- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 21 พระแม่โอบทรัพย์
บทที่ 21 พระแม่โอบทรัพย์
บทที่ 21 พระแม่โอบทรัพย์
ธูปบูชาส่งควันสีเขียวจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง กระถางธูปเต็มไปด้วยขี้เถ้า เครื่องเซ่นไหว้ล้วนเป็นอาหารสดใหม่
เห็นได้ชัดว่าคนในตระกูลซูกราบไหว้บูชาเทวรูปองค์นี้ทุกวันด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า
ทว่าเทวรูปกลับถูกคลุมด้วยผ้าแดงมิดชิด ภายใต้ผืนผ้านั้นเผยให้เห็นรูปทรงบิดเบี้ยวแปลกประหลาด ดูไม่ออกเลยว่าเป็นรูปอะไรกันแน่
"ขอโทษนะครับ เทพองค์นี้คือเทพอะไร?"
ลู่เฟยหันไปถามพ่อบ้าน แต่กลับพบว่าพ่อบ้านไม่ได้ตามเข้ามาด้วย เพียงแค่ยืนสำรวมกิริยาอยู่ที่หน้าประตู
"ท่านคือพระแม่โอบทรัพย์ นายท่านเชิญมาจากเทวสถานแห่งหนึ่งในหนานหยาง ศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งมากครับ"
"พระแม่โอบทรัพย์? ผมเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก" ลู่เฟยเพิ่งจะเคยจัดการกับวัตถุอัปมงคลมาแค่สองชิ้น ของในพื้นที่ยังรู้ไม่หมด ของทางฝั่งหนานหยางยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่คุ้นเลยสักนิด
แต่ฟังจากชื่อแล้ว น่าจะเป็นเทพที่ให้โชคลาภเรื่องเงินทอง
"พวกคุณแน่ใจได้ยังไงครับ ว่าเรื่องร้ายๆ ที่เกิดกับคนในบ้าน เกี่ยวข้องกับพระแม่องค์นี้..." ลู่เฟยอยากจะถามให้ละเอียดขึ้น
"หยุด!"
จู่ๆ พ่อบ้านก็หน้าถอดสี ตะโกนขัดขึ้นมาด้วยความตกใจ เขามองไปที่เทวรูปด้วยความหวาดกลัว แล้วกล่าวเสียงเข้ม "คุณลูกค้าครับ ต่อหน้าพระแม่ โปรดระมัดระวังคำพูด เวลาสักการะ ห้ามแตะต้องผ้าแดงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นถ้าไปลบหลู่ท่านเข้า ผลที่ตามมาพวกคุณต้องรับผิดชอบกันเอง!"
ดูเหมือนเขาจะกลัวว่าจะพูดอะไรผิดไป จึงดูระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
ลู่เฟยใจหายวาบ
หรือว่าเทวรูปนั่นจะได้ยิน?
"ส่วนเรื่องราวภายในบ้านจะเป็นอย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกคุณทั้งสองแล้วล่ะครับ" พ่อบ้านพูดทิ้งท้ายอย่างมีนัย
"เข้าใจแล้วครับ ผมจะระวัง" ลู่เฟยตอบรับอย่างรอบคอบ
"ถ้าอย่างนั้น เชิญครับ"
พ่อบ้านผายมือเชื้อเชิญ แล้วปิดประตูลง
ห้องรับรองขนาดใหญ่พลันมืดสลัวลงทันที
แสงเทียนสองเล่มบนโต๊ะบูชาสั่นไหว เทวรูปใต้ผ้าแดงยิ่งดูอึมครึมลึกลับน่ากลัว
"เชี่ย ปิดประตูทำไมวะ?" หลิวฟู่กุ้ยสะดุ้งโหยง รีบขยับร่างท้วมๆ เข้ามาเบียดลู่เฟย
ประตูหน้าต่างปิดสนิท ผ้าม่านหนาทึบถูกรูดปิด ห้องรับรองนี้ไม่มีลมโกรกแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกเหมือนมีลมเย็นๆ พัดวูบวาบอยู่ด้านหลังตลอดเวลา
ทั้งสองทำใจดีสู้เสือ เดินตรงเข้าไปหาพระแม่
"เถ้าแก่ลู่น้อย ได้ยินว่าปู่คุณมีวิชาดูของผ่านสิ่งกีดขวางได้ คุณก็ต้องทำได้เหมือนกันใช่ไหม?" หลิวฟู่กุ้ยมองลู่เฟยตาละห้อย
"เสียใจด้วยครับ ผมทำไม่ได้"
ลู่เฟยไม่มีกะจิตกะใจจะไปปลอบใจเขา
เขาพบว่ายิ่งเดินเข้าไปใกล้ ก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันที่อธิบายไม่ถูก
ราวกับว่ามีพลังงานที่มองไม่เห็นบางอย่างคอยขัดขวางไม่ให้เขาเข้าไป
ยิ่งเข้าใกล้พระแม่ แรงกดดันนั้นก็ยิ่งชัดเจน จนแม้แต่หลิวฟู่กุ้ยยังรู้สึกได้
"แย่แล้ว หรือว่าพระแม่จะรู้ตัวแล้ว?" หลิวฟู่กุ้ยกระซิบเสียงเบาหวิวราวกับขโมย ท่าทางหวาดระแวงสุดขีด
"อย่าตื่นตูมสิครับ เรายังไม่ได้ทำอะไรลบหลู่ท่านสักหน่อย"
ลู่เฟยพยายามทำใจให้สงบ เดินไปจนถึงหน้าโต๊ะบูชา
ในเวลาแบบนี้ ต่อให้ใจเต้นแรงแค่ไหนก็แสดงออกมาไม่ได้
ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับวัตถุอัปมงคลหรือเทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย ห้ามแสดงความกลัวออกมาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกพวกมันเล่นงานได้ง่ายๆ
ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากใต้ผ้าแดง แม้เทวรูปพระแม่จะสูงแค่ครึ่งคน แต่เมื่อตั้งอยู่บนโต๊ะบูชา กลับแผ่รังสีอำนาจกดข่มลงมาราวกับอยู่เหนือสรรพสิ่ง
ลู่เฟยพยายามจะเงยหน้าขึ้นมอง แต่กลับรู้สึกว่าหัวและไหล่หนักอึ้งเหมือนถูกของหนักทับไว้ จนหลังต้องค้อมลงต่ำโดยไม่รู้ตัว
หลิวฟู่กุ้ยยิ่งอาการหนัก เหงื่อกาฬไหลพรากเต็มหน้าผาก ขาสั่นพั่บๆ แทบจะยืนไม่อยู่
บารมีของพระแม่องค์นี้รุนแรงขนาดนี้ หรือจะเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์จากหนานหยางจริงๆ?
ไม่ใช่!
ลู่เฟยสัมผัสความเย็นที่เกาะกุมร่างกาย
ความเย็นนี้มันหนาวเหน็บเข้ากระดูก นี่มันไอหยินชัดๆ!
ไอหยินข่มไฟธาตุหยาง!
ต่อให้เทพหนานหยางจะแปลกประหลาดแค่ไหน พลังที่แผ่ออกมาก็ไม่ควรจะเป็นไอหยินที่ชั่วร้ายแบบนี้
จะก้มหัวให้สิ่งชั่วร้ายไม่ได้
ไม่อย่างนั้น ไฟธาตุหยางจะอ่อนลง ดวงตก ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องเจอเรื่องซวย
คิดได้ดังนั้น ลู่เฟยก็กัดฟันสู้ ฝืนต้านแรงกดดันอันหนาวเหน็บนั้น แล้วเงยหน้าขึ้นมา
แต่สิ่งที่ตามมาคือแรงกดดันที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม ราวกับน้ำหนักพันชั่งกดทับลงมา
หูของลู่เฟยอื้ออึง หนังศีรษะแทบระเบิด ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยว เทวรูปพระแม่หมุนวนราวกับภาพในกล้องสลับลาย
โลกหมุนคว้าง
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกร้อนวูบที่หน้าอก แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากตัวเขา ผลักดันแรงกดดันมหาศาลนั้นกระเด็นกลับไป
แรงกดดันสลายหายไปในพริบตา
เปลวเทียนวูบไหว ผ้าแดงที่คลุมเทวรูปขยับไหวสองครั้ง เหมือนมีหางสีดำแวบผ่านไปลางๆ
ผ้าแดงทิ้งตัวลงอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นตะปบไว้
หัวใจของลู่เฟยเต้นระรัว
ยันต์กันภัยที่หน้าอกของเขากลายเป็นเถ้าถ่าน
เพราะรู้ว่าวันนี้อาจต้องเจอกับเทพเจ้าแห่งความชั่วร้ายจากหนานหยาง ก่อนออกจากบ้านเขาจึงพกยันต์กันภัยที่คุณปู่ทิ้งไว้ติดตัวมาด้วยเพื่อความไม่ประมาท
ไม่นึกเลยว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้
ไอ้พระแม่โอบทรัพย์นี่ เฮี้ยนชะมัด!
ลู่เฟยยังไม่ทันได้เห็นโฉมหน้าแท้จริง ก็เกือบจะโดนเล่นงานเสียแล้ว
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา หลิวฟู่กุ้ยรู้สึกแค่ว่ามีลมพัดผ่าน แล้วความเย็นยะเยือกที่กดทับร่างกายก็หายไป ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
"เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?"
เขาปาดเหงื่อบนใบหน้า มองลู่เฟยอย่างงุนงง
เห็นเพียงลู่เฟยยืนตัวตรง มองจ้องไปยังเทวรูปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แต่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
"หรือว่าเมื่อกี้ข้าตาฝาดไปเอง?"
หลิวฟู่กุ้ยยิ่งงงหนักเข้าไปอีก
แต่เทวรูปใต้ผ้าแดงนั้นดูเหมือนจะยิ่งอึมครึมกว่าเดิม จนเขาอดขนลุกไม่ได้
"ลู่เฟย เรา... รีบไหว้ๆ แล้วรีบออกไปกันเถอะ"
เขากระซิบเสียงสั่น ยื่นมืออูมๆ ไปหยิบธูปเทียนบนโต๊ะ
"พระเจ้าในบ้านเรายังไหว้ไม่ครบเลย จะไปไหว้พระเมืองนอกทำไม?" ทว่าลู่เฟยกลับยืนนิ่ง ไม่มีความคิดจะไหว้แม้แต่น้อย
มืออูมของหลิวฟู่กุ้ยชะงักกึก ไม่กล้าหยิบธูปแล้ว รีบถามเสียงกระซิบ "นายดูออกแล้วเหรอ?"
"ผมไม่มีตาทิพย์ จะไปดูออกได้ยังไง?" ลู่เฟยยักไหล่
"โธ่เอ๊ย อย่ามาเล่นลิ้นกับลุงน่า รีบอกมาเร็วๆ" หลิวฟู่กุ้ยร้อนรนจนเหงื่อแตกพลั่ก เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าพระแม่องค์นี้มันแปลกๆ กลัวว่าถ้าไหว้ไปแล้วจะซวยเหมือนคนบ้านตระกูลซู
แต่ก็กลัวว่าถ้ามาถึงที่แล้วไม่ไว้ จะเป็นการลบหลู่พระแม่ แล้วจะยิ่งซวยหนักเข้าไปอีก
"สรุปจะไหว้หรือไม่ไหว้ บอกลุงให้ชัดๆ ที"
"เอาเป็นว่าคนของโรงรับจำนำอักษรเสีย ไม่มีธรรมเนียมไหว้เทพเจ้าครับ" ลู่เฟยตอบเสียงเรียบ
"โอเค เข้าใจแล้ว" หลิวฟู่กุ้ยกัดฟันตัดสินใจ ลู่เฟยทำอะไรเขาก็จะทำตามนั้น
ทำธุรกิจในถนนค้าของเก่ามานานปี เขาเข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งดี
เรื่องไหนที่ไม่รู้จริง ให้เชื่อฟังผู้เชี่ยวชาญ อย่าอวดรู้ทำอะไรตามใจชอบเด็ดขาด
"นายดูเสร็จหรือยัง? งั้นเราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า" เขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแม้แต่นาทีเดียว
"ไปกันเถอะ ไม่มีอะไรน่าดูแล้ว" ลู่เฟยพยักหน้า
เขามั่นใจแล้วว่าพระแม่องค์นี้เป็นวัตถุอัปมงคล แต่พ่อบ้านห้ามเปิดผ้าแดง ขืนอยู่นานไปอาจเกิดอันตราย
ทั้งสองรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้อง
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็เปิดออก ด้านนอกมีคนยืนอยู่อีกสองคน
สี่ตาประสานกัน
"พวกแกเป็นใคร ทำไมมาอยู่ในห้องพระบ้านฉัน?" ชายหนุ่มแต่งตัวดีที่ยืนอยู่หน้าประตู ตวาดถามเสียงกร้าว
หลิวฟู่กุ้ยจำหน้าชายหนุ่มคนนี้ได้ รีบปั้นหน้ายิ้มแย้ม เข้าไปประจบเอาใจ "คุณชายซู ผมเองครับ เสี่ยวหลิว ท่านประธานซูให้พวกเรามาครับ"