งเสียงดัง"

ซูหมิงเซวียนมองห้องพระด้วยความเกรงขาม แล้วลดเสียงลง สั่งว่า "งั้นลุงจาง พาพวกมันไปดื่มชารอข้างนอก เดี๋ยวพ่อฉันก็คงกลับมาแล้ว อย่าให้พวกมันเดินเพ่นพ่านแถวนี้!"

"ครับ" พ่อบ้านโค้งรับคำสั่ง แล้วมองไปที่ชายวัยกลางคนข้างกายซูหมิงเซวียน เอ่ยถาม "แล้วท่านนี้คือ?"

"นี่คือปรมาจารย์หยาง ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักเร้นลับ ฉันอุตส่าห์ไปเชิญท่านมาด้วยตัวเองเชียวนะ" น้ำเสียงของซูหมิงเซวียนเปลี่ยนเป็นนอบน้อมทันที

ชายวัยกลางคนสวมชุดคอจีน ยิ้มบางๆ ดูสุขุมลุ่มลึกสมกับเป็นยอดคน

"คุณชายใหญ่ครับ นายท่านกำชับไว้ว่าเวลาเข้าห้องพระต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ..." พ่อบ้านกระซิบเตือน

"ฉันรู้ลิมิตตัวเองน่า!"

ซูหมิงเซวียนโบกมืออย่างรำคาญ

พ่อบ้านจึงต้องเงียบปาก แล้วเชิญลู่เฟยกับหลิวฟู่กุ้ยไปดื่มชาอีกด้านหนึ่ง

หลิวฟู่กุ้ยกลัวลู่เฟยจะไม่พอใจ รีบดึงเขาเดินออกไป

ลู่เฟยแค่นเสียงในใจ

ซูหมิงเซวียนหน้าเหลืองตาลอย ริมฝีปากซีดเผือด ขมับสองข้างตอบลึก อายุน้อยแค่นี้แต่ตีนกาขึ้นพรึ่บ นี่มันลักษณะของคนหมกมุ่นในกามคุณชัดๆ

คงเที่ยวกลางคืนทุกคืน ขืนไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ อีกหน่อยคงยืนแทบไม่อยู่

ซูหมิงเซวียนหันกลับมาปั้นหน้ายิ้ม ผายมือเชิญปรมาจารย์หยางอย่างนอบน้อม

"เชิญครับ ปรมาจารย์หยาง"

"คุณชายซู ในเมื่อที่บ้านคุณเชิญคนอื่นมาแล้ว คงไม่จำเป็นต้องใช้บริการของแซ่หยางคนนี้แล้วล่ะ" ปรมาจารย์หยางกลับยืนนิ่ง หันหลังทำท่าจะเดินหนี "แซ่หยางมีธุระรัดตัว ขอตัวก่อน"

"ปรมาจารย์หยาง อย่าเพิ่งไปสิครับ!" ซูหมิงเซวียนรีบอธิบาย "ผมไม่รู้มาก่อนว่าพ่อจะเรียกคนมา ไอ้สองคนนั้นดูยังไงก็พวกสิบแปดมงกุฎ จะมาเทียบกับปรมาจารย์หยางได้ยังไง?"

"ช่วงนี้ที่บ้านผมเกิดเรื่องร้ายๆ เยอะเหลือเกิน ทั้งคุณย่า คุณอา แล้วก็แม่ผม ตรวจเจอโรคร้ายกันหมด... หมอบอกว่าอาการวิกฤต พ่อผมเลยร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก"

"ปรมาจารย์หยาง ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะครับ เสร็จเรื่องแล้วผมมีค่าตอบแทนให้อย่างงาม"

"ช่างเถอะ! เงินทองเป็นของนอกกาย คนอย่างแซ่หยางเห็นคนเดือดร้อนแล้วไม่ช่วยไม่ได้หรอก ขอแซ่หยางลองประมือกับพระแม่แห่งหนานหยางองค์นี้หน่อยเถอะ"

ปรมาจารย์หยางวางมาดคุณธรรมเต็มเปี่ยม ก้าวเท้าเข้าไปในห้องพระ

ซูหมิงเซวียนดีใจจนเนื้อเต้น รีบเดินตามหลังไปติดๆ

ปัง! ประตูห้องพระปิดลงเอง พื้นที่กว้างขวางพลันมืดสลัวและเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

ปรมาจารย์หยางใจหายวาบ สังหรณ์ใจไม่ดี

เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ฝีเท้าของเขาก็เริ่มช้าลง รู้สึกเหมือนขาจมอยู่ในโคลนตม แต่ละก้าวช่างยากลำบากเหลือเกิน

แต่เขาจะแสดงอาการให้ซูหมิงเซวียนเห็นไม่ได้ จึงแอบหยิบสร้อยข้อมือลูกปัดชาดออกมาสวม ลูกปัดชาดอุ่นขึ้นเล็กน้อย ช่วยลดแรงต้าน ทำให้เขาเดินไปจนถึงโต๊ะบูชาได้

"พระแม่หนานหยางองค์นี้ มีฤทธิ์เดชไม่เบา!"

เหงื่อเย็นไหลซึมทั่วร่าง ยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็รู้สึกเหมือนร่างกายหดสั้นลง ไหล่ทั้งสองข้างถูกพลังที่มองไม่เห็นกดทับไว้อย่างรุนแรง

กดจนเขาเงยหน้าไม่ขึ้น

ภายใต้ผ้าแดงผืนนั้น ราวกับมีดวงตาเย็นชาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองลงมาที่เขา

สร้อยข้อมือลูกปัดชาดสีแดงสด ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำทีละเม็ดเหมือนขึ้นรา

"แย่แล้ว! รับมือยากแฮะ!"

ปรมาจารย์หยางรู้ตัวว่าเจอของแข็งเข้าให้แล้ว รีบล้วงจี้หยกคุ้มกันภัยออกมาคล้องคอ พอแรงกดที่หลังเบาบางลง เขาก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความเวียนหัวจู่โจมเข้ามาทันที

เทวรูปพระแม่ใต้ผ้าแดงบนโต๊ะบูชา กลับดูสูงใหญ่ขึ้น ร่างกายขยายใหญ่จนคับห้องพระ บดบังทัศนวิสัยของเขาจนหมดสิ้น

"ปรมาจารย์หยาง เป็นยังไงบ้างครับ?"

ซูหมิงเซวียนเห็นสีหน้าเขาไม่สู้ดี จึงถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ

"แค่ปีศาจหนานหยางกระจอกๆ ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก!"

โม้ไปแล้ว ขืนถอยตอนนี้ก็หมดโอกาสเกาะขาใหญ่ตระกูลซูสิ เขาฝืนข่มความวิงเวียน ชักกระบี่เหรียญทองแดงออกมา

กระบี่เล่มนี้ทำจากเหรียญจักรพรรดิห้ารัชกาล พู่สีแดงที่ด้ามกระบี่ชุบเลือดสุนัขดำมาแล้ว เป็นของแสลงของพวกภูตผีปีศาจทั้งปวง!

"แผ่นดินจีน ไม่ยอมให้ปีศาจต่างถิ่นมาอาละวาดหรอก!"

ท่ามกลางสายตาเลื่อมใสของซูหมิงเซวียน ปรมาจารย์หยางกวัดแกว่งกระบี่เหรียญทองแดงแทงใส่เทวรูปพระแม่

ตูม!

ผ้าแดงปลิวว่อน

ลมพายุหมุนอันรุนแรงและเย็นยะเยือกพัดโหมกระหน่ำเข้าใส่ทั้งคู่ในพริบตา

ครู่ต่อมา

ห้องพระก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด

ณ ห้องโถงรับรองด้านหน้า

ลู่เฟยและหลิวฟู่กุ้ยนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ จิบชาที่พ่อบ้านจางชงมาให้

ก้นของหลิวฟู่กุ้ยเหมือนมีหนามตำ นั่งไม่ติดที่ ขยับไปขยับมา เดี๋ยวก็มองไปทางห้องรับรอง เดี๋ยวก็ชะเง้อมองไปทางประตูใหญ่

"เถ้าแก่ลู่น้อย บอกลุงตามตรงเถอะ นายมั่นใจว่าจะจัดการเทวรูปพระแม่นั่นได้ไหม?"

"หน้าตาก็ยังไม่เห็น จะเอาอะไรไปมั่นใจล่ะครับ?" ลู่เฟยนึกถึงหางที่แวบผ่านใต้ผ้าแดง แล้วส่ายหน้า

"ปรมาจารย์หยางคนนั้นลุงเคยได้ยินชื่อมาบ้าง ไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฎไก่กา เป็นอาจารย์สายเวทที่มีของจริง ถ้าเขาชิงจัดการพระแม่ไปก่อน ขาใหญ่ตระกูลซูคงไม่มีที่ว่างให้พวกเราเกาะแล้วล่ะ..." หลิวฟู่กุ้ยร้อนใจจนนั่งไม่ติด

"กลัวอะไรครับ ลุงกับท่านประธานซูเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?" ลู่เฟยย้อนถาม

เขาสงสัยมาตลอดว่าหลิวฟู่กุ้ยไปรู้จักมักจี่กับคนระดับนี้ได้ยังไง

หลิวฟู่กุ้ยเกาหัวแกรกๆ สารภาพตามตรง "บอกตามตรงนะลุงรู้จักท่านประธานซูจริง แต่ก็แค่เคยขายแจกันโบราณให้ภรรยาเขาไปสองใบ ไม่ได้สนิทอะไรขนาดนั้น ครั้งนี้ก็อาศัยบารมีนาย ท่านประธานซูได้ยินว่าลุงรู้จักคนของโรงรับจำนำอักษรเสีย ถึงยอมให้พาคนมา"

ลู่เฟยแปลกใจ "เขารู้จักโรงรับจำนำอักษรเสียด้วยเหรอ? หรือเขารู้จักปู่ผม?"

จบบทที่ บทที่ 22 ปรมาจารย์หยางแห่งสำนักเร้นลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว