- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 4 สร้อยคอกระดูกมนุษย์
บทที่ 4 สร้อยคอกระดูกมนุษย์
บทที่ 4 สร้อยคอกระดูกมนุษย์
"นี่คือวัตถุอัปมงคล โรงรับจำนำอักษรเสียย่อมรับได้แน่นอนครับ"
ลู่เฟยวางสร้อยคอกลับคืนบนโต๊ะเครื่องแป้ง ถือเจ้านี่ไว้นานๆ แล้วรู้สึกไม่สบายตัวพิกล
"เพียงแต่ว่า การนำสร้อยคอกลับไปดื้อๆ ไม่อาจแก้ปัญหาได้ ต้องรู้ให้แน่ชัดเสียก่อนว่าสร้อยคอเส้นนี้คืออะไรกันแน่ ถึงจะแก้ปัญหาฝันร้ายของคุณเซี่ยได้อย่างตรงจุด"
โรงรับจำนำอักษรเสียรับจำนำวัตถุอัปมงคล ไม่เคยทำเพียงแค่รับของแล้วจบกัน แต่ยังรวมไปถึงการจัดการกับวิญญาณร้ายที่สิงสู่อยู่ในวัตถุด้วย
เซี่ยเหยาเป็นหญิงสาวฉลาดเฉลียว เธอเข้าใจความหมายของลู่เฟยทันที จึงถามขึ้นว่า "ฉันต้องให้ความร่วมมือยังไงบ้างคะ?"
"ถ้าไม่รังเกียจ ผมขออนุญาตอยู่สังเกตการณ์สักคืน เพื่อดูว่าสร้อยเส้นนี้มันแผลงฤทธิ์ยังไง"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยค่ะ!"
ผ่านเหตุการณ์มาขนาดนี้ เซี่ยเหยาหมดข้อกังขาในความสามารถของลู่เฟยแล้ว มีแต่ความซาบซึ้งใจ แล้วจะรังเกียจได้อย่างไร?
ท้องฟ้ามืดลง
รัตติกาลมาเยือนอย่างรวดเร็ว
รอบด้านเงียบสงัด ความมืดเข้าปกคลุมวิลล่าหลังน้อยอันงดงาม
เซี่ยเหยาทำตามคำแนะนำของลู่เฟย เข้านอนแต่หัวค่ำ
ลู่เฟยยกเก้าอี้ไปนั่งตรงมุมห้อง
"ฝากด้วยนะคะ เถ้าแก่ลู่!" เซี่ยเหยากัดฟัน เอื้อมมือไปปิดไฟแล้วมุดตัวลงใต้ผ้าห่มไหม
ห้องนอนใหญ่กว้างขวางตกอยู่ในความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟถนนด้านนอกที่ส่องลอดเข้ามาจางๆ
การเผชิญหน้ากับวัตถุอัปมงคลเพียงลำพังเป็นครั้งแรก ลู่เฟยเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้
แม้จะคลุกคลีและซึมซับความรู้จากปู่มาหลายปี มีทฤษฎีแน่นปึก แต่เขาก็ยังไม่เคยปฏิบัติจริงเลยสักครั้ง
เขากอดกระเป๋าเป้ไว้แน่น สายตาจจับจ้องไปยังสร้อยคอบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างระมัดระวัง
เวลาล่วงเลยไปทีละวินาที
เงาไม้ด้านนอกหน้าต่างไหวเอน
ภายในห้องนอนเงียบเชียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก
เซี่ยเหยาบนเตียงนอนนิ่งสนิท ดูเหมือนจะหลับไปแล้ว
สร้อยคอบนโต๊ะเครื่องแป้งยังคงสงบนิ่ง ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
ทุกอย่างดูสงบเรียบร้อย
ผ่านไปสักพัก ความง่วงเริ่มเข้าครอบงำ ลู่เฟยต้องหยิกต้นขาตัวเองเพื่อไม่ให้เผลอหลับ
"หรือเพราะมีคนอยู่เพิ่ม สิ่งอัปมงคลเลยไม่ยอมออกมา?"
เวลาล่วงเลยผ่านตีหนึ่ง ลู่เฟยนั่งจนขาชา ตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง
สร้อยคอวางสงบนิ่งอยู่หน้ากระจก ลูกปัดกระดูกคนสีขาวอมเทาเจือเหลืองแผ่รังสีแห่งความตายอันเยือกเย็น สัญลักษณ์ประหลาดบนนั้นดูน่าสยดสยองยิ่งขึ้นในความมืด ราวกับดวงตาที่กำลังหรี่มอง
ทันใดนั้น ลูกปัดเม็ดหนึ่งก็ขยับ เหมือนกับดวงตาที่เบิกโพลง!
"ขยับเหรอ?!"
สัญญาณเตือนภัยในหัวลู่เฟยดังลั่น เขารีบล้วงมีดไม้ท้อขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากเป้ จ้องเขม็งไปที่สร้อยคอ
ไม้ท้อมีคุณสมบัติขับไล่สิ่งชั่วร้าย มีดเล่มนี้ผ่านกรรมวิธีพิเศษมาแล้ว จึงมีฤทธิ์ในการสะกดวัตถุอัปมงคลจำพวกกระดูกได้ในระดับหนึ่ง
มันเป็นของที่ซินแสท่านหนึ่งเคยเอามาจำนำไว้ที่ร้าน แต่เกินกำหนดไถ่ถอน ก็เลยตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงรับจำนำอักษรเสีย
แต่รออยู่นาน สร้อยคอก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
"หรือว่าตาฝาดไป?"
ลู่เฟยเริ่มไม่แน่ใจ ลังเลว่าจะใช้มีดไม้ท้อลองแหย่ดูดีไหม ทันใดนั้นก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นจากด้านหลัง
ครืด... ครืด...
ครืด... ครืด...
เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ จากแผ่วเบากลายเป็นชัดเจน เป็นจังหวะจะโคนไปมา
คุ้นหูมาก เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
"ลับมีด?!"
พอนึกออก ขนทั่วร่างของลู่เฟยก็ลุกชัน
ดึกดื่นป่านนี้ ใครมานั่งลับมีด?
ป้าอู๋แม่บ้านพักอยู่ชั้นล่าง และเธอก็เข้านอนไปนานแล้ว เซี่ยเหยากำชับไว้ดิบดีว่าห้ามออกมาตอนกลางคืน
แถมเสียงลับมีดนี้ดังมาจากในห้องนอนใหญ่ชัดๆ ซึ่งตอนนี้มีแค่เขากับเซี่ยเหยาสองคน
และเซี่ยเหยาก็กำลังหลับ...
ลู่เฟยหันขวับกลับไปมอง แล้วก็ต้องตะลึงงัน
บนเตียงว่างเปล่า
เซี่ยเหยาหายไปแล้ว!
"คนล่ะ?"
ลู่เฟยก้าวไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว ตลบผ้าห่มไหมออก
ผ้าปูที่นอนยังมีรอยยับที่เซี่ยเหยานอนทับ แต่ในผ้าห่มกลับเย็นชืด
ทั้งที่เมื่อกี้ลู่เฟยยังเห็นเธอนอนอยู่บนเตียงชัดๆ
แค่พริบตาเดียว คนก็หายไปแล้ว
ลู่เฟยสังหรณ์ใจไม่ดี หันกลับไปมองที่โต๊ะเครื่องแป้ง หัวใจกระตุกวูบอีกครั้ง
สร้อยคอกระดูกมนุษย์ก็หายไปแล้วเช่นกัน!
"แย่แล้ว จะเกิดเรื่องไหมเนี่ย?" ลู่เฟยสูดหายใจลึก พยายามตั้งสติ "อย่าเพิ่งตื่นตูม! เซี่ยเหยาเพิ่งหายไป คงไปได้ไม่ไกล"
ครืด... ครืด...
เสียงลับมีดที่ชวนเสียวฟันยังคงดังชัดเจนในความมืด
เสียงดังปุ๊บ เซี่ยเหยาก็หายตัวปั๊บ สองอย่างนี้ต้องเกี่ยวข้องกันแน่
ลู่เฟยเงี่ยหูฟัง พบว่าเสียงลับมีดดังออกมาจากห้องน้ำในห้องนอน เขาเดินย่องไปที่ประตูห้องน้ำที่เปิดแง้มอยู่ แล้วค่อยๆ ชะโงกหน้ามองเข้าไป
ห้องน้ำกว้างขวาง กระเบื้องสีขาวสะท้อนแสงสลัวดูเย็นเยียบ
ร่างผอมบางร่างหนึ่งนั่งยองๆ เท้าเปล่าอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ หันหลังให้ประตู กำลังลับมีดอย่างขะมักเขม้น
เสียงโลหะเสียดสีกับหินลับมีดดังแสบแก้วหู
"คุณเซี่ย?"
ลู่เฟยลองส่งเสียงเรียกแผ่นหลังนั้นเบาๆ
อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยา ยังคงก้มหน้าก้มตาลับมีดต่อไปไม่หยุด ทุกท่วงท่าดูแข็งทื่อ ราวกับกำลังทำภารกิจสำคัญยิ่งชีพ
ลู่เฟยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ในที่สุดก็มองเห็นชัดขึ้น
ผมยาวสยายยุ่งเหยิงปกคลุมแผ่นหลัง สวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ ทว่าผิวพรรณของเธอกลับซีดขาวยิ่งกว่าชุดที่สวมใส่
เซี่ยเหยานั่นเอง
ในมือเธอถือมีดเลาะกระดูกเล่มคมกริบ ก้มหน้าก้มตาออกแรงลับมีด ท่าทางแข็งทื่อ ดวงตาปิดสนิท เหมือนศพที่ขยับได้
ลู่เฟยใจเต้นระรัว ไม่กล้าเข้าไปใกล้
ดึกดื่นเที่ยงคืน ผู้หญิงผมเผ้ารุงรังนั่งลับมีดในความมืด ใครเห็นก็ต้องกลัวทั้งนั้น
นี่คงไม่ใช่การละเมอ แต่โดนของเข้าสิงแล้ว
แต่ที่แปลกคือ ลู่เฟยไม่เห็นสร้อยเส้นนั้นบนตัวเธอเลย
"ยังไงก็ต้องปลุกให้ตื่นก่อน อันตรายเกินไปแล้ว!"
ในสถานการณ์แบบนี้ การปลุกให้ตื่นกะทันหันอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจ แต่ลู่เฟยไม่มีทางเลือก มีดเลาะกระดูกที่ถูกลับจนบางเฉียบนั้นทำให้เขารู้สึกถึงลางร้าย
เขาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ ยื่นมือไปหาเซี่ยเหยา
ไม่ว่าเซี่ยเหยาคิดจะทำอะไร เขาต้องหยุดเธอให้ได้
แต่มือยังไม่ทันถึงตัว เสียงลับมีดก็หยุดลงกะทันหัน
เซี่ยเหยาลุกขึ้นยืนโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ ในความมืด ท่าทางของเธอดูบิดเบี้ยวผิดมนุษย์
เธอเขย่งปลายเท้า ร่างกายโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ศีรษะห้อยตก ผมยาวรุงรังปิดบังใบหน้าจนมิด
เหมือนถูกบางอย่างหิ้วคอขึ้นมา มีดเลาะกระดูกในมือส่องประกายเย็นยะเยือก
"ผีเขย่งเท้า?!"
หัวใจของลู่เฟยกระตุกวูบขึ้นมาทันที