เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ของฝังร่วมกับศพ

บทที่ 8 ของฝังร่วมกับศพ

บทที่ 8 ของฝังร่วมกับศพ


เน็ตไอดอลสาวรายนี้ไลฟ์สดมาสองสามปีแล้ว แต่ยอดผู้ติดตามก็ยังทรงตัว ไม่ดังเปรี้ยงปร้างเสียที จนเธอแทบจะบ้าตายเพราะอยากดัง

ขอแค่ทำให้ดังได้ ต่อให้ต้องใส่อะไรเธอก็กล้าทั้งนั้น

อย่าว่าแต่สร้อยที่ทำจากกระดูกคนเลย แม้แต่เครื่องรางสายพรายที่เลี้ยงผีเด็กเธอก็เคยลองมาแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นเธอโชคร้ายไปเจอพวกสิบแปดมงกุฎ เครื่องรางนั้นเป็นของปลอม ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด

"คุณปิงปิง คิดให้ดีนะครับ การสวมสร้อยเส้นนี้ก็เท่ากับว่าคุณใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การจับตามองของสาธารณชน ทุกคำพูดและการกระทำจะได้รับความสนใจ หากคุณมีเรื่องฉาวโฉ่ในอดีต มีโอกาสสูงมากที่จะถูกขุดคุ้ยออกมา"

ลู่เฟยอธิบายผลข้างเคียงให้อีกฝ่ายฟังอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

โรงรับจำนำอักษรเสียไม่ใช่ร้านที่ค้าขายแบบมืดดำ การซื้อขายทุกอย่างต้องโปร่งใสและชัดเจน

วัตถุอัปมงคลทำร้ายคนได้ ก็ช่วยเหลือคนได้เช่นกัน แต่หากอยากได้มาครอบครอง ก็ต้องยอมแลกเปลี่ยน

ปิงปิงลังเลอยู่พักใหญ่ เพื่อที่จะเป็นเน็ตไอดอล เธอก็เคยทำเรื่องไม่ดีไม่งามมาบ้างเหมือนกัน

แต่ความอยากดังมันมีมากกว่า ต่อให้ดังในทางลบก็ยังถือว่าดัง สุดท้ายเธอก็กัดฟันควักเงินเก็บทั้งหมดที่มี บวกกับไปกู้เงินออนไลน์มาอีกก้อน จนรวบรวมได้ครบห้าแสนหยวน มอบให้ลู่เฟยเพื่อซื้อสร้อยคอกระดูกมนุษย์เส้นนั้นไป

สร้อยคอที่มีผลข้างเคียงชัดเจนขนาดนี้ กลับขายได้ถึงห้าแสน

รับมาในราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ปล่อยออกไปในราคาสูงลิบ

นี่แหละคือวิถีการค้าของโรงรับจำนำอักษรเสีย

ปู่เคยบอกไว้ว่า หากทำกิจการโรงรับจำนำอักษรเสียให้ดี เรื่องชื่อเสียงเงินทองและยศถาบรรดาศักดิ์นั้นไม่ไกลเกินเอื้อมเลย

ลู่เฟยแบ่งเงินห้าหมื่นให้หลิวฟู่กุ้ยอย่างใจป้ำ

ไหว้วานคนให้ช่วยงาน ค่าตอบแทนก็ต้องถึง

"เถ้าแก่ลู่น้อย วันหน้าถ้าโรงรับจำนำมีของดีจะปล่อยอีก บอกลุงหลิวคนแรกเลยนะ ลุงจะช่วยโฆษณาให้อย่างเต็มที่"

"ลำบากลุงฟู่กุ้ยแล้วครับ"

"เกรงใจกันไปได้ ได้ร่วมงานกับโรงรับจำนำอักษรเสียถือเป็นเกียรติของลุง"

การได้ผูกสัมพันธ์กับโรงรับจำนำอักษรเสีย ทำให้หลิวฟู่กุ้ยอิ่มอกอิ่มใจ ทำงานให้อย่างขยันขันแข็งเป็นพิเศษ

แต่ลู่เฟยไม่คาดคิดว่าผลตอบรับจะรวดเร็วปานนี้

หลังจากขายสร้อยคอกระดูกมนุษย์ออกไปได้เพียงวันเดียว ก็มีลูกค้าใหม่มาเคาะประตู

"ลู่เฟย ช่วยข้าด้วย!"

ผู้มาเยือนเป็นชายรูปร่างสูงผอมราวกับไม้เสียบผี วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในโรงรับจำนำ เหงื่อท่วมตัว ท่าทางร้อนรนอย่างยิ่ง

"นายคือ..."

ลู่เฟยจำไม่ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

"ข้าหู่จึไง"

"หา? หู่จึ ทำไมนายผอมโซขนาดนี้?" ลู่เฟยตกใจจนสะดุ้ง

หู่จึเป็นลูกจ้างร้านขายของเก่าในถนนเส้นนี้

หมอนี่ปกติรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน สูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร กล้ามแขนแข็งแรงปานก้อนหิน

แต่ตอนนี้กลับผอมแห้งจนดูไม่ได้ แก้มสองข้างตอบลึกราวกับคนอดข้าวมาหลายเดือน

"ได้ยินคนในถนนคุยกันว่า ที่นี่รับซื้อวัตถุอัปมงคลใช่ไหม?" หู่จึล้วงเหรียญทองแดงออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนลงบนตู้กระจกราวกับโยนงูพิษทิ้ง

"รีบดูให้ที ว่าไอ้นี่มันใช่ของอัปมงคลหรือเปล่า!"

"รอเดี๋ยว"

ลู่เฟยสวมถุงมือ หยิบเหรียญทองแดงนั้นขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด

เหรียญทองแดงรูปร่างกลมมีรูสี่เหลี่ยมตรงกลาง ดูเก่าแก่มาก เมื่อดูจากเนื้อโลหะและสภาพผิวแล้ว เป็นเหรียญโบราณของจริงแท้แน่นอน บนผิวเหรียญมีไอสีดำจางๆ ลอยวนเวียนอยู่

ไอสีดำนี้ต่างจากไอของสร้อยคอกระดูกมนุษย์ ของสร้อยนั่นเป็น 'ไออาถรรพ์' ส่วนบนเหรียญนี้คือ 'ไอความตาย'

"เหรียญโบราณเหรียญนี้ น่าจะเป็นของที่ฝังร่วมกับศพ นายไปได้มาจากไหน?"

"นายมีฝีมือจริงๆ ด้วย แวบเดียวก็ดูออกว่าเป็นของฝังร่วมกับศพ!" หู่จึรีบยกนิ้วโป้งให้ "งั้นมันเป็นวัตถุอัปมงคลไหม?"

"จะเป็นวัตถุอัปมงคลหรือไม่ นายต้องเล่ารายละเอียดให้ฟังก่อนถึงจะตัดสินได้" ลู่เฟยเห็นริมฝีปากของหู่จึแห้งผากจนลอก จึงเดินไปรินน้ำมาให้แก้วหนึ่ง

แต่หู่จึกลับโบกมือปฏิเสธพัลวันราวกับเห็นสิ่งที่น่ากลัว "กินไม่ได้! กินไม่ได้! ตอนนี้ข้ากินอะไรก็อ้วกหมด แม้แต่น้ำก็กินไม่ได้ อ้วกจนไส้จะไหลออกมาแล้ว"

"กินอะไรไม่ได้เลยเหรอ?"

ลู่เฟยสังเกตสีหน้าของเขา

หว่างคิ้วดำคล้ำ ใต้ตาทั้งสองข้างเขียวช้ำ นี่เป็นอาการของคนโดนของชัดๆ

แต่ที่น่าแปลกคือ ร่างกายเขาผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก แต่หน้าท้องกลับบวมเป่งราวกับคนลงพุงเพราะดื่มเบียร์

ช่างเป็นความย้อนแย้งที่ดูสยดสยองพิลึก

ลู่เฟยเริ่มสงสัย จึงเร่งรัดถาม "งั้นนายก็รีบบอกมาสิว่าเหรียญนี้ได้มายังไง? พูดให้ชัดเจน ฉันถึงจะช่วยนายได้"

หู่จึรีบเล่าที่มาที่ไปของเหรียญโบราณ

เหรียญนี้เขาได้มาระหว่างติดตามเถ้าแก่ไปรับซื้อของเก่า แล้วบังเอิญรับซื้อมาเอง

วันนั้น เถ้าแก่กำลังต่อรองราคากับลูกค้าอยู่ในบ้าน เขาจึงยืนรออยู่ข้างนอก

มีชายชราท่าทางเหมือนชาวนาเดินเข้ามาหา ถามอย่างลับๆ ล่อๆ ว่ารับซื้อเหรียญเก่าไหม ขายให้แค่ห้าร้อยหยวน

หู่จิติดตามเถ้าแก่ตะลอนไปทั่วมาสองปี พอจะมีความรู้อยู่บ้าง เขาดูออกว่านี่เป็นเหรียญแท้ ราคาในตลาดน่าจะอยู่ที่หลักพันถึงหนึ่งหมื่นหยวน

เขาคิดในใจว่า ถ้าเอาเหรียญนี้ไปปล่อยต่อ ก็ฟันกำไรได้หลายพัน เท่ากับเงินเดือนทั้งเดือนของเขาเลยทีเดียว

ดังนั้น เขาจึงไม่ได้บอกเถ้าแก่ แอบควักเงินซื้อเหรียญนี้เก็บไว้เอง กะว่ากลับมาถึงแล้วค่อยหาโอกาสนำไปขาย

ใครจะไปคิดว่า คืนนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มเกิดความผิดปกติ

ตกดึก ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เขาเริ่มรู้สึกคันยุบยิบที่ปาก อยากกินของกินมากๆ ปกติเขากินบะหมี่อย่างมากก็สองชาม แต่วันนั้นฟาดไปห้าชามเต็มๆ ก็ยังไม่รู้สึกอิ่ม

เขากลัวท้องจะแตกตายเสียก่อน เลยฝืนใจหยุดกินแล้วเข้านอน

แต่พอหัวถึงหมอน ในท้องก็ปวดบิดอย่างรุนแรง เหมือนมีมีดเข้าไปกวนในลำไส้ ตามมาด้วยอาการคลื่นไส้อย่างหนัก จนอาเจียนบะหมี่ที่กินเข้าไปออกมาจนหมด

พออาเจียนเสร็จ ก็กลับมารู้สึกหิวโหยอย่างบ้าคลั่ง อยากกินของกินอีก ทรมานจนไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืน

เขาคิดว่าเป็นโรคกระเพาะลำไส้อักเสบ เลยไปซื้อยามากิน แต่พอกินยาเข้าไป กลับยิ่งอาเจียนหนักกว่าเดิม

เขาทนไม่ไหวจึงไปโรงพยาบาล แต่หมอกลับตรวจไม่พบความผิดปกติอะไรเลย จ่ายมาแค่ยาบำรุงกระเพาะ

ยาหมอก็ไม่ได้ผล กินเข้าไปก็อาเจียนออกมาเหมือนเดิม

เพียงเวลาไม่กี่วัน เขาผอมลงจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

ถึงตอนนี้ ต่อให้โง่แค่ไหนก็รู้แล้วว่าไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บปกติ แต่ไปเจอดีเข้าให้แล้ว

หู่จึนอนคิดนั่งคิด เขาเพิ่งรับเหรียญโบราณนี้มาหมาดๆ ปัญหาน่าจะมาจากไอ้สิ่งนี้แน่

แต่เขาไม่รู้จักอาจารย์ปราบผีที่ไหน พอดีได้ยินมาว่าโรงรับจำนำอักษรเสียรับซื้อวัตถุอัปมงคล ก็เลยลองมาเสี่ยงดวงดู

"ลู่เฟย นายไม่รู้หรอก พอกินก็อ้วก ไม่กินก็หิว หิวจนใจจะขาด หิวจนแสบท้อง คันไม้คันมือ อยากจะฉีกเนื้อคนมากินให้รู้แล้วรู้รอด!"

หู่จึขบฟันดังกรอดๆ สายตาจ้องมองลำคอของลู่เฟยอย่างประหลาด ราวกับจะพุ่งเข้ามากัดกินคนจริงๆ

ลู่เฟยรีบขยับถอยหลังเว้นระยะห่าง ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในปากของหู่จึ

"เดี๋ยวสิ หู่จึ ในปากนายมีอะไร?"

"หา? ข้าไม่ได้กินอะไรเลยนะ" หู่จึทำหน้างง

"อ้าปากซิ ให้ฉันดูหน่อย"

หู่จึอ้าปากกว้าง

ลู่เฟยเปิดไฟฉายมือถือส่องเข้าไป เมื่อเห็นสภาพภายในช่องปากของหู่จึชัดๆ มือของเขาก็สั่นกระตุกจนเกือบทำมือถือร่วง

"เป็นไง? ลู่เฟย ในปากข้าเป็นอะไร?"

หู่จึเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย หัวใจก็เต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว

ลู่เฟยพยายามระงับสติอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยปาก

"ฟัน"

เขาคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนขวัญอ่อน ผ่านเรื่องโซ่ดูดวิญญาณมาแล้วก็นับว่ามีประสบการณ์พอตัว แต่ภาพในปากของหู่จึมันเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ

"อย่าขู่กันสิ ฟันมันทำไม?" หู่จึแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

จบบทที่ บทที่ 8 ของฝังร่วมกับศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว