- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 55: ที่นี่คือบ้านของฉัน
บทที่ 55: ที่นี่คือบ้านของฉัน
บทที่ 55: ที่นี่คือบ้านของฉัน
ทำไมถึงดัง?
แล้วดังขึ้นมาได้ยังไง?
เพื่อป้องกันไม่ให้ร้านอาหารกลายเป็นกระแส เฉียนจื้อหยงไม่ยอมโปรโมตเลยด้วยซ้ำ
เฉียนจื้อหยงรีบตรงดิ่งมาที่ร้านอาหารด้วยความกระวนกระวาย
ปกติเขาขี้เกียจออกจากห้อง มื้อกลางวันพนักงานก็มักจะยกอาหารมาให้ถึงสำนักงาน
แค่ไม่ได้มาดูไม่กี่วัน ทำไมร้านถึงเต็มแน่นไปด้วยผู้คน?
ถ้าบอกว่ามีผู้สูงอายุมานั่งเต็มร้าน เขาก็พอเข้าใจได้
แต่ทำไมถึงมีหนุ่มสาวมากมายแห่มากินที่นี่ด้วย?
เฉียนจื้อหยงนั่งลงข้างชายหนุ่มคนหนึ่งที่อายุไล่เลี่ยกับเขา แล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า "ขอถามหน่อยได้ไหมครับ? อาหารที่นี่อร่อยไหม?"
ชายหนุ่มหัวเกรียนเงยหน้าขึ้นมองเฉียนจื้อหยง ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายคือเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง
เขาส่ายหน้าเบาๆ แล้วตอบว่า "ไม่ค่อยอร่อยครับ"
"แต่ถ้าคุณยังไม่ได้กินอะไร ผมขอแนะนำให้ลอง"
เขานึกว่าเฉียนจื้อหยงเป็นลูกค้าที่กำลังลังเลว่าจะกินดีไหม ก็เลยเสนอแนะด้วยความหวังดี
เฉียนจื้อหยงฟังแล้วก็ไปไม่เป็น
"คุณกำลังสงสัยใช่ไหมว่าอาหารไม่อร่อย แล้วผมยังจะแนะนำให้กินทำไม?" ชายหนุ่มพูดพลางตักข้าวเข้าปาก
เฉียนจื้อหยงพยักหน้า
ชายหนุ่มหัวเราะร่าแล้วอธิบายว่า "คุณคิดว่าอาหารที่เรากินที่บ้านทุกวันมันอร่อยไหมล่ะ?"
เฉียนจื้อหยงส่ายหน้า "ไม่อร่อย!"
ชายหนุ่มพูดต่อ "แต่ในรอบ 365 วัน มีอย่างน้อย 300 วันที่เรากินข้าวที่บ้านนะ"
"รู้ไหมว่าทำไม?"
"เพราะมันเป็นความคุ้นเคย ความอบอุ่น กินไม่เบื่อ ต่อให้ไม่อร่อย แต่มันก็ไม่แย่ถึงขั้นกลืนไม่ลง"
"และถ้าห่างหายจากอาหารที่บ้านนานๆ บางทีก็จะรู้สึกคิดถึงด้วยซ้ำ"
เฉียนจื้อหยงฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย
ใช่เล!ย ตอนที่เขาออกไปหางานทำนอกบ้าน เขาก็มักจะนึกถึงอาหารฝีมือของคนที่บ้านเสมอ
อร่อยไหม?
ก็บอกไม่ถูก…
แต่ถ้าไม่ได้กิน มันก็จะรู้สึกโหยหา
และไม่รู้ว่าทำไม กินยังไงก็ไม่เบื่อ
ชายหนุ่มลูบหัวแล้วหัวเราะ "พูดตามตรงนะ ผมไม่ชอบทำอาหารเองหรอก"
"แต่ถ้ากินอาหารเดลิเวอรี่อย่างเดียว มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพ แล้วก็แพงอีกต่างหาก"
"ถ้ามีข้าวที่ทั้งราคาถูก สุขภาพดี สะดวก รู้สึกเหมือนกินที่บ้าน แล้วจะไม่เลือกได้ยังไง?"
"ลองเลย แล้วคุณจะหลงรักที่นี่"
"ทุกครั้งที่ถึงเวลาอาหาร เท้าผมก็เดินมาที่นี่โดยไม่รู้ตัวเลย"
"ขอบคุณมากครับ" เฉียนจื้อหยงกล่าวขอบคุณ แล้วเดินพร้อมแบกความรู้สึกที่หนักอึ้งไปทั่วร้าน
รอบตัวเขา เต็มไปด้วยเสียงชื่นชมภัตตาคารเฟยหวง
"เฮ้อ… ร้านดีขนาดนี้ ทำไมฉันถึงเพิ่งเจอก็ไม่รู้ ทนกินโจ๊กสำเร็จรูปมาตั้งครึ่งเดือน"
"ถ้ารู้ว่ามีร้านอาหารราคาถูก และดีแบบนี้นะ คงไม่ซื้อมาม่าตุนไว้ที่บ้านหรอก" ชายหนุ่มคนหนึ่งบ่นด้วยความเสียใจ
เพื่อนที่อยู่ข้างๆ พูดว่า "ไม่แปลกที่นายเพิ่งรู้ ก็ร้านนี้เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงอาทิตย์"
เมื่อได้ยินว่าเพิ่งเปิดไม่ถึงอาทิตย์ ชายหนุ่มคนนั้นถึงกับทุบโต๊ะด้วยความเจ็บใจ
"เจ้าของร้านคิดอะไรอยู่ ทำไมไม่เปิดร้านนี้ให้เร็วกว่านี้?"
"สมควรโดนฟ้าผ่าซะให้เข็ด!"
เพื่อนข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย
"ใช่เลย พวกเรากินเดลิเวอรี่มาไม่รู้กี่มื้อ แพงก็แพง พอเงินหมดก็กินมาม่า เบื่อจนอยากจะอ้วก"
"เขาควรโดนฟาดซักป๊าบจริงๆ"
"ฉันตัดสินใจแล้ว ต่อไปนี้จะมากินทุกวัน วันละสองมื้อ ไม่ขาดไม่เกิน"
"ร้านดีขนาดนี้ สมควรได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ"
……
เมื่อได้ยินคำเหล่านั้น เฉียนจื้อหยงหน้าดำคร่ำเครียด
เขาไม่เคยคิดเลยว่าภัตตาคารเฟยหวงจะดังขึ้นมาเพราะธรรมดา
เมื่อกี้เขาได้ยินอะไรนะ?
คนพากันเอาภัตตาคารเฟยหวงไปเปรียบเทียบกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป!!
บอกว่า "มาม่า" อร่อยแค่ครั้งแรก แต่ยิ่งกินยิ่งเลี่ยน
แต่ภัตตาคารเฟยหวง ตอนแรกอาจไม่อร่อย แต่กินไปเรื่อยๆ ก็ชิน สุดท้ายก็ติดใจเหมือนได้กลับไปกินที่บ้าน
ยังมีอีกหลายคน ที่นัดกันไว้ว่าจะมากินที่นี่ทุกวัน
ทุกวัน?
แบบนี้จะให้เขาอยู่อย่างสงบได้ยังไง?
พวกเขาคิดว่าร้านของเขาเป็นบ้านของตัวเองไปแล้ว
เฉียนจื้อหยงโกรธพวกวัยรุ่นเหล่านี้ที่ไม่มีแรงฮึด โมโหที่พวกเขาขี้เกียจเกินไป
"พวกนี้ขี้เกียจเกินไปแล้ว ไม่ยอมทำอาหารกินเอง แล้วยังกล้ามาใช้ที่นี่เป็นโรงอาหารอีก"
"ในฐานะกำลังหลักของสังคม พวกเขาจะขี้เกียจแบบนี้ได้ยังไง?"
เฉียนจื้อหยงปวดใจ
อีกหน่อยสังคมคงถึงจุดจบแล้ว
วัยรุ่นสมัยนี้แบกความหวังของประเทศไม่ไหวแล้วจริงๆ
"บอสครับ คุณเก่งมากจริงๆ" จูต้าเฉียงที่ยืนอยู่ข้างๆ มาตลอด รีบชูนิ้วโป้งสูงลิ่วในจังหวะเหมาะเจาะ
เฉียนจื้อหยงฝืนยิ้ม แล้วกดนิ้วโป้งของจูต้าเฉียงลง "เอาออกไป ผมกลัวความสูง"
"ไม่ต้องมายกยออะไรทั้งนั้นแหละ"
เฉียนจื้อหยงหมดคำจะพูดกับพวกวัยรุ่นพวกนี้
แต่ถึงจะไม่พอใจเท่าไหร่ เขาก็ไม่ได้เศร้าใจอะไร
เพราะราคาขายอาหารในร้านนั้นต่ำมาก เขาแทบไม่ได้กำไรอะไรเลย
ต่อให้ลูกค้าเยอะมาก ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก
แค่ขาดทุนน้อยลงมานิดเดียวเท่านั้น
อีกแค่ไม่กี่วัน… เขาจะทำให้พวกวัยรุ่นพวกนี้เห็นดีกันแน่
แค่คิดว่าอีกสิบกว่าวันข้างหน้าร้านอาหาร ร้านหม้อไฟ และซูเปอร์มาร์เก็ตจะปิดตัวลง
กลุ่มวัยรุ่นที่ยึดซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นบ้านจะกลายเป็นคนไร้บ้านทันที
คิดแล้ว เฉียนจื้อหยงก็รู้สึกสะใจแบบเด็กๆ ขึ้นมา
ฮึ่ม… อยากซื้อใช่ไหม? ซื้อให้พอใจเลย!
ฮึ่ม… อยากกินใช่ไหม? กินให้พอใจเลย!
เดี๋ยวได้รู้กัน!
……
ทางฝั่งซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียน
ผู้จัดการหลี่และผู้จัดการซุน พากันมาที่ห้องทำงานของเจ้านาย
ในห้องมีทั้งยามานากะ มัตสึ และยามานากะ อาริกิ
เดิมที่ยามานากะ อาริกิได้กลับไปที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว
เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวน้องชาย คิดว่าถ้าน้องชายลงมือเอง ทุกอย่างต้องราบรื่นไร้ปัญหา
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ น้องชายของเขามาอยู่นี่ตั้งนานแล้ว แต่ยังเอาชนะเฉียนจื้อหยงไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ในห้องนั้นยังมีหลิวเกาต้านั่งอยู่ที่มุมห้องด้วย
"เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" ผู้จัดการซุนพูดขึ้น
"มีเรื่องอะไรอีก?" ยามานากะ มัตสึลืมตาอย่างอ่อนล้า เมื่อคืนเป็นอีกคืนที่เขาไม่ได้นอนเลย
"ท่านประธานครับ ภัตตาคารเฟยหวงดังแล้วครับ" ผู้จัดการซุนรายงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ยามานากะ มัตสึสะดุ้ง รีบลุกขึ้นนั่งตัวตรง
"ภัตตาคารเฟยหวงเป็นแค่โรงอาหารสำหรับพนักงานไม่ใช่เหรอ?"
"แล้วมันดังได้ยังไง?"
เขารู้อยู่แล้วว่าซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงกำลังจะเปิดร้านอาหารใหม่
สายลับที่เขาส่งไปก็รายงานกลับมาว่าร้านนี้เป็นโรงอาหารพนักงานขนาดใหญ่ มีเป้าหมายเพื่อเป็นสวัสดิการให้กับพนักงาน
แรกเริ่มเขาเองก็ไม่เชื่อ แต่เฉียนจื้อหยงปฏิบัติต่อพนักงานดีจริงๆ
อีกทั้งภัตตาคารเฟยหวง ไม่มีการโปรโมตหรือโฆษณาสู่ภายนอกเลย
ดูแล้วเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจหารายได้จากร้านอาหารจริงๆ เขาเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
โดยเฉพาะวันเปิดร้านวันแรก เขายังส่งคนของตัวเองไปชิมมาแล้ว
รสชาติก็ธรรมดามาก และราคาก็ถูกจนเกินจริง
ดูยังไงก็ไม่ใช่ร้านที่ตั้งใจจะทำกำไร
มันคือโรงอาหารพนักงานที่แท้จริง
แล้วโรงอาหารพนักงานดังได้ยังไง?
ผู้จัดการซุนรีบอธิบาย "เฉียนจื้อหยง คนนั้นเจ้าเล่ห์จริงๆ ครับ"
"เขาซ่อนแผนไว้ลึกมาก"
"เขารู้ดีว่าวัยรุ่นสมัยนี้ขี้เกียจ ไม่ชอบทำอาหารเอง"
"ก็เลยทำอาหารในร้านให้เป็นกับข้าวบ้านๆ ของแท้ รสชาติแบบบ้านๆ ที่เราคุ้นเคยเป๊ะๆ"
"และขายในราคาถูกมาก ถูกจนคนหนุ่มสาวติดอกติดใจ มองข้ามเรื่องรสชาติธรรมดาไป"
"ตอนนี้พวกหนุ่มสาวที่ทำงานรอบๆ และชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ก็พากันใช้ภัตตาคารเฟยหวงเป็นเหมือนห้องครัวของตัวเองแล้วครับ"
"และยังเป็นครัวแบบที่ไม่ต้องซื้อของเอง ไม่ต้องทำเองด้วยนะครับ"
"ถ้าเรายังไม่หาวิธีแก้ไขล่ะก็…"
"พวกเขาจะถือว่าภัตตาคารเฟยหวงคือบ้านของพวกเขาจริงๆ นะครับ!"
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]