เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 หมู่บ้านกินเนื้อ

บทที่ 12 หมู่บ้านกินเนื้อ

บทที่ 12 หมู่บ้านกินเนื้อ


พูอหู่จึเห็นว่าอีกฝ่ายรู้จักคนที่ตามหา เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที กัดฟันกรอดด้วยความแค้น "ผมมาตามหาไอ้ตาแก่เวร..."

ลู่เฟยรีบพูดแทรกขึ้นทันควัน "เรามาตามหาคุณลุงท่านนั้นเพื่อจะซื้อของเก่าน่ะครับ คราวก่อนแกเอาของมาให้เพื่อนผมดูชิ้นนึง แต่ตอนนั้นเรารีบไปธุระเลยไม่ได้ดูให้ละเอียด ตอนนี้เลยกลับมาถามดูอีกที"

ถ้าตาแก่คนนั้นเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน แล้วชายวัยกลางคนรู้ว่าหู่จึมาตามคิดบัญชี เกรงว่าจะช่วยปกปิดให้คนกันเอง

พูดจบ ลู่เฟยก็แอบศอกใส่หู่จึไปทีหนึ่ง

หู่จึได้สติ รีบพยักหน้ารัวๆ "ใช่ๆ เรามาหาแกเพื่อซื้อของเก่า"

"ซื้อของเก่า? เมื่อไหร่กัน?" สีหน้าของชายวัยกลางคนกลับดูแปลกประหลาดหนักกว่าเดิม

"ไม่กี่วันก่อน วันที่เถ้าแก่ผมมาบ้านน้านั่นแหละ ตอนผมรออยู่ข้างนอก แกเอาของเก่ามาถามขายให้ผม"

"เอ็งดูไม่ผิดแน่นะ ว่าเป็นตาแก่ที่มีปานดำตามตัว?"

"ต่อให้กลายเป็นเถ้าธุลีผมก็จำได้ ไม่มีทางดูผิดแน่นอน!"

เห็นหู่จึยืนยันหนักแน่น ชายวัยกลางคนก็เบิกตากว้าง ทำสีหน้าตกตะลึงสุดขีด "นี่มันเรื่องเหลือเชื่อชัดๆ! คนหมู่บ้านหวงเจี่ยวอมพระมาพูดหรือไง ถึงยอมเอาของรักของหวงออกมาขายได้"

หู่จึถามอย่างกระตือรือร้น "น้ารู้จักแกเหรอครับ?"

"ไม่รู้จักหรอก คนหมู่บ้านนั้นไม่ชอบสุงสิงกับคนนอก แต่หมู่บ้านเขามีโรคทางพันธุกรรมอย่างหนึ่ง พอแก่ตัวลงก็จะมีปานดำขึ้นตามตัว ถ้าเอ็งดูไม่ผิด ก็ต้องเป็นคนหมู่บ้านหวงเจี่ยวนั่นแหละ"

"หมู่บ้านหวงเจี่ยวอยู่ที่ไหนครับ?"

"ก็บนเขาด้านหลังนี่แหละ! นึกไม่ถึงจริงๆ แต่ก่อนมีคนไปขอซื้อของเก่าที่หมู่บ้านนั้นตั้งเยอะแยะ พวกมันไม่เคยสนใจ เดี๋ยวนี้กลับเอาสมบัติออกมาเร่ขายเองซะงั้น"

ลู่เฟยถามด้วยความสงสัย "หมู่บ้านเขามีสมบัติอะไรเหรอครับ มีชื่อเสียงมากเหรอ?"

"ได้ยินว่ามีสุสานโบราณอยู่ ข้างในมีสมบัติฝังอยู่เพียบ" ชายวัยกลางคนมองพวกเขาแวบหนึ่ง "นี่พวกเอ็งไม่รู้เรื่องเลยรึ?"

"แกไม่ได้บอกอะไรเรามาก แค่เอาของมาให้ดูเฉยๆ"

"งั้นพวกเอ็งต้องระวังตัวให้ดีนะ!" ชายวัยกลางคนลดเสียงลง ทำท่าทางลึกลับ "สุสานนั่นเฮี้ยนจะตายไป เมื่อก่อนมีพวกโจรขุดสุสานเคยลองของ ทายซิว่าเป็นไง? ไปกันตั้งหลายกลุ่ม ไม่มีใครได้กลับมาสักคน!"

"ดุขนาดนั้นเลย?"

ลู่เฟยกับหู่จึมองหน้ากัน ต่างก็มั่นใจว่าสุสานโบราณนั่นต้องเป็นหลุมศพของเปรตตนนั้นแน่ๆ

"ของในสุสานน่ะดีจริง แต่ไอหยินมันแรงเกินไป คนธรรมดารับไม่ไหวหรอก ถ้าพวกเอ็งอยากได้ของเก่าจริงๆ น้ายังมีของตกทอดจากบรรพบุรุษอยู่..."

"ขอบคุณครับน้า แต่พวกเราขอไปดูที่หมู่บ้านหวงเจี่ยวก่อนดีกว่า"

หู่จึยัดบุหรี่ทั้งซองใส่มือชายวัยกลางคน

ชายวัยกลางคนก็ไม่เกรงใจ รับบุหรี่ใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเตือนด้วยความหวังดี "ถ้าจะเข้าหมู่บ้านจริงๆ อย่าไปมือเปล่า คนหมู่บ้านนั้นนิสัยประหลาด เมื่อก่อนมีคนไปรับซื้อของเก่าแล้วโดนไล่ตะเพิดออกมาตั้งหลายราย"

หู่จึถลกแขนเสื้อ "ใครสนพวกมัน..."

ลู่เฟยกดมือเขาไว้ แล้วถามชายวัยกลางคน "แล้วเราควรทำยังไงครับ?"

"คนหมู่บ้านนั้นชอบกินเนื้อที่สุด กินเนื้อได้สามมื้อต่อวัน พวกเราเลยเรียกกันว่า 'หมู่บ้านกินเนื้อ' แถวนี้เมื่อร้อยปีก่อนเคยเกิดภัยแล้ง บ้านอื่นไม่มีข้าวกิน แต่หมู่บ้านนั้นกลับมีเนื้อกินกัน พวกเอ็งซื้อเนื้อสัตว์ติดไม้ติดมือไปหน่อย จะได้คุยกันง่ายขึ้น"

"กินเนื้อ?"

หู่จึทำหน้างง

"เอาอย่างนี้แล้วกัน น้าเห็นพวกเอ็งอุตส่าห์ดั้นด้นมา ที่บ้านน้าเลี้ยงไก่บ้านไว้ เอ็งเอาไปสักสองตัว น้าไม่เอากำไร คิดแค่สองร้อยพอ"

"สองร้อย?"

"ของมีค่าในสุสานนั่นมีตั้งเยอะแยะ ถ้าพวกเอ็งได้มาสักชิ้นสองชิ้น รับรองรวยเละ ไก่สองตัวจะไปนับเป็นเงินอะไร?"

ยังไม่ทันที่หู่จึจะตอบ ลู่เฟยก็พยักหน้าตกลงก่อนแล้ว

"ก็ได้ครับ น้าช่วยจับไก่ตัวผู้หงอนแดงๆ ให้เราสองตัว"

"ได้เลย!" ชายวัยกลางคนรีบไปจับไก่ตัวผู้หงอนแดงมาสองตัว ใส่กระสอบปุ๋ย แล้วยัดใส่มือหู่จึ

หู่จึจ่ายเงินไปอย่างงงๆ จนเดินพ้นหมู่บ้านออกมาถึงได้สติ

"พี่ลู่เฟย ข้าโดนต้มอีกแล้วใช่ไหม? ไอ้หมู่บ้านกินเนื้ออะไรนั่น น้าแกคงแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อขายไก่ให้ข้าแหงๆ"

ลู่เฟยยิ้ม "ก็ไม่แน่หรอก เรากำลังจะไปสุสานโบราณ ไก่ตัวผู้อาจจะได้ใช้ประโยชน์ก็ได้"

ภูเขาด้านหลังไม่มีถนนตัดผ่าน รถขึ้นไปไม่ได้ ทั้งสองต้องเดินเท้าขึ้นเขา

หู่จึร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เดินจนหอบแฮก

ส่วนลู่เฟยยังดูสบายๆ

เดินลัดเลาะไปตามทางเขาที่คดเคี้ยว เมื่อถึงกลางเขา พวกเขาก็เห็นต้นไทรเหลืองขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง

ลำต้นหนาจนน่าตกใจ ต้องใช้ผู้ใหญ่สองคนโอบถึงจะรอบ น่าจะมีอายุเป็นร้อยปีแล้ว

แต่ทว่าต้นไม้ยักษ์ต้นนี้กลับยืนต้นตาย เหลือเพียงกิ่งก้านแห้งโกร๋นที่บิดเบี้ยวชี้ขึ้นฟ้า ดูน่าเวทนาและหดหู่

ด้านหลังต้นไทรเหลือง มีบ้านเรือนเก่าๆ ตั้งเรียงรายอยู่

"น่าจะที่นี่แหละ"

ลู่เฟยหรี่ตามองต้นไม้โบราณที่ยืนต้นตาย

"ต้นไม้แบบนี้มักจะเป็นต้นไม้ประจำหมู่บ้านหรือต้นไม้ฮวงจุ้ย ลำต้นใหญ่โตขนาดนี้ แสดงว่าแต่เดิมหมู่บ้านนี้น่าจะอุดมสมบูรณ์ เจริญรุ่งเรืองมาก น่าเสียดายที่ต้นไม้ตายแล้ว ฮวงจุ้ยของหมู่บ้านก็คงพังทลายไปด้วย"

หู่จึมองด้วยความเลื่อมใส "พี่ลู่เฟย พี่ดูฮวงจุ้ยเป็นด้วยเหรอ?"

"แค่รู้แบบงูๆ ปลาๆ น่ะ" ลู่เฟยยิ้ม

ตอนเด็กๆ เขาได้ยินปู่เล่าเรื่องฮวงจุ้ย ดวงชะตา และข้อห้ามทางไสยศาสตร์ให้ฟังบ่อยๆ ปู่บอกว่าคนทำธุรกิจเกี่ยวกับวัตถุอัปมงคลต้องรู้ให้รอบด้าน จะได้ไม่พลาดท่าเสียทีง่ายๆ

เขาซึมซับความรู้มาไม่น้อย แต่ปู่มักจะบอกให้เขาตั้งใจเรียน เลยไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้วิชาความรู้พวกนี้เท่าไหร่

"ต้นไม้ฮวงจุ้ยที่โตขนาดนี้ไม่ใช่จะตายกันง่ายๆ ลำต้นดำคล้ำดูอึมครึม เหมือนโดนอะไรกระแทกกระทั้นอย่างแรง หรือว่าหมู่บ้านนี้เคยเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมาก่อน?"

จากนั้น ลู่เฟยก็กวาดสายตาไปที่หมู่บ้าน

บ้านเรือนเก่าๆ เตี้ยๆ ตั้งเบียดเสียดกันอยู่ท่ามกลางป่าเขาที่โอบล้อม

กำแพงดิน หลังคากระเบื้องสีเทา ผนังกำแพงแตกระแหงเหมือนรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าคนแก่ วัชพืชแทรกตัวขึ้นตามซอกมุม ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านปกคลุมตัวบ้าน ดูทรุดโทรมและวังเวง

มองดูแล้วก็เหมือนหมู่บ้านชนบทธรรมดาทั่วไป แต่กลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ บอกไม่ถูกว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

"ช่างหัวหมู่บ้านมันสิ ข้าจะไปคิดบัญชีกับไอ้ตาแก่นั่นเดี๋ยวนี้แหละ!"

หู่จึปาดเหงื่อ เดินดุ่มๆ เข้าไปในหมู่บ้าน

"เดี๋ยว! นายไปหาแกตอนนี้ แกต้องไม่ยอมรับแน่ จุดประสงค์ของเราคือมาเอาดินหลุมศพ แก้ 'อาถรรพ์เปรต' ในตัวนายก่อน" ลู่เฟยเรียกเขาไว้

หู่จึคิดตาม แล้วก็จำต้องชะงักเท้า

"จริงด้วย! ไว้ข้ารอดตายเมื่อไหร่ ค่อยกลับมาจัดการมันให้น่วม!"

พูดจบเขาก็มองไปรอบๆ

"เขาลูกนี้เบ้อเริ่มเทิ่ม ไม่รู้ว่าสุสานโบราณอยู่ตรงไหน พี่ลู่เฟย ข้าจำได้ว่าเมื่อวานพี่บอกว่าถ้าถึงที่แล้วพี่มีวิธี?"

"ใช่" ลู่เฟยพยักหน้า

"วิธีอะไร?"

"ง่ายมาก ให้มันนำทางไปเอง"

ลู่เฟยให้หู่จึถือไก่ไว้ ส่วนตัวเองหยิบเหรียญเปรตออกมา ผูกด้ายแดงไว้กับเหรียญ แล้วโยนลงบนพื้น

ลมพัดวูบหนึ่ง เศษใบไม้และวัชพืชไหวเอนเบาๆ

ทันใดนั้น เหรียญทองแดงก็ขยับ แล้วตั้งขึ้นเองได้ราวกับมีชีวิต!

จบบทที่ บทที่ 12 หมู่บ้านกินเนื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว