- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 54: ดังเป็นพลุแตก
บทที่ 54: ดังเป็นพลุแตก
บทที่ 54: ดังเป็นพลุแตก
"อย่ากินข้าวที่นี่เลยดีกว่า ร้านอาหารในห้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่มักจะแพงมากนะ" คุณป้าอีกคนหนึ่งรีบห้ามทันที
"ไปดูหน่อยก็ไม่เสียหายนี่นา บางทีซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงอาจจะไม่เหมือนเจ้าอื่นก็ได้นะ?" อีกคนหนึ่งเสนอขึ้นมา
สุดท้ายทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย จึงพากันเดินไปสอบถามราคากับพนักงาน
"อะไรนะ? หมูผัดพริกจานละ 5 หยวน?"
"อะไรนะ? ไข่เจียวมะเขือเทศจานละ 3 หยวน?"
"อะไรนะ? ผัดผักจานละหนึ่งหยวน?"
"อะไรนะ? ข้าวถ้วยละ 5 หยวน?"
เหล่าคุณป้าถึงกับตกตะลึง
นี่คือร้านอาหารที่ถูกที่สุดที่พวกเธอเคยเจอในชีวิต
พวกเธอเคยคิดมาตลอดว่าสโลแกน "อิ่มแค่ 8 หยวน อร่อยแค่ 10 หยวน" เป็นแค่โฆษณาริมถนนเท่านั้น
แต่ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าร้านแบบนั้นมีอยู่จริง
พวกเธอมองผ่านกระจก เห็นเชฟหลายคนกำลังวุ่นอยู่ในครัว
มีเครื่องล้างผักอัตโนมัติขนาดใหญ่ เครื่องล้างจาน และเครื่องอบฆ่าเชื้อแบบอุตสาหกรรม มีครบทั้งหมด
บนชั้นวางมีวัตถุดิบที่ล้างสะอาดแล้วจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ
พ่อครัวหลายคนกำลังปรุงอาหารอย่างขะมักเขม้นและเป็นระบบ
ทุกขั้นตอนของการทำอาหาร น้ำมันและเครื่องปรุงที่ใช้ ทุกอย่างเปิดเผยและโปร่งใส
รสชาติจะดีหรือไม่ไม่รู้ แต่ในเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยเชื่อถือได้แน่นอน
คุณป้าคนหนึ่งอุทานด้วยความตกใจ "ดูสิ พวกเขาใช้น้ำมันดีกว่าที่ฉันใช้ที่บ้านอีก"
คนอื่นๆ ก็อ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตา
ภัตตาคารเฟยหวงได้เปลี่ยนมุมมองของพวกเธอไปโดยสิ้นเชิง
"งั้นก็กินที่นี่เถอะ" มีคนหนึ่งเสนอ
ข้อเสนอนั้นก็ได้รับเสียงเห็นด้วยทันที
โดยทั่วไป พวกเธอในวัยนี้จะไม่ชอบกินข้าวนอกบ้านเท่าไหร่นัก เพราะกังวลว่าน้ำมันจะไม่สะอาด หรือไม่ก็ไม่คุ้มราคา
แต่ที่นี่ราคาถูกและยังสะอาดอีกด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ลองชิมดูสักครั้ง
และในขณะที่พวกเธอต่อแถวตักอาหาร พนักงานสาวคนหนึ่งก็ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"จะรับแบบลดเค็ม ลดน้ำมันสำหรับผู้สูงอายุไหมคะ?"
คุณป้าทั้งหลายตกใจเล็กน้อย "ที่นี่มีเมนูพิเศษสำหรับผู้สูงอายุด้วยเหรอ?"
พนักงานยิ้มตอบว่า "เพราะพนักงานของเราก็รับประทานอาหารที่นี่ค่ะ และเราก็มีพนักงานสูงวัยอยู่ไม่น้อย"
"เราจึงเตรียมเมนูที่เหมาะกับรสนิยมของพวกเขาด้วย"
พอได้ยินแบบนั้น คุณป้าทุกคนก็ยิ้มกว้างด้วยความยินดี ต่างก็พูดว่าอยากลองดู
พนักงานตักอาหารให้ และยังยกไปเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะด้วยความสุภาพ
คุณป้าทั้งหกคนนั่งล้อมโต๊ะกัน พูดคุยกันด้วยความประทับใจ
"บริการของซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงนี่ไม่มีที่ติจริงๆ"
"น้องคนนั้นก็น่ารักมากเลย ดูแลเราดีมาก รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ลูกหลานเลย"
ทุกคนพยักหน้าพร้อมเพรียง
พวกเธอเคยไปมาหลายร้านแล้ว แต่บริการที่นี่ต่างจากที่อื่นมาก ไม่มีทางเปรียบเทียบกันได้เลย
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกประทับใจกับ "ความใส่ใจต่อเพื่อนมนุษย์" ของซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง
เมื่อได้ลองชิมอาหารแต่ละอย่าง ก็รู้สึกว่ารสชาติค่อนข้างธรรมดา
แต่ไม่รู้เพราะจานชามมันหรูหราหรือเพราะรอยยิ้มของพนักงานช่วยชูรส ทำให้พวกเธอกลับรู้สึกว่า อาหารนี้อร่อยดีนะ
"ดีเลย ฉันว่ารสชาติกำลังดีเลยล่ะ"
"ที่บ้านฉันต้องทำอาหารใส่น้ำมันเยอะ เพราะต้องทำเผื่อลูกชายลูกสะใภ้ เลยไม่ค่อยถูกปากฉันเท่าไหร่"
"แต่รสชาติที่นี่อาหารตรงกับรสนิยมของฉันเลย"
พวกเธอกินกันด้วยความพอใจ
และเมื่อคิดเงินออกมา หกคนจ่ายรวมกันแค่ 30 หยวน
เฉลี่ยแล้ว คนละ 5 หยวน!
โอ้โห!
ถึงจะประหยัดกันแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยได้ราคาถูกขนาดนี้
คุณป้าหลายคนถึงกับสงสัยว่าราคานี้ร้านจะได้กำไรเหรอ?
คุณป้าคนหนึ่งทนไม่ไหว จึงเรียกพนักงานมาถามด้วยความสงสัยว่า "อาหารขายถูกขนาดนี้ ที่ร้านยังมีกำไรเหรอ?"
พนักงานยิ้มอ่อนโยน ตอบว่า "มีหลายเมนูที่เราไม่ได้คิดกำไรเลยค่ะ"
"บางอย่างก็เป็นการตอบแทนลูกค้าโดยตรง"
"เพราะภัตตาคารเฟยหวงเน้นบริการพนักงานเป็นหลัก รองลงมาคือขายให้คนทั่วไป เราไม่ได้พึ่งพาร้านนี้ในการทำกำไร"
"ดังนั้นราคาของอาหารเลยถูกมาก ใกล้เคียงกับราคาที่ซื้อวัตถุดิบเอง หรือบางทีอาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ"
พวกคุณป้าลองคำนวณดู
เออ… จริงด้วย!
บ้านหนึ่งมีห้าคน กินทั้งของคาว ของหวาน วันหนึ่งซื้อวัตถุดิบก็ปาเข้าไป 50 หยวนแล้ว
แต่อยู่ที่นี่ อาหารปรุงเสร็จพร้อมเสิร์ฟ แค่ 50 หยวนต่อวันก็พอ
และที่นี่มีเมนูหลากหลายมาก นอกจากอาหารผัดทั่วไป ยังมีซุป ต้ม ตุ๋นอีกเพียบ
คุณป้าทั้งหลายมองไปยังหม้อแรงดันที่เพิ่งเปิดฝาก็เห็นไอน้ำพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งอบอวล
มีพนักงานหลายคนช่วยกันยกหม้อ เอาซุปซี่โครงตุ๋นออกจากหม้อแรงดันเทใส่ชามใบใหญ่อย่างดี
จากนั้นก็ถือไปกินด้วยสีหน้ามีความสุข
คุณป้าถามอีกครั้ง "ซุปซี่โครงกับใบบัวบกหม้อใหญ่ขนาดนี้ ราคาเท่าไหร่เหรอ?"
พนักงานตอบพร้อมรอยยิ้ม "ซี่โครงหมูกิโลละ 24 หยวน ใบบัวบกกิโลละ 3 หยวนค่ะ"
"หม้อนี้ใช้ซี่โครงหนึ่งกิโลครึ่ง ใบบัวบกสองกิโล"
"รวมกับค่าแรงและเครื่องปรุง ก็คิดแค่ 45 หยวนเท่านั้นค่ะ"
คุณป้าทั้งหลายตกตะลึง
ซุปที่ใส่ซี่โครงหมูตั้งหนึ่งกิโลครึ่งไปกินที่ร้านข้างนอกต้องจ่ายอย่างน้อย 120 หยวน
แต่ที่นี่กลับใช้ราคาต้นทุนวัตถุดิบในการขายอาหารปรุงสุก
ถ้าพวกเธอไปซื้อวัตถุดิบเองจากตลาด กลับบ้านมาทำด้วยตัวเอง เหนื่อยจนเหงื่อไหลไคลย้อย
ต้นทุนวัตถุดิบรวมๆ กันอาจจะเกิน 45 หยวนด้วยซ้ำ
คุณป้าคนหนึ่งอุทาน "ตายแล้ว ซี่โครงสวยขนาดนี้ กิโลละแค่ 24 เองเหรอ?"
ได้ยินแบบนั้น พนักงานก็รู้ทันทีว่าคุณป้าคนนี้ต้องเป็นคนซื้อของเข้าบ้านเป็นประจำแน่นอน
พนักงานอธิบายว่า "เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงของเราก็ขายวัตถุดิบค่ะ"
"ราคาที่คุณป้าซื้อจากตลาด จะสูงกว่าที่เราขายอยู่แล้ว"
ฟังดูมีเหตุผล ทุกคนพยักหน้า
ร้านค้าทั่วไปที่ขายวัตถุดิบก็ต้องมีการบวกกำไร
แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงเป็นทั้งผู้ขายวัตถุดิบ และยังเป็นผู้ทำอาหารขายด้วย
เท่ากับสามารถทำกำไรสองต่อได้
ต่อแรกจากการขายวัตถุดิบ ต่อที่สองจากการขายอาหารปรุงสุก
แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวงกลับเลือกที่จะทำกำไรแค่ต่อเดียว
หรือบางทีอาจจะไม่ได้ทำกำไรเลยสักต่อเดียวด้วยซ้ำ
เป็นร้านที่ดีจริงๆ
คุณป้าทั้งหลายรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรเรียกเพื่อน
"อยู่บ้านทำอาหารไปทำไม? มาที่นี่กินไม่ดีกว่าเหรอ?"
หลังจากภัตตาคารเฟยหวงเปิดบริการ ลูกค้าที่เดินช้อปจนเหนื่อยในซูเปอร์มาร์เก็ต ก็พากันแวะมาทานอาหารที่ร้านทันที
ไม่มีใครชมว่าอาหารที่นี่อร่อย แต่ก็ไม่มีใครบ่นว่าไม่อร่อย
ทุกคนพูดเหมือนกันว่ารสชาติ ธรรมดาๆ กินได้ ไม่ได้ต่างจากทั่วไป
……
เวลาผ่านไป 3 วัน ภัตตาคารเฟยหวงก็ดังเป็นพลุแตก
จูต้าเฉียงงงเป็นไก่ตาแตก
ร้านดังได้ยังไง? เขาไม่ได้โปรโมตอะไรเลย…
ก่อนหน้านี้ยังกลุ้มใจว่าจะพัฒนารสชาติอาหารของร้านยังไงดี… แล้วจู่ๆ ดังได้ยังไง?
ก็ในเมื่อรสชาติของอาหารในร้านไม่ได้อร่อยหรือพิเศษเลิศเลออะไรเลย
เมื่อเทียบกับร้านอาหารทั่วไปข้างนอก ก็ยิ่งห่างชั้นกันชัดเจน
คนที่เคยทำงานในวงการอาหารจะรู้ดีว่ารสชาติคือหัวใจของร้านอาหาร
แต่ภัตตาคารเฟยหวงรสชาติแค่ "พอกินได้" เท่านั้น
จูต้าเฉียงรีบออกไปตรวจสอบ แล้วก็พบว่าเหตุผลที่ภัตตาคารเฟยหวงดังขึ้นมา นอกจากจะราคาถูกแล้ว ยังเพราะอาหารใช้น้ำมันน้อย
กินยังไงก็ไม่รู้สึกเลี่ยน!
เมื่อได้ข้อมูลชัดเจน จูต้าเฉียงก็ตื่นเต้นรีบไปหาเจ้านายทันที
"บอสครับ! ภัตตาคารเฟยหวงของเราดังแล้วครับ" จูต้าเฉียงตะโกนบอกด้วยความตื่นเต้น
"ร้านอาหารดังเหรอ?" เฉียนจื้อหยงเงยหน้าขึ้นมองจูต้าเฉียง สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
ร้านที่รสชาติแสนจะธรรมดาขนาดนั้น จะไปดังได้ยังไงกัน?
จูต้าเฉียงชูนิ้วโป้งขึ้นพูดอย่างศรัทธาเต็มเปี่ยม "ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงไม่จ้างเชฟมืออาชีพ"
"หืม?" เฉียนจื้อหยงขานรับอย่างไม่แน่ใจ
ความจริงแล้วที่เขาไม่จ้างเชฟมืออาชีพ ก็เพราะว่าเขากลัวว่าถ้าเชฟฝีมือดี อาหารจะอร่อยเกินไป แล้วร้านจะดังขึ้นมา!