เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ความลับเมื่อร้อยปีก่อน

บทที่ 15 ความลับเมื่อร้อยปีก่อน

บทที่ 15 ความลับเมื่อร้อยปีก่อน


"แม่ร่วง! ผี... เอ๊ะ? ไม่ใช่นี่หว่า..."

หู่จึตั้งท่าจะกลัว แต่จู่ๆ ก็สังเกตเห็นว่าภาพตรงหน้ามันแปลกๆ

ชายชราถูกมัดมือมัดเท้า ปากถูกอุดด้วยผ้า ส่งเสียงอู้อี้โหวกเหวกโวยวายใส่พวกเขา น้ำตาคลอเบ้าตาอันเหี่ยวย่น

นี่มันคนชัดๆ

"ไอ้บ้าเอ๊ย ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่วะ?"

หู่จึรู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ

ชายชราตรงหน้าคือจ้าวลี่เกิน คนที่ขายเหรียญทองแดงให้เขา คนในหมู่บ้านเพิ่งจัดงานศพให้ สร้างหลุมศพปลอมๆ บังหน้า แต่ตัวเป็นๆ กลับถูกจับมัดไว้ในเรือนคนตาย

"ช่างหัวแกก่อน เอาดินหลุมศพให้ได้แล้วค่อยว่ากัน"

แม้ลู่เฟยจะเต็มไปด้วยคำถาม แต่ก็ข่มความสงสัยไว้ รีบไปกวาดดินจากหลุมศพจนพอใจ แล้วค่อยเดินกลับมาหาชายชรา

"อื้อๆๆ! อื้อๆๆ!"

เฒ่าจ้าวตื่นเต้นสุดขีด บิดร่างผอมแห้งไปมา ส่งเสียงร้องอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ ราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ

"พี่ลู่เฟย ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้เฒ่าสารเลวนี่จงใจหลอกข้าหรือเปล่า!" หู่จึกัดฟันกรอด

"เบาเสียงหน่อย" ลู่เฟยเหลือบมองไปข้างนอก

หู่จึดึงผ้าอุดปากเฒ่าจ้าวออก บีบคอที่มีปานดำของแกไว้แน่น ขู่เสียงเหี้ยม "กล้าเอาเงินปิดปากศพมาขายข้า แกอยากตายนักใช่ไหม?"

เฒ่าจ้าวไอโขลกๆ ก่อนจะส่งเสียงแหบพร่าวิงวอน "ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้จริงๆ ข้าแค่อยากได้เงิน เห็นมันน่าจะมีราคา เลยคิดจะขายหาทุนหนีออกไป"

"หนีออกไป หมายความว่าไง? แกเป็นคนหมู่บ้านนี้นี่หว่า?"

"ขอร้องล่ะ ปล่อยข้าไปเถอะ ถ้าข้ารอดไปได้จะกราบขอบคุณงามๆ เลย เวลาไม่ทันแล้ว! เลยเที่ยงคืนเมื่อไหร่ วันบูชายัญบรรพบุรุษจะมาถึง"

"วันบูชายัญ วันอะไรวะ?"

หู่จึไม่เชื่อคำพูดของแกเลยสักนิด

"ขอร้องล่ะ! ไม่งั้นพอถึงเวลาบูชายัญ พวกเอ็งก็ต้องตายด้วย!" เฒ่าจ้าวร้อนรนจนเหงื่อท่วม ดูท่าทางไม่ได้โกหก

ลู่เฟยดูนาฬิกา แล้วพูดอย่างใจเย็น "ถ้าไม่เล่าความจริงมาให้หมด เราไม่ปล่อยแกแน่ คนที่ถูกมัดคือแก ไม่ใช่พวกเรา ยังเหลือเวลาอีกสองชั่วโมง ถมเถให้พวกเราหนีลงเขา"

"นี่... นี่เป็นความลับของหมู่บ้านเรา!"

เฒ่าจ้าวหายใจหอบถี่ เหมือนกำลังชั่งใจอย่างหนัก สุดท้ายก็ตัดสินใจกัดฟันพูด "หมู่บ้านเรามีประเพณี... ทุกปีในวันครบรอบวันตายของบรรพบุรุษ ต้องเซ่นสังเวยด้วยคนหนึ่งคน ไม่งั้น... คนทั้งหมู่บ้านจะต้องตาย"

"เหลวไหล! บรรพบุรุษบ้าบออะไร ไม่คุ้มครองลูกหลาน แล้วยังจะให้ตายอีก?" หู่จึแค่นเสียงเย็น

เฒ่าจ้าวรีบแย้ง "ข้าไม่ได้เหลวไหล เพราะบรรพบุรุษท่าน... ตายตาไม่หลับ! ก่อนตายท่านสาปแช่งไว้ ให้ลูกหลานทุกคนต้องเป็นโรคประหลาด"

ลู่เฟยสั่ง "เล่าให้ละเอียดหน่อย"

เขาเองก็อยากรู้ที่มาที่ไปของเหรียญเปรตนี้เหมือนกัน

เฒ่าจ้าวถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเริ่มเล่าด้วยเสียงแหบแห้ง

"คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านเล่าว่า ร้อยกว่าปีก่อน แถบนี้เกิดภัยแล้งหนัก ของกินในรัศมีหลายสิบลี้หมดเกลี้ยง มีคนอดตายทุกวัน ต่อมามีซินแสผ่านมาที่หมู่บ้าน บอกว่าหมู่บ้านเราไปลบหลู่เจ้าป่าเจ้าเขา เลยโดนลงโทษ"

"ขอแค่ยอมสละคนสักคน เพื่อขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา ก็จะผ่านพ้นภัยแล้งไปได้"

"พวกบรรพบุรุษปรึกษากันแล้ว ก็คัดเลือกคนออกมาคนหนึ่ง สร้างหลุมศพให้ แล้วฝังลงไป..."

เล่าถึงตรงนี้ เสียงของเฒ่าจ้าวก็แผ่วลง สายตาเหลือบมองไปที่หลุมศพโบราณโดยไม่รู้ตัว

"ฝังทั้งเป็น?" ลู่เฟยขมวดคิ้ว

เฒ่าจ้าวเงียบกริบ เท่ากับยอมรับกลายๆ

"มิน่าแรงอาฆาตถึงมหาศาลขนาดนี้ ถูกญาติพี่น้องจับฝังทั้งเป็นในหลุมศพ ปล่อยให้อดตาย เรื่องชั่วช้าสามานย์ขนาดนี้ พวกแกก็เชื่อลงงั้นเรอะ?"

"ไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นพวกบรรพบุรุษต่างหาก" เฒ่าจ้าวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "คนทำคือคนรุ่นก่อน แต่ผลกรรมมาตกที่ลูกหลานอย่างพวกข้า พอเริ่มมีปานดำขึ้นตามตัว ก็จะคุมตัวเองไม่ได้ อยากกินแต่เนื้อ กินแล้วก็อ้วก ทรมานยิ่งกว่าตาย"

"ยิ่งพอถึงวันครบรอบวันตาย จะกินอะไรไม่ลงเลย แถมยังคลุ้มคลั่งไล่กัดคนไปทั่วเหมือนหมาบ้า... ยังไงก็ต้องมีคนตายทุกปี ต่อมาพวกเขาพบว่า ขอแค่วันครบรอบวันตาย เลือกคนมาหนึ่งคนเพื่อสังเวยขอขมาบรรพบุรุษ คนอื่นก็จะไม่อาการกำเริบ"

เฒ่าจ้าวเล่าจบ บรรยากาศในเรือนคนตายเงียบสงัดจนน่าขนลุก แกเงยหน้ามองชายหนุ่มทั้งสอง เห็นสีหน้าพวกเขาดูย่ำแย่สุดขีด ก็ตัวสั่นงันงก

พูดเสียงอ่อย "เรื่องพวกนี้ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนกำหนด ข้าก็ทำอะไรไม่ได้..."

ลู่เฟยรู้สึกสะอิดสะเอียนในใจ

โบราณว่าผีน่ากลัว แต่ใจคนอำมหิตยิ่งกว่าผี

แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า จิตใจมนุษย์จะโง่เขลาและโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้!

เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถึงกับเชื่อวิชามารบูชายัญมนุษย์

อาการของพวกมันก็คือ 'อาถรรพ์เปรต' ชัดๆ มิน่าล่ะต้นไม้ฮวงจุ้ยใหญ่โตขนาดนั้นถึงได้ยืนต้นตาย ไม่รู้จะสมเพชหรือสมน้ำหน้าพวกมันดี!

เขาสงบสติอารมณ์แล้วถามต่อ "แล้วเรื่องเหรียญทองแดงล่ะ เป็นมายังไง?"

"ซินแสคนนั้นบอกว่า ขอแค่เอาเหรียญทองแดงใส่ปากบรรพบุรุษ ก็จะสะกดความแค้นได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผล ทุกคนยังป่วยเหมือนเดิม ยังอดตายเหมือนเดิม เว้นแต่จะสังเวยคนให้บรรพบุรุษได้ระบายแค้น"

"ปีนี้ถึงคิวข้า ข้าไม่อยากตาย เลยคิดว่าเหรียญทองแดงนั่นเป็นของเก่า ขโมยไปขายหาเงินหนีไปให้ไกลที่สุด ใครจะไปรู้ว่าสุดท้ายก็โดนพวกมันจับกลับมาได้"

เฒ่าจ้าววิงวอนอย่างน่าเวทนา ไม่ว่าหนุ่มสองคนนี้จะตามมาเจอที่นี่ได้ยังไง แกขอแค่ยึดฟางเส้นสุดท้ายนี้ไว้ให้มั่น

"ข้าไม่รู้ว่าเหรียญทองแดงจะส่งผลกระทบกับคนอื่น! ขอแค่พวกเอ็งปล่อยข้าไป จะตบจะตีข้ายอมหมด"

"เลิกตอแหลได้แล้ว! ไอ้ของพรรค์นี้ทำคนตายทั้งหมู่บ้าน แกกล้าพูดว่าไม่รู้?" ลู่เฟยแค่นยิ้มเย็น "แกคงไม่ได้คิดว่า ขายเหรียญทองแดงให้คนอื่นรับเคราะห์แทน แล้วแกจะรอดตัวไปหรอกนะ?"

"ไม่... ข้าไม่ได้คิด..." เฒ่าจ้าวก้มหน้าหลบสายตา พิรุธออกชัดเจน

"ไอ้แก่สารเลว! มึงยังเป็นคนอยู่ไหม? มึงตั้งใจจะฆ่ากู..." เลือดขึ้นหน้าหู่จึ กระชากคอเสื้อเฒ่าจ้าวขึ้นมา

ง้างหมัดเตรียมซัดเข้าให้ แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังตึงตังมาจากข้างนอก

"แย่แล้ว พวกมันมากันแล้ว!"

เฒ่าจ้าวหน้าถอดสี

"รีบปล่อยข้า ข้ารู้จักทางลัด เดี๋ยวข้าพาลงเขา ไม่งั้นพวกเอ็งโดนจับไปด้วยแน่ ความลับของหมู่บ้าน ห้ามคนนอกล่วงรู้เด็ดขาด"

"กูต้องกลัวพวกไม้ใกล้ฝั่งอย่างพวกมึงเหรอ?" หู่จึไม่ยอมปล่อยมือ

ลู่เฟยกลับมีสีหน้าเคร่งเครียด "หู่จึ อย่าเพิ่งวู่วาม! ผีเปรตตั้งโขยงขนาดนั้น ถ้ามันคลั่งขึ้นมา สองคนเรารับมือไม่ไหวหรอก"

ถึงหู่จึจะแค้นจนแทบกระอักเลือด ยอมแลกชีวิตก็ไม่ยอมปล่อยไอ้แก่สารเลวนี่ไป แต่เขาไม่อยากให้ลู่เฟยพลอยเดือดร้อนไปด้วย จึงเหวี่ยงเฒ่าจ้าวลงกับพื้นอย่างแรง

ลู่เฟยแก้เชือกที่ขาให้เฒ่าจ้าว แต่ยังมัดมือไว้เหมือนเดิม แค่พอให้เดินได้ก็พอ

เสียงปลดล็อกประตูดังแกร๊ก แสงไฟฉายหลายดวงสาดส่องเข้ามาในตัวอาคาร

จบบทที่ บทที่ 15 ความลับเมื่อร้อยปีก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว